posttoday
พูยา (Puya) บรอมีเลียดยักษ์ (1)

พูยา (Puya) บรอมีเลียดยักษ์ (1)

15 มิถุนายน 2557

ในวงการบรอมีเลียด หรือสับปะรดสี คงจะทราบกันดีว่ามัลฟอร์ด เบทแมน ฟอสเตอร์ Mulford B.Foster

โดย ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

ในวงการบรอมีเลียด หรือสับปะรดสี คงจะทราบกันดีว่ามัลฟอร์ด เบทแมน ฟอสเตอร์ Mulford B.Foster เป็นทั้งนักผสมพันธุ์บรอมีเลียดและนักสะสมบรอมีเลียดที่มีชื่อเสียงของอเมริกาในช่วงเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้ฟอสเตอร์ยังบุกเบิกงานด้านวารสารของสมาคมบรอมีเลียด โดยเป็นทั้งบรรณาธิการและเป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ประชาชน ลูกผสมบรอมีเลียดหลายชนิดมีชื่อของท่านผู้นี้ เช่น "Mulfordii" "Fosteriana" "Fosterianum" "Fosterianus" และสกุล "Fosterella"

ฟอสเตอร์เป็นพรานล่าบรอมีเลียดในป่าต้นกำเนิด ชุดเสือพรานสำหรับใส่เข้าป่าของฟอสเตอร์ ประกอบด้วย เสื้อแจ็กเกต เนกไท รองเท้าบู๊ตยาวทำจากหนังวัวแท้ มีดดาบสะพายหลังเล่มยาว พร้อมทั้งคุณสมบัติของพรานล่าพืชที่ดีคือ มีความกระหายใคร่ที่จะค้นพบพืชแปลกใหม่ ความอยากจำแนกแจกแจงชื่อและใช้ประสบการณ์ของเขาในป่ามาบรรยายให้ผู้ฟังได้ทราบ เรื่องราวของบรอมีเลียดในป่าและการผจญภัยของเขา ลองติดตามเรื่องของเขาดูนะครับ

หลายสิบปีมาแล้ว ฟอสเตอร์บินจากเมืองออร์แลนโด ฟลอริดา สหรัฐ ไปยังประเทศโบลิเวีย ในอเมริกาใต้ เพื่อติดตามดูการออกดอกของพืชในวงศ์สับปะรด ซึ่งมีขนาดใหญ่ยักษ์ที่สุดในโลก พูยา ไรมอนดิไอ (Puya raimondii) ซึ่งเรื่องราวของบรอมีเลียดยักษ์ ชนิดนี้ถูกตีพิมพ์ในแนชชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แมกกาซีน ฉบับที่ 98 เล่นที่ 4 (ต.ค. 1950) เขาใช้เวลาบินยาวนานรวมระยะทาง 6,000 ไมล์ จากฟลอริดาถึงใจกลางประเทศโบลิเวียและบนภูเขาแอนดีสระดับสูง 1.5 ไมล์ เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ฟอสเตอร์พบบรอมีเลียดชนิดที่ใหญ่สุดของโลก พูยาไรมอนดิไอ ซึ่งแม้จะอยู่ในกลุ่มของไม้เนื้ออ่อน (Herbaceous) แต่เราจัดให้เป็นพืชที่สร้างเมล็ดไม่มีเนื้อไม้ที่แข็งแกร่งดังเช่นไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่ม แต่เป็นไม้เนื้ออ่อนชนิดพิเศษที่โดดเด่นเอามากๆ เพราะมันมีลำต้นและช่อดอกที่สูงชะลูดขึ้นไปในอากาศ โดยหยั่งรากลึกลงตามซอกหินและชูศีรษะ (ช่อดอก) ขึ้นไปอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกจากมหาสมุทรแอตแลนติกดูเหมือนเราจะอยู่ในความฝัน เพราะใครเลยจะคาดได้ว่าเราจะพบกับบรอมีเลียดยักษ์สูงกว่า 30 ฟุต ก้านช่ออย่างเดียวก็ปาเข้าไปถึง 20 ฟุตแล้ว และมีเส้นรอบวงวัดได้ 8 ฟุต ดูภาพประกอบก็แล้วกันว่าเราต้องใช้บันไดพาดเข้ากับพุ่มใบหนามของมัน เพื่อปีนขึ้นไปตามดอกย่อยหลายชั้นเพื่อขึ้นสู่ปลายช่อดอกของมัน แจ็ค อินเดียนพื้นเมืองแห่งโบลิเวีย กล่าวว่า ต้นพูยายักษ์นี้แทงช่อดอกครั้งเดียวในรอบ 150 ปี จากนั้นมันจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งตายไป แต่ก่อนหน้านั้นทรงพุ่มของพูยานี้ไม่แตกต่างจากกอสับปะรด แต่พอแก่จัดมันจะแทงช่อดอกขึ้นมาสูงถึง 20 ฟุต เหนือพุ่มใบ เราใช้บันไดที่ขอยืมมาจากสำนักงานดับเพลิง จากนั้นช่วยกันเก็บดอกสมบูรณ์เพศออกมาจากต้นพูยายักษ์ที่ยืนต้นโดดเดี่ยวอยู่บนเทือกเขาแอนดีสแห่งโบลิเวีย

พูยา (Puya) บรอมีเลียดยักษ์ (1)

 

ย้อนหลังไปตอนเราบินมาถึงโบลิเวีย เราใช้เวลาเตรียมการอยู่สามวันเพื่อจะเดินทางจากลาปาซไปยังเกสตา เดอ ฮัวคาคุย (Cuesta de Huakaqui) ซึ่งมีความหมายในพวกคิวชัว (Quechua) ว่า "ภูเขาแห่งกลังจะร้องไห้" (Slope of Going to Cry) เช้าตรู่วันที่ 13 พ.ย. ดร.คาร์ดีนาส เป็นนักพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีในโบลิเวีย เขารู้จักพื้นที่บนที่สูงของเทือกเขาแอนดีส รู้จักพืชพรรณบนนั้น รู้จักชาวสเปนและคนอินเดียน มีเลือดอินเดียนคิวชัวอยู่บางส่วน เขาจึงพูดภาษาพวกนั้นได้ นอกเหนือจากภาษาอื่นๆ หลายภาษา เขาเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยโคชาแบมบา

โคชาแบมบาตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเทือกเขาแอนดีสในโบลิเวีย ส่วนที่กว้างสุดของเทือกเขาแอนดีส โคชา (Cocha) หมายถึงทะเลสาบในภาษาสเปน ส่วนแบมบานำมาจากภาษาอินเดียน แพมพา (Pampa) หมายถึง "พื้นที่ราบ" ซึ่งสภาพแบบที่ว่านี้ทำให้โคชาแบมบาเป็นศูนย์กลางการเกษตร

จากที่นี่เรามองเห็นยอดเขาฮัวคาคุย (Huakaqui) พุ่งขึ้นไปบนอากาศสูงประมาณ 8,000 ฟุต แต่ยอดของมันเป็นหินทั้งแท่ง ทั้งแห้ง ทั้งแล้ง เกือบจะไร้พืชพรรณใดๆ อยู่แล้ว

พูยา (Puya) บรอมีเลียดยักษ์ (1)

 

ราวชั่วโมงหนึ่งก่อนไปถึงที่หมาย เราแวะที่หมู่บ้านและไปที่สถานีดับเพลิง เราตั้งใจขอยืมบันไดของพนักงานดับเพลิงอันที่ยาวที่สุด ดร.ดาร์ดีนาส หยอกว่า พวกพนักงานดับไฟอาจขอเลื่อนอัคคีภัยต่างๆ ออกไปก่อน รอจนเรากลับมา บางทีคงเป็นวันรุ่งขึ้น

โชคดีที่พนักงานดับเพลิงอนุญาตให้เรายืมบันไดไปได้ เราจึงรีบเดินทางไปขึ้นภูเขา ซึ่งดูแห้งแล้งเพราะมีแต่หินสีน้ำตาล ลาดชันขึ้นตามระดับสูง เราได้แต่ประหลาดใจ เพราะสภาพแห้งแล้ง เช่นนี้จะมีพืชขนาดยักษ์อยู่ได้อย่างไร

รถบรรทุกเก่าๆ คันนั้นพาพวกเรามาจนถึงภูเขาลูกสุดท้ายและพอเลี้ยวโค้งสุดท้าย เราก็ได้เห็นต้นพูยาซึ่งพวกอินเดียนเรียกว่า ชูคุย เคียรา (Chuqui kiara) แปลว่า พูยาแข็งแรง (Strong puya) แต่สำหรับพวกเราแล้วมันคือตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ของพูยาไรมอนดิไอนั่นเอง พูยาต้นยักษ์นี้งอกออกมาจากเมล็ดมีปีกขนาดจิ๋ว เมื่อย้อนเวลากลับไปประมาณหนึ่งศตวรรษก่อนผมจะเกิด มันต่อสู้กับลมพายุรุนแรง กรวดหินซึ่งไหลไปได้เพราะแรงลม อากาศที่แปรปรวนและแสงแดดรุนแรง ลำต้นของพูยานี้มีแผลไฟไหม้สีดำ แสดงหลักฐานให้เห็นว่ามันต้องรอดมาจากกองไฟที่ชาวอินเดียนมักจุดมันขึ้น

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก