
เตรียมตัวส่งลูกไปเรียนเมืองนอก
ภาษาอังกฤษในสังคมไทยปัจจุบันมีความสำคัญมากๆ เด็กเจเนอเรชั่นวายพูดเพียง 12 ภาษาไม่พอ ต้องเก่งภาษาที่ 3 ด้วย
โดย...มีนา
ภาษาอังกฤษในสังคมไทยปัจจุบันมีความสำคัญมากๆ เด็กเจเนอเรชั่นวายพูดเพียง 12 ภาษาไม่พอ ต้องเก่งภาษาที่ 3 ด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงนิยมส่งลูกไปเรียนเมืองนอก แต่เคยถามหรือเคยเตรียมความพร้อมให้ลูกเพื่อไปเผชิญโลกภายนอกหรือยัง หากถ้าไม่ก็จะส่งผลกระทบต่อเด็กโดยเฉพาะวัยรุ่นมากมาย เช่น กลายเป็นเด็กที่เสียคนไปเลยก็มี ดังนั้นก่อนส่งลูกไปเรียนเมืองนอก พ่อแม่ต้องฝึกลูกก่อนไปในหลายๆ อย่าง เพื่อคุณภาพที่ดีเมื่อลูกจบการศึกษา
สถานการณ์ : ลูกชายวัย 14 ปี ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยลูกชอบภาษาอังกฤษมากๆ และตัวคุณแม่เองก็เห็นควรให้ลูกไปฝึกภาษาตั้งแต่เด็กๆ แต่ความที่ลูกชายเป็นลูกคนเล็กทุกวันนี้ยังต้องนอนห้องเดียวกับคุณพ่อคุณแม่อยู่เลย อีกไม่กี่วันลูกจะต้องเดินทางไปเรียนคนเดียวไกลถึงแคนาดาแล้ว ทั้งๆ ที่เตรียมจ่ายค่าเทอมและขอวีซ่านักเรียนเรียบร้อยแล้ว และติดต่อให้ลูกไปอยู่กับน้องสะใภ้เรียบร้อยแล้ว แต่รู้สึกเป็นห่วงลูกจังเลย กลัวเขาอยู่ไม่ได้ หรือจะเปลี่ยนใจ ไม่ส่งลูกไปดีคะ
ทางออก : ลูกชายมีความฝันและตั้งความหวังว่าจะได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ พ่อแม่อย่านำความกังวลของตัวเองมาดับความฝันของลูกเลย เมื่อคุณพอมีกำลังทรัพย์และเมื่อคุณได้ตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องเดินหน้าลูกเดียว คิดเสียว่าลูกไปเรียนแล้วในอนาคตเขาจะนำความรู้และมีความสามารถมาประกอบอาชีพที่ดีมีอนาคตที่สดใส ซึ่งดูจากอายุของลูกชายแล้วไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่เด็กเล็กๆ แต่พอจะดูแลช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ในฐานะพ่อแม่การวางแผนอนาคตของลูกไม่ได้วางแผนเพียงแค่วันเดือนหรือแค่ปีเดียว แต่ต้องวางแผนนานหลายปี เพื่อตัดความเป็นกังวลเมื่อลูกพ้นอก ก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกก่อนไปบินเดี่ยวอย่างเต็มที่
พ่อแม่ควรต้องเข้าใจลูกก่อนว่าเขามีอุปนิสัยอย่างไร เช่น ช่างพูดช่างคุยไหม ยิ่งช่างพูดก็จะเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้ากับเพื่อนและอยู่ในสังคมใหม่ๆ เขาก็จะเรียนรู้ภาษาได้เร็ว อีกทั้งต้องสนับสนุนให้ลูกไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อจะได้ไปแล้วไม่ต้องเข้าคอร์สปรับพื้นฐานนาน แล้วอย่าลืมให้ลูกติวด้านวิชาการฟิสิกส์ ชีวะ เคมี เตรียมติวไปก่อนให้พร้อม เพราะระยะแรกของการปรับตัวต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนทั้งหมด แต่กรณีนี้ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่เพราะไปอยู่กับญาติ ก็อาจจะทำให้คลายความคิดถึงบ้านที่เมืองไทยได้บ้าง แต่ก็ต้องปลูกฝังให้ลูกมีจิตอาสาช่วยเหลือทำงานบ้านเท่าที่ตนเองพอจะทำได้ เพื่อจะได้เป็นที่เอ็นดูสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ ญาติจะได้รักและเอ็นดูลูกของเรา สุขภาพกายใจจะได้สมบูรณ์ จะได้ทุ่มเทให้กับการเรียนได้อย่างเต็มที่ หมดกังวลหายห่วง
Ask the Expert...
Q.ลูกชายวัย 12 ปี เริ่มมีคำถามเรื่องเพศแบบเด็กๆ นะคะ เราควรจะสื่อสารเรื่องนี้กับเขาอย่างไรดีคะ แบบเหมาะสมกับวัย กลัวเลี่ยงไปเลี่ยงมาแล้วเขาจะรับรู้แบบผิดๆ จะพูดตรงๆ พ่อแม่ก็ลำบากใจ?
A.พญ.จิราภรณ์ ครุพานิช สูตินรีเวชวิทยาเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลเวชธานี (วัยทอง) กรณีที่ลูกอยากรู้เรื่องเพศ คุณแม่ควรอธิบายให้ลูกรู้เรื่องพื้นฐานก่อนว่า มนุษย์ที่อยู่ร่วมกันด้วยความรักและเข้าใจ มีความสัมพันธ์กันซึ่งโดยละเอียดนั้นคงต้องให้เขาโตกว่านี้แล้วค่อยสอดแทรกชีววิทยาเข้าไป อาทิ กับสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น นก สุนัข มีลูกเพื่อสืบทอดพงศ์เผ่าต่อไป เป็นวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตตามหลักศาสนา คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยพยายามหาปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ให้ลูกค่อยๆ ซึมซับเข้าไปทีละน้อย อย่าทำให้เรื่องเพศเป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะสัญชาตญาณมนุษย์ชอบลองผิดลองถูกเสมอ ควรชี้ถึงความพร้อมทั้งกายและใจ เช่น นกต้องมีการสร้างรังก่อนเพื่อเป็นที่อยู่ของลูกน้อยที่จะเกิดมา มนุษย์ก็เช่นกันต้องมีวัยวุฒิ คุณวุฒิพร้อมแล้วมีการเตรียมบ้านที่พร้อมสำหรับครอบครัว จึงเริ่มเตรียมมีบุตรอันเป็นโซ่ทองคล้องชีวิตคู่สืบไป
He said/She Said
แมคพนักงานบริษัท
“ชอบสาวที่ดูแลตัวเองเป็น ไม่อ่อนแอ และอ่อนไหวจนเกินไป จริงๆ แล้วชอบสาวที่ลุยๆ ไม่หญิงจ๋ามากเกินไป ดูน่ารักดีครับ”
เกิร์ลพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มที่เทกแคร์เก่ง เอาใจเก่ง ดูแลเราอย่างดี ดูมีเสน่ห์ดีค่ะ และชอบหนุ่มตัวใหญ่ๆ จะได้คุ้มครองเราได้ค่ะ”
Quote
“ฉันเป็นประเภทที่ชอบไปสรวลเสเฮฮากับหนุ่มๆ และก็ชอบพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ฉันสามารถเนียนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพวกเขาได้ โดยไม่มีอุปสรรคเรื่องเพศมากวนใจ”
มิเชล บอร์ท นักแสดงสาวอเมริกัน







