posttoday

เยือน ‘ไอ-โมบายสเตเดียม’ สัมผัสลมหายใจ ของบุรีรัมย์

14 มิถุนายน 2557

คงไม่ต้องเอ่ยถามว่าทุกวันนี้คนไทยรู้จักฟุตบอลลีกของยุโรป อาทิ พรีเมียร์ลีก ลาลีกา บุนเดสลีกา ดีแค่ไหน

คงไม่ต้องเอ่ยถามว่าทุกวันนี้คนไทยรู้จักฟุตบอลลีกของยุโรป อาทิ พรีเมียร์ลีก ลาลีกา บุนเดสลีกา ดีแค่ไหน ทั้งรู้จักชื่อสโมสร ชื่อนักเตะดังๆ หรือแม้แต่ชื่อสนามฟุตบอลอย่างโอลด์แทรฟฟอร์ด เวมบลีย์

ขณะเดียวกัน เมื่อหันกลับมาดูวงการฟุตบอลบ้านเรา ที่มีลีกสูงสุดคือ “ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก” ก็กำลังค่อยๆ เป็นที่นิยมของแฟนบอลชาวไทยเช่นเดียวกัน โดยมีหลายสโมสรที่ได้พัฒนาขึ้นมาจนสามารถครองใจแฟนบอลได้อย่างเหนียวแน่น สโมสร “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเมื่อพูดถึงทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ เชื่อว่าหลายคนคงนึกภาพความเป็นสโมสรที่มีความผูกพันกับแฟนบอลของตัวเอง รวมถึง “สนามฟุตบอล” ที่โดดเด่นสุดกว่าใครเพื่อนในวงการฟุตบอลลีกเมืองไทย นั่นก็คือ สนามไอ-โมบาย สเตเดียม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสนามฟุตบอลที่ “เปลี่ยนแปลง” บุรีรัมย์ไปตลอดกาล เนื่องจากตัวสนามได้กลายมาเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แก่บุรีรัมย์ได้แตะหลักล้านคนในรอบสองปีที่ผ่านมา จากที่เมื่อก่อนอยู่ในหลัก 7-8 แปดแสนคนต่อปี

เยือน ‘ไอ-โมบายสเตเดียม’ สัมผัสลมหายใจ ของบุรีรัมย์

 

หากใครเดินทางมาท่องเที่ยว จ.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่ก็คงจะใช้เส้นทางถนนสาย 219 จาก อ.ประโคนชัย มุ่งสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ สนามไอ-โมบาย สเตเดียม ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ โดดเด่นเป็นสง่าด้วยตัวอาคารสีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีของทีมปราสาทสายฟ้าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หากใครเคยไปชมฟุตบอลยุโรปถึงขอบสนามมาก่อน ก็บอกได้เลยว่าสนามไอ-โมบาย สเตเดียมแห่งนี้ก็แทบจะอยู่ในระดับเดียวกัน ด้วยรูปทรงสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นสนามฟุตบอลในประเทศไทยที่ได้มาตรฐานระดับเวิลด์คลาสจากฟีฟ่า โดยใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกเพียง 256 วัน อาคารมีทั้งหมดสี่ชั้น มีห้องต่างๆ ตามฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน ปัจจุบันมีความจุถึงกว่า 3.26 หมื่นที่นั่ง เนื้อที่โดยรอบกว้างขวาง ขนาดถึงกว่า 200 ไร่

เยือน ‘ไอ-โมบายสเตเดียม’ สัมผัสลมหายใจ ของบุรีรัมย์

 

ผมเดินตามเส้นทางเดียวกับนักฟุตบอลที่พอออกจากห้องพักเดินเข้าสู่สนาม เรียกได้ว่าความรู้สึกแรกต้องตะลึงกับความยิ่งใหญ่และสวยงามของสนามแห่งนี้ ทั้งพื้นหญ้าสีเขียวสวย เเละที่นั่งบนอัฒจันทร์รอบทั้งสี่ทิศเชื่อมต่อกันเป็นวง และผมคิดว่าสิ่งที่เป็นหัวใจของสนามแห่งนี้ คือข้อความที่ปรากฏอยู่บนหลังคาอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตก ที่เขียนว่า “Breath of Buriram” หรือ “ลมหายใจของบุรีรัมย์”

ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อพบว่าทุกวันนี้ บุรีรัมย์ได้กลายเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมการเชียร์ฟุตบอลที่ค่อนข้างเข้มแข็งไปแล้ว ทุกเย็นวันเสาร์ที่สนามไอ-โมบาย สเตเดียม จะเต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศสนุกสนาน แฟนบอลส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อทีมเดินกันขวักไขว่ พกพาอุปกรณ์เชียร์มาครบมือ ก่อนจะทยอยเข้าภายในสนามเมื่อเกมใกล้เริ่ม แน่นอนว่านัดไหนที่บุรีรัมย์เป็นทีมเหย้า แฟนบอลจะมาเชียร์ไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของความจุสนาม

เยือน ‘ไอ-โมบายสเตเดียม’ สัมผัสลมหายใจ ของบุรีรัมย์

 

ผมมีโอกาสได้ชมเกมระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดกับบางกอก ยูไนเต็ด เมื่อวันเสาร์ที่ 31 พ.ค. เป็นเกมที่ทีมเยือนต้องสู้เพื่อดิ้นรนหนีอันดับท้ายตาราง ซึ่งการมาเล่นนอกบ้านเป็นสิ่งที่ยาก และก็เป็นไปตามคาด ทีมเยือนไม่สามารถเอาชนะทีมเหย้าที่เพียบพร้อมในทุกด้าน โดยพ่ายแพ้ไป 3-0 ประตู

เพราะว่าสัจธรรมอย่างหนึ่งของเกมฟุตบอล คือ ทีมเจ้าบ้านมักได้เปรียบ และถ้ายิ่งทำให้ทีมคู่แข่งกลัวได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งปัจจัยที่สำคัญอย่างมากก็คือ “กองเชียร์” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมีกองเชียร์ที่แข็งแกร่งราวจำนวนราว 800คน นั่งอยู่เต็มอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกภายใต้การนำเชียร์ของ “กรุณา ชิดชอบ” กองเชียร์นี้มีชื่อว่า “GU12” (อ่านว่า กูสิบสอง) ซึ่งหมายถึง ตัวกองเชียร์ที่เปรียบเสมือนผู้เล่นคนที่สิบสองของทีม ตลอดเกมการแข่งขันผมรู้สึกได้ว่า กองเชียร์มีส่วนสำคัญไม่น้อยที่ช่วยให้ทีมชนะ เรียกได้ว่าเชียร์ได้เข้ากับเกม จบเกมแม้ทีมเยือนจะพ่ายแพ้กลับไปแต่เชื่อว่าสิ่งที่คุ้มค่าในทุกๆ เกม ก็คือความสนุกสนานที่เกิดจากความทุ่มเททั้งจากผู้เล่นและกองเชียร์

เยือน ‘ไอ-โมบายสเตเดียม’ สัมผัสลมหายใจ ของบุรีรัมย์

 

ใครไปเที่ยวบุรีรัมย์ผมก็อยากแนะนำให้ลองซื้อตั๋วเข้าไปชมฟุตบอลที่สนามไอ-โมบาย สเตเดียมดูสักครั้งเป็นประการณ์ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของสนามที่มีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยแล้ว ก็จะได้ลองพิสูจน์ด้วยว่า “ลมหายใจของบุรีรัมย์” มันเป็นอย่างไร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารยูโอบี สานต่อโครงการ Lady Journey 2557 จัด 4 เส้นทาง ได้แก่ บุรีรัมย์ ลำพูน-ลำปาง อุทัยธานี และปราจีนบุรี-สระแก้ว เพื่อสนับสนุนกลุ่มสาวๆ วัยทำงาน และกลุ่มเพื่อนๆ ให้ท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

ข่าวล่าสุด

กบน. ลดราคาดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน 69