
เลี้ยงลูกง่ายๆ สไตล์ ดร.ณัชชา
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ ไม่มีเครดิต
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ ไม่มีเครดิต
ศ.ดร.ณัชชา พันธุ์เจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมธีวิจัยอาวุโส สกว. สาขาดุริยางคศิลป์ ปี 2556 นอกจากเล่นเปียโนแล้วเก่งยังเลี้ยงลูกได้ดีเยี่ยมอีกด้วย
เพียงแค่มุมมองในการเลี้ยงลูกก็น่าสนใจ ศ.ดร.ณัชชา บอกว่า เป็นหนี้บุญคุณลูกด้วยซ้ำที่เกิดมาให้ชื่นใจเหมือนฟ้าประทาน ไม่เคยคาดหวังอะไรจากลูก เก่งหรือไม่เก่งก็รักที่สุด
“ในเมื่อเรารักเขาเราก็จะไม่ทำร้ายจิตใจเขา ไม่ทำให้เขาเสียใจ แทบไม่ดุลูกเลยค่ะ จะเรียกว่าตามใจก็ได้ เราอยู่กันง่ายๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ พูดจากันดีๆ มีปัญหาก็แก้กันไป แก้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ถ้าอะไรๆ ก็ “เป็นไร” ไปเสียหมด บ้านคงไม่เป็นบ้าน”
อาจารย์ณัชชา บอกว่า สิ่งหนึ่งที่จะไม่กระทำเลยกับลูกคือการคอยจ้องดุลูก เพราะการจ้องจะดุลูกอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นแรงผลักดันให้ลูกกลายเป็นคนพูดโกหกเพื่อสร้างภาพให้พ่อแม่พึงพอใจ
“ถ้าลูกพูดหรือทำอะไรเราคอยจ้องจะดุอยู่เรื่อย ในที่สุดลูกอาจเป็นเด็กพูดโกหกสร้างภาพให้พ่อแม่พอใจ แล้วเราก็อาจเป็นคนที่รู้เรื่องของลูกเป็นคนสุดท้ายเสมอ เพราะลูกจะไม่อยากบอกความจริงกับเรา โดยดิฉันปฏิบัติต่อลูกและลูกศิษย์เหมือนกัน ตั้งใจจะให้เขาตลอดชีวิตทั้งความรักและความรู้ ไม่เคยหวังและเรียกร้องให้ต้องมาตอบแทนหรือดูแลเรา
ลูกไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังเพราะแม่ไม่เคยคาดหวัง แม้เวลาสอบไม่ผ่านเมื่อลูกบอกวันนี้หนูสอบซ่อม ดิฉันไม่ว่าลูกสักคำเพราะคิดว่าเขาก็คงเสียใจอยู่บ้าง ได้แต่บอกว่าสอบหลายครั้งหนูก็จะเก่งขึ้นเอง (แม้ใจคนเป็นแม่จะระทึกเล็กน้อย) เมื่อไม่ผ่านก็สอบใหม่ โอกาสไม่ได้มีหนเดียว อยากให้เขามีทักษะการใช้ชีวิต ใช้ปัญญาแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ได้ ไม่ใช่ตามกระแส เป็นตัวของตัวเอง ไม่อยากให้สุดโต่ง”
อาจารย์ณัชชา ย้ำว่า ทั้งหมดไม่ได้สอนด้วยคำพูดตรงๆ แต่สอนด้วยการกระทำ ด้วยภาคปฏิบัติ แล้วลูกซึมซับทีละเล็กทีละน้อย จนกลายเป็นเด็กที่มีมิติในการมองเรื่องต่างๆ ได้ดี สามารถคิดวิเคราะห์ได้ดี
“ปกติจะไม่คิดให้ แค่ให้ข้อมูลที่เหมาะสม แค่แนะนำแล้วให้เขาตัดสินใจเอง เช่น เมื่อเขาอยากเรียนศิลปกรรม อยากเรียนสถาปัตย์ แม่ก็ให้ข้อมูลรอบด้าน ใช้เวลาเป็นปีจนเขาตัดสินใจใหม่ ตัดสินใจด้วยตัวเองด้วยความมั่นใจที่จะเรียนเศรษฐศาสตร์ เราไม่บังคับแต่เราต้องแนะนำ และเคารพการตัดสินใจของลูก”
สิ่งหนึ่งที่มักได้ยินคือพ่อแม่ส่วนใหญ่ชอบบ่นว่าลูกดื้อ แต่อาจารย์ณัชชากลับมองว่า บางครั้งความจริงไม่ใช่ลูกดื้อ แต่เพราะพ่อแม่กำลังเอาแต่ใจตัว พ่อแม่อย่าวางตัวเหนือลูก อนึ่งสังคมไทยให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเด็ก ผู้น้อยต้องยอมผู้ใหญ่ในทุกกรณี ซึ่งในบางกรณีไม่มีเหตุผลเด็กจะต่อต้าน อาจต่อต้านในใจไม่แสดงออกที่ผู้ใหญ่เรียกกันว่า “ดื้อเงียบ” เมื่อไหร่ที่เด็กชี้แจงก็หาว่าเถียง ในที่สุดลูกก็ไม่เถียง พูดไปก็มีเรื่อง
“ลูกเราไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น พ่อแม่ลองหัดคิดต่างบ้าง เลี้ยงลูกสนุกค่ะ เหมือนอยู่ในห้องทดลอง ลองผิดลองถูก อยากให้ทุกคนมีลูก แม้ดิฉันจะมองว่าชีวิตนี้ลูกมีความหมายที่สุดอาชีพการงานเป็นเพียงส่วนประกอบ แต่ดิฉันใช้เวลากับลูกไม่มากจะทุ่มเวลากับการงานมากกว่า ดิฉันคิดว่าลูกไม่ได้ต้องการพ่อแม่ตลอดเวลา ต้องดูจังหวะอย่าให้ลูกรำคาญที่พ่อแม่ไม่เว้นวรรคเลย ปล่อยบ้างแต่อย่าทิ้งเขา เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันต้องหัดสังเกตว่าความพอดีอยู่ประมาณไหน”
ศ.ดร.ณัชชา ทิ้งท้ายว่า การเลี้ยงลูกให้ดีเป็นการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศชาติ ถือว่าเป็นหน้าที่พื้นฐานของพลเมือง จึงต้องลงทุนลงแรงลงเงิน อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับลูกต้องยอมเสียเวลา ยอมจ่าย อย่าขี้เหนียว อย่าคิดกำไรขาดทุนเพราะลูกของเราไม่ใช่สินค้า







