งาน + ผลตอบแทน = ราคาของอิสรภาพ
ผู้คนมักจะบอกกับตัวเองว่า เงิน เป็นสิ่งคุ้มค่ากับทุกอย่างที่ตัวเองจะต้องทำเพื่อให้ได้มันมา
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ผู้คนมักจะบอกกับตัวเองว่า เงิน เป็นสิ่งคุ้มค่ากับทุกอย่างที่ตัวเองจะต้องทำเพื่อให้ได้มันมา บ่อยครั้งที่การกระทำดังกล่าวมักรวมถึงการทำงานซึ่งไม่พึงพอใจ อย่างไรก็ตามทัศนคติเกี่ยวกับเงินได้เปลี่ยนแปลงไป จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า คนอเมริกันจำนวน 78% ไม่ยอมรับการทำงานที่น่าเบื่ออีกต่อไป และในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันระบุว่า พวกเขาพร้อมปฏิเสธที่จะออกจากงานที่รัก เพื่อไปทำงานที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
อ่านถึงตรงนี้แล้วต้องรีบย้อนถามตัวเอง เกี่ยวกับทัศนคติในเรื่องเงินและผลตอบแทนจากการทำงาน คนทำงานทุกคนควรรู้ว่าทัศนคติต่อสถานภาพทางการเงินของตนมีผลต่องานที่เลือก นั่นหมายความว่า “เวลา” ที่ได้ลงทุนไปในการทำงานนั้น จะเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าหรือไม่ ดูแอน เอลกิน นักพัฒนาศักยภาพมนุษย์คนดัง เขียนไว้ในหนังสือ Voluntary Simplicity ว่า งานคือผลตอบแทนในเรื่องของอิสรภาพ เขายังกล่าวว่า ถ้าเราใช้ชีวิตเรียบง่าย เราก็จะได้เปรียบ เพราะเราจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้อื่น
ในทรรศนะของเขาระบุชัดเจนว่า เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีดำรงชีวิต ที่อยู่ตรงกลางระหว่างความยากจนและความมั่งมีเกินพอดี ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย คือสิ่งที่อยู่กึ่งกลาง การมีชีวิตอยู่ด้วยการมีมาก หรือน้อยจนเกินไป เป็นการลดทอนศักยภาพแห่งตัวตน ลดทอนความสามารถในการตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ โดยการนำความเรียบง่ายมาใช้ในชีวิตนั้น เราจะต้องเข้าใจวิธีบริโภค ที่จะไม่เป็นการเบียดเบียนโลกหรือการเห่อเหิมในชีวิตมากจนเกินไป สรุปแล้วความเรียบง่ายก็คือ ความสมดุล
“คนรวยคือคนที่พอใจในสิ่งที่เขามีอยู่” นี่คือเรื่องจริงของคนที่รู้สึกรวย นำมาซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับงานและค่าตอบแทนจากการทำงาน ได้แก่ 1.การทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว จะทำให้คุณมีอิสรภาพน้อยลง 2.แต่ความยากจนจะยิ่งทำให้คุณมีอิสรภาพน้อยลงไปอีก บทสรุปในเรื่องนี้ ก็คือ การรู้จักตัวเองให้ถ่องแท้ และหาสมมาตรของตัวเองในเรื่องงาน เงิน (ผลตอบแทน) และอิสรภาพ
เลือกงานอย่างไรให้เหมาะ
ใครที่มีความรู้สึกว่า งานที่ทำในปัจจุบันไม่เหมาะกับตัวเอง หรือไม่ได้มีความเหมาะสมกับทักษะ ความชอบและบุคลิคลักษณะของตนเองแม้แต่น้อยก็ต้องอ่านบทความนี้ แนวทาง คือ การตรวจสอบทักษะ ความถนัด ความชอบและความพึงพอใจส่วนตัว เพื่อดูว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาใช้กับงานได้อย่างไร
ในเบื้องต้นให้ลองสำรวจความชอบ ความกระตือรือร้น ความรักและทักษะ โดยพิจารณาจากงานที่ทำหรือที่อยากจะทำ หลังจากนั้นลองตอบคำถามสมมติดังต่อไปนี้ โดยเป็นคำถาม 3 ชุดที่สัมพันธ์กัน คำถามแต่ละชุดจะเกี่ยวข้องกับงานและสถานการณ์ ที่จะทำให้คุณมีโอกาสสำรวจหรือเข้าใจตัวเอง รวมทั้งงานที่เหมาะสมได้
วาระสุดท้ายของชีวิต
สมมติว่าชีวิตจะมีเวลาเหลืออีกไม่มาก อะไรคือสิ่งที่คุณจะทำในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ คำตอบของคุณจะตอบตัวคุณให้ได้รู้ถึงทัศนคติที่ซ่อนอยู่
ถ้าฉันมีเวลาในชีวิตเหลืออีกเพียงปีเดียว ฉันจะ...
สิ่งมีค่าที่สุดที่ฉันสามารถทำได้คือ...
สิ่งสุดท้ายในโลกนี้ที่ฉันอยากจะทำคือ...
พลังแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาว
คุณอาจไม่ทำ เพราะคิดว่าสิ่งนั้นต้องใช้เวลายาวนาน ความฝันบางอย่างไม่ได้รับการทักถอให้เป็นจริง เพราะเจ้าของความฝันประเมินตัวเองว่าแก่เกินไป ใช้เวลานานเกินไป หรือสภาพเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงไป ก่อนที่จะเรียนหรือฝึกหัดงานนั้นๆ ให้สำเร็จได้
ถ้าฉันรู้ว่าฉันมีเวลาอีกมากมาย ฉันจะทำงานนี้ทันทีที่...
จริงๆ แล้ว ฉันอยากเรียนทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้รู้เกี่ยวกับ...
ฉันอยากใช้เวลาทั้งชีวิตนี้ เพื่อเรียนรู้วิธีที่จะ...
มั่งมีเงินทอง ใช้เท่าไรก็ไม่มีวันหมด
คำถามชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการทำอย่างแท้จริง เมื่อปราศจากเงื่อนไขของวัตถุแล้ว สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คืออะไร ถ้าอยู่ดีๆ คุณได้มรดกจากคุณลุงผู้มั่งมี ชั่วชีวิตนี้ใช้ไม่หมด คุณจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำอะไร
ถ้าฉันมีเงินมากพอจนไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป ฉันจะ...
ฉันจะพาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับ...
ไม่มีอะไรจะมายับยั้งฉันได้จาก...
คำถามทั้ง 3 ชุดนี้ จะทำให้คุณสามารถค้นพบความจริงที่ซ่อนลึกอยู่ในตัวเอง ค่อยๆ ถาม ค่อยๆ ตอบตัวเอง นิ่งและฟังจิตใจเบื้องลึก สร้างความหมายให้แก่ชีวิตที่เหลืออยู่...โชคดีนะ







