posttoday
Namibia 2 : รู้จักชาวนามิเบียน

Namibia 2 : รู้จักชาวนามิเบียน

24 พฤษภาคม 2553

ปัจจุบันประเทศนามิเบียมีจำนวนประชากรประมาณ 2 ล้านคน ราวครึ่งหนึ่งเป็นชนเผ่า Ovambo ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของดินแดนแถบนี้ นอกจากนั้นยังมีชนเผ่าอื่นๆ เช่น Kavango และ Herero

ปัจจุบันประเทศนามิเบียมีจำนวนประชากรประมาณ 2 ล้านคน ราวครึ่งหนึ่งเป็นชนเผ่า Ovambo ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของดินแดนแถบนี้ นอกจากนั้นยังมีชนเผ่าอื่นๆ เช่น Kavango และ Herero

โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา [email protected] 

เมื่อเดินทางถึงประเทศนามิเบียในวันแรก มองเห็นบ้านเมืองที่สะอาด และมีความเป็นระเบียบ บ่งบอกความเป็นเยอรมันที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันแล้ว จึงแอบสงสัยอยู่ว่าผู้คนในประเทศนี้จะเป็นแบบไหน จะคล้ายกับผู้คนในประเทศอื่นๆ ของทวีปแอฟริกาที่เราเคยไปเยือน หรือจะเป็นแบบชาวตะวันตกอย่างเยอรมันหรืออังกฤษที่เคยมาครอบครองดินแดนแถบนี้ แต่คำตอบที่พบและน่าค้นหามากไปกว่านั้นคือ เรื่องราวของผู้คนชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ก่อนที่นามิเบียจะตกอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศเยอรมนี และก่อนการเข้ามาครอบครองของชาติตะวันตกในทวีปแอฟริกาเสียอีก

Namibia 2 : รู้จักชาวนามิเบียน บรรยากาศงานแต่งท่ามกลางญาติมิตร

ปัจจุบันประเทศนามิเบียมีจำนวนประชากรประมาณ 2 ล้านคน ราวครึ่งหนึ่งเป็นชนเผ่า Ovambo ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของดินแดนแถบนี้ นอกจากนั้นยังมีชนเผ่าอื่นๆ เช่น Kavango และ Herero อีกส่วนหนึ่งยังเป็นชาวตะวันตกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ในสมัยที่นามิเบียยังอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศเยอรมนี และช่วงที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศแอฟริกาใต้ และนอกเหนือไปจากอาคารบ้านเรือนในประเทศนามิเบียที่เป็นสถาปัตยกรรมซึ่งบ่งบอกความเป็นเยอรมันที่หลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว ชาวนามิเบียนในปัจจุบันประมาณ 80% ยังนับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งเข้ามาพร้อมกับชนชาติตะวันตก และอีกประมาณ 20% ยังคงนับถือศาสนาพื้นเมือง

นอกจากการนับถือศาสนาแล้ว ทุกวันนี้ชาวนามิเบียนยังรับเอาวัฒนธรรมการใช้ภาษามาจากชาติตะวันตกอีกด้วย จึงทำให้ปัจจุบันภาษาราชการของประเทศนามิเบียจึงมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และยังรวมไปถึงภาษาแอฟริกานส์อีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าการนับถือศาสนาและการใช้ภาษาของชาวนามิเบียนจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตกก็ตามที หากแต่ว่าวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ในอดีตก็ยังคงมีการสืบทอด และอยู่ในวิถีชีวิตของชาวนามิเบียนปัจจุบัน ซึ่งรวมไปถึงวัฒนธรรมของการแต่งงาน

นับเป็นความโชคดีที่ในเช้าวันแรกของการมาเยือนกรุงวินดุค เมืองหลวงของประเทศนามิเบียนั้น ทีมงานรายการโลก 360 องศา ได้พบกับงานแต่งงานของชาวนามิเบียน ซึ่งทำให้พวกเรามีโอกาสได้เห็นภาพแห่งความสุข ที่เป็นการผสมผสานของความเป็นตะวันตกและความเป็นนามิเบียนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ภาพของคู่บ่าวสาวที่ใส่สูทและชุดเจ้าสาวพร้อมกับถือช่อดอกไม้ ซึ่งเป็นภาพคุ้นชินตาในงานแต่งงานทั่วไปตามแบบตะวันตกที่เราเห็น หากแต่ว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของญาติมิตรที่ส่งเสียงร้องเพลงและเต้นรำในแบบชาวนามิเบียนดั้งเดิม เป็นภาพที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศนี้เท่านั้น และถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่รู้ความหมายของเพลงที่พวกเขากำลังร้องกันอยู่ก็ตามที

แต่จากสำเนียงและลีลาท่าทางแล้ว พวกเราก็เชื่อว่านั่นคือภาษาที่ไม่ว่าใครในโลกนี้เมื่อได้ยิน ได้ฟัง และได้เห็นแล้ว คงจะรับรู้ได้ในทันทีว่านี่คือภาษาของความสุข

หลังจากเริ่มต้นภารกิจของวันด้วยภาพแห่งความสุขของชาวนามิเบียนแล้ว ผู้นำคณะของพวกเราซึ่งเป็นชาวนามิเบียนเช่นกันบอกกับเราว่า ความสุขยังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ และเขากำลังจะพาพวกเราไปพบกับความเป็นนามิเบียนที่มี “รอยยิ้มสุดพิเศษ” รอคอยอยู่ จนกระทั่งในที่สุดพวกเราก็เดินทางไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยได้รับคำบอกเล่าว่าเป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ใครก็ตามเมื่อมาเยือนนามิเบียนแล้ว จะต้องหาโอกาสมาลองชิมรสชาติอาหารและเมนูสุดพิเศษตามแบบชาวพื้นเมือง ซึ่งเตรียมไว้สำหรับต้อนรับผู้มาเยือนที่เป็นแขกพิเศษเท่านั้น

Namibia 2 : รู้จักชาวนามิเบียน ชาวนามิเบียนพื้นเมือง

หลังจากเลือกที่นั่งกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่เรียกเป็นภาษาพื้นเมืองว่า Oshikundu ซึ่งคล้ายกับน้ำซาวข้าวที่นำมาต้มจนสุก เจ้าหน้าที่ในร้านได้ให้ข้อมูลพวกเราว่า เป็นเครื่องดื่มที่มีคุณสมบัติช่วยในการย่อยอาหาร หลังจากนั้นพนักงานในร้านก็นำน้ำมาให้ล้างไม้ล้างมือ ก่อนที่จะค่อยๆ ทยอยนำอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะทีละอย่าง ประกอบไปด้วย แป้งที่เรียกกันว่า Mahangu เนื้อแห้ง ที่เรียกว่า Eedingu ไก่นึ่งทั้งตัว เรียกว่า Oshiwambo และในที่สุดเราก็พบกับคำตอบของ “รอยยิ้มสุดพิเศษ” ที่ผู้นำคณะของเราพูดถึงไว้ก่อนหน้านี้ นั่นคือ อาหารที่ชื่อว่า “Smiley” หรือว่า หัวแพะทั้งหัว นั่นเอง

ผู้นำคณะของพวกเราเล่าให้ฟังว่า เมนู Smiley เป็นที่นิยมของชาวนามิเบียน และยังถือว่าเป็นอาหารพิเศษแบบดั้งเดิม ที่จะต้องเตรียมไว้สำหรับต้อนรับแขกพิเศษ ซึ่งก็ยังถือปฏิบัติและเป็นที่นิยมมาจนกระทั่งทุกวันนี้ และพวกเราก็ได้มีโอกาสลองชิมรสชาติเมนูสุดพิเศษนี้ไปด้วย

หลังจากที่ได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองมื้อพิเศษไปเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เริ่มอยากรู้ว่าอาหารของชาวนามิเบียนในปัจจุบันนั้นจะเหมือนหรือว่าแตกต่างไปจากอาหารพื้นเมืองที่พวกเราได้ลองชิมมาหรือเปล่า เราจึงเดินทางไปยังตลาดแห่งหนึ่งซึ่งได้รับคำบอกเล่าว่าเป็นตลาดของคนผิวดำที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ และยังเป็นตลาดที่ขายอาหารยอดนิยมของคนในย่านนี้ด้วยเช่นกัน อาหารยอดนิยมที่พูดถึงนั่นก็คือ Kapana คือเนื้อย่างที่ย่างกันสดๆ กลางแจ้ง คนชำแหละเนื้อก็ชำแหละกันอยู่ภายในตลาดที่อยู่บริเวณใกล้ๆ กัน หลังจากนั้นก็นำเนื้อออกมาย่างและหั่นขายให้กับผู้ที่มาซื้อตามแต่จะเลือก รสชาตินั้นไม่แตกต่างไปจากเนื้อย่างที่เมืองไทยมากนัก และราคาหลังจากหั่นเป็นชิ้นๆ แล้ว ชิ้นละประมาณ 5 บาท

แต่ความแตกต่างไปจากเมืองไทยก็ดูจะเป็นบรรยากาศของคนย่างเนื้อและขายไปด้วย พร้อมๆ กับคนซื้อที่เลือกและจ่ายเงิน เสร็จแล้วก็รับประทาน Kapana กันที่หน้าร้านกันเลย ถ้าจะบอกว่า “Hot dog” คืออาหารยอดนิยมของคนอเมริกันแล้วละก็ สำหรับชาวนามิเบียนก็ต้องยกให้ “Kapana” นี่กระมัง และทำให้ใครหลายๆ คนต่างพากันขนานนามว่าที่นี่ว่าเป็น “The Land of Meat Lovers” เลยทีเดียว

หลังจากไปเยือนตลาดโอเชตู ซึ่งเป็นตลาดที่ขาย Kapana ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด และยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในละแวกนั้นแล้ว พวกเรายังได้ไปเยือนสถานที่ใกล้เคียงกันที่เรียกกันว่า ย่าน Post Street Mall ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ของชาวแอฟริกันผิวดำซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงวินดุค และยังนับว่าเป็นย่านของกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยของกรุงวินดุคอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้รัฐบาลนามิเบียก็มีความพยายามที่จะลดความเหลื่อมล้ำของคนกลุ่มต่างๆ ในประเทศให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งผู้คนที่เป็นชาวพื้นเมืองเดิมซึ่งเป็นชาวแอฟริกันผิวดำ และชาวตะวันตกผิวขาว รวมถึงคนเอเชียที่เพิ่งจะเริ่มเข้ามาอยู่ในประเทศนี้มากขึ้น โดยเฉพาะคนจีนที่เข้ามาด้วยเหตุผลทางด้านธุรกิจ

พบกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนามิเบียนในปัจจุบัน ร่องรอยแห่งอดีตที่ยังหลงเหลือมาจนทุกวันนี้ รวมไปถึงอาหารมื้อพิเศษที่แสนประทับใจ ในรายการ โลก 360 องศา วันเสาร์ 21.30 น. ทาง ททบ. 5

ข่าวล่าสุด

ราชกิจจาฯ อภัยโทษ 2569 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์พ้นโทษจำคุกทันที

ราชกิจจาฯ อภัยโทษ 2569 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์พ้นโทษจำคุกทันที