
'เรียนรู้แฟชั่นและเลือกแต่งอย่างฉลาด' กรณ์วิภา โชติกเสถียร
เอย-กรณ์วิภา โชติกเสถียร เป็นทั้งสาวสังคมเนื้อหอมฟุ้ง และยังนั่งแท่นพีอาร์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เอกเซ็กคิวทีฟ ให้กับแบรนด์ "วทานิกา"
โดย...วรากรณ์
เอย-กรณ์วิภา โชติกเสถียร เป็นทั้งสาวสังคมเนื้อหอมฟุ้ง และยังนั่งแท่นพีอาร์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เอกเซ็กคิวทีฟ ให้กับแบรนด์ "วทานิกา" ของเพื่อนสาวคนสนิท แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่คบหากันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ม.6 ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย เมื่อความฝันของเพื่อนสาวเป็นจริงคืออยากสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองจนประสบความสำเร็จอย่างสูง กรณ์วิภาจึงคิดว่าได้เวลาแล้วที่จะเข้ามาเสริมทัพให้แข็งแกร่ง โดยนำความเชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์ที่ตัวเองถนัดมาช่วยบริหารแบรนด์และทำการตลาดอย่างเต็มที่มานานกว่า 1 ปีแล้ว และมีแผนทำการตลาดให้โกอินเตอร์อย่างน่าทึ่งด้วยวิสัยทัศน์ของทีมงาน และผู้ก่อตั้งแบรนด์
ด้วยความคุ้นเคยกับ "วทานิกา" มาตั้งแต่เด็ก กรณ์วิภาฟันธงเลยว่า เพื่อนสาวมีแววเติบโตมาเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังได้อย่างแน่นอน เพราะด้วยความคิดสร้างสรรค์ วทานิกาเป็นผู้แนะนำเพื่อนๆ แต่งตัวอย่างไร คนนี้เหมาะกับแบบไหน
"แพรสวยมาตั้งแต่เด็กๆ พอเขามาเป็นดีไซเนอร์ แพรก็ออกแบบเสื้อผ้าได้เซ็กซี่ในแบบที่เอยชอบ เสื้อผ้าดูมีคาแรกเตอร์เป็นแพรมากๆ และสไตล์เราก็ใกล้เคียงกัน ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นคาแรกเตอร์แบรนด์คือ เซ็กซี่ ซึ่งหน้าที่ของพีอาร์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เอกเซ็กคิวทีฟ คือ ดูภาพลักษณ์ของแบรนด์ พบสื่อ ดูเรื่องการวางแผนการตลาด ดูจากประสบการณ์ เรามีที่ปรึกษาทีมงานที่อยู่ด้วยกันมานาน แต่แพรก็ลงมาช่วยดูด้านการตลาดเหมือนกัน เหมือนช่วยกันออกไอเดีย เพราะทีมงานก็เหมือนเป็นเพื่อนๆ กันหมด สัญญากันตั้งแต่เด็ก พอวันที่สร้างแบรนด์ เราก็สร้างและโตด้วยกัน ผิดถูกทำมาด้วยกัน"
ในฐานะดูแลภาพลักษณ์แบรนด์วทานิกา กรณ์วิภาบอกว่า "วทานิกา" สร้างมาเพื่อผู้หญิงที่มีความมั่นใจ ไม่จำเป็นต้องหุ่นดี เพราะเจ้าของแบรนด์กล่าวอยู่เสมอว่า คนไม่มั่นใจก็ใส่เสื้อผ้าของเราได้ เพราะการมีคัตติ้งและแพตเทิร์นที่ออกแบบมาดีเพื่อสรีระของผู้หญิงทุกคน และเปลี่ยนจุดด้อยของผู้หญิงให้กลายเป็นจุดเด่น แต่เป็นการโชว์อย่างมีดีไซน์
"เรามีกระโปรงทรงสอบสำหรับผู้หญิงที่มีสะโพกก็ควรโชว์ หรือมีหน้าอกหรือเอวก็โชว์เลย คือเป็นการดึงจุดเด่นของผู้หญิงทุกคนออกมาเผยกัน เพราะผู้หญิงบางคนไม่มั่นใจสะโพกที่ผายของตัวเองก็จะปิด เพราะแต่เดิมผู้หญิงไทยบางคนก็ไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ซึ่งจริงๆ แต่ละคนสวยในแบบของตัวเองอยู่แล้ว อย่างสีสันของคอลเลกชั่นสปริงซัมเมอร์ 2014 ที่ออกไป แพรจะเน้นสีหวานๆ เช่น สีชมพู ผสมผสานกับสีโทนดำ ทองขาว ซึ่งผลตอบรับและกระแสดีมากเพราะคนไทยชอบดอกไม้ ชอบความหวานของลายพรินต์อยู่แล้ว แพรยังออกแบบจุดเด่นคือ มีเทคนิคตีเกล็ด ผ้าซ้อนผ้าทำเป็นแขน ซึ่งเป็นแฟชั่นสไตล์วิกตอเรีย"
แม้ตลาดเสื้อผ้าแบรนด์ไทยจะแข่งขันกันสูง แต่โชคดีที่วทานิกาสร้างแบรนด์มาอย่างตั้งใจ เติมเต็มในส่วนที่ขาดในตลาด เช่น กลุ่มคนที่มั่นใจและชื่นชอบในสไตล์ของแพร เห็นคุณค่าในแบรนด์ เพราะแต่ละฤดูกาลดีไซน์ก็มีความแตกต่าง มีการเปลี่ยนจุดเด่นให้เป็นจุดด้อย เช่น ตัดขากางเกงให้สั้นลง ขาก็จะดูเรียว หน้าท้องหายไป อีกทั้งวทานิกายังเน้นคุณภาพและคัตติ้ง ใครลองก็จะชอบ อันนี้คือคีย์หลักของการทำแบรนด์เลยก็ว่าได้
"ในแง่ของการทำการตลาดคีย์หลักนี้ตลอดโจทย์ เพราะสังเกต 4 สาขาที่แบรนด์มี เช่น พารากอน เอ็มโพเรียม มุมไทยไทย เซ็นทรัล ชิดลม และศิวิไลซ์ ชั้น 5 เอ็มบาสซี เป็นร้านที่ร่วมรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ใครอยากได้ไอเท็มที่ไม่เหมือนใคร ให้ไปที่นั่น ซึ่งถือเป็นการทำแบรนด์และโปรโมทแบรนด์อีกรูปแบบหนึ่ง"
เพราะแฟนพันธุ์แท้ "วทานิกา" ก็ตามหาชิ้นที่ผลิตขึ้นจำกัด และอยากครอบครองเป็นเจ้าของ
"เราผลิตบางชิ้นขึ้นจำกัด เพื่อเป็นกิมมิกเล็กๆ ที่ทำให้แบรนด์เคลื่อนไหว อีกทั้งเรามีแผนทำตลาดทางออนไลน์ โซเชียลมีเดีย เพื่อลูกค้าไทยที่อยู่ตามต่างจังหวัด หรือคนกรุงที่ไม่ชอบออกไปช็อปปิ้งจะได้เลือกซื้อของทางออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นแผนการตลาดใหม่ปลายปีนี้เพื่อให้คนเข้าถึงวทานิกาได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น นำเสื้อผ้าไปถ่ายรูปลงนิตยสาร แล้วเราก็อัพโหลดลงเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมของเรา เพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นแล้วใส่ตาม เป็นอีกหนึ่งมาร์เก็ตติ้งซึ่งแอบประสบความสำเร็จเพราะชุดแขวนอยู่เฉยๆ คนมองไม่ออก แต่พอใส่กับนางแบบ คนจะเก็ตภาพได้มากกว่า แล้วก็ใส่ตาม บางทีเห็นแพรใส่ก็ใส่ตาม จนของหมดแล้วค่ะ แพรจึงถือเป็นไอคอนของแบรนด์"
การทำการตลาดแบรนด์ไม่ได้หยุดนิ่งแค่ในเมืองไทย ทีมการตลาดและเจ้าของแบรนด์ยังมีแผนโกอินเตอร์ไปสร้างแบรนด์ที่ประเทศอังกฤษเร็วๆ นี้ "ตอนนี้เราเริ่มๆ คุยกันถึงแผนในอนาคตว่าจะไปทางยุโรป เอยก็รู้สึกภูมิใจที่แพรสร้างแบรนด์ของตัวเองจนเติบโตมากๆ รู้สึกภูมิใจในตัวเขา เก่ง มุ่งมั่น แต่เขาก็เครียดเพราะสร้างแบรนด์ก็เหมือนมีลูก จนต้องมีคนมาช่วยเพื่อให้แบรนด์ขยายไปเรื่อยๆ แต่เราเป็นแบรนด์ที่ค่อยๆ เติบโตไปตามสเต็ปจะได้มั่นคง ซึ่งตอนนี้ลูกค้าเรามีทั้งจีน ไต้หวัน เกาหลี บรูไน แขก ยุโรปเช่นชาติอังกฤษ สเปน เป็นต้น"
ทำงานในวงการแฟชั่น กรณ์วิภาบอกว่าชอบ เพราะแต่เดิมชอบแต่งตัวและชอบดูคนอื่นแต่งตัวอยู่แล้ว จนได้มาทำแบรนด์แฟชั่น ยิ่งต้องคอยอัพเดทเทรนด์แฟชั่นโลกว่าไปถึงไหนแล้ว เพื่อเป็นความรู้ส่วนตัว จะได้ไม่ตกเทรนด์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะแต่งตัวตามเทรนด์มากนัก แต่เลือกปรับแต่งตัวให้เหมาะสมกับตัวเอง
"เอยไม่ค่อยตามเทรนด์ เพราะแฟชั่นหมุนเร็วมาก อัพเดทเทรนด์เพื่อรู้ไว้ แล้วเลือกปรับใช้ดีกว่า คือตอนนี้เทรนด์ของโลกอีก 6 เดือนข้างหน้าก็ยังฮิตลายดอกไม้อยู่ค่ะ แต่โทนสีของวทานิกาฤดูหน้าขออุบไว้ก่อน"
กรณ์วิภา โชติกเสถียร
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และวางแผนการตลาด แบรนด์ "วทานิกา"
การศึกษา : ปริญญาตรี สาขาบิซิเนส แอนด์ อเมริกันสแตนดาร์ด คณะศิลปศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประสบการณ์ทำงาน : พีอาร์และมาร์เก็ตติ้งเครื่องสำอาง โมเดล โค และชุดว่ายน้ำ Sighing ของออสเตรเลีย ทำอยู่ 3 ปี และเปลี่ยนฟีลมาทำงานด้านอีเวนต์ 5 ปี
แบรนด์เสื้อผ้า : วทานิกาแน่นอน ส่วนแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ก็เก่งๆ เยอะมาก และเอยเลือกใส่แต่เสื้อผ้าของไทยดีไซเนอร์ เช่น โซดา ของป้ากบ แม้เป็นแบรนด์ที่อยู่มามากกว่า 20 ปีแล้ว แต่ป้ากบก็ยังทำแบรนด์ได้แข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้ และเสื้อผ้าก็มีความน่าสนใจ
สไตล์แต่งตัว : คาแรกเตอร์ของเอยคือถ้าไม่เซ็กซี่ ก็แต่งตัวเรียบ เท่ไปเลย แต่หลักๆ ชอบเรียบ เท่ เพราะเป็นผู้หญิงไม่หวาน จึงชอบใส่กางเกง ดูคล่องแคล่ว ยิ่งตอนนี้ฮิตกางเกงทรงขาบานมากๆ กางเกงขาตรงใส่ทำงานได้ตลอด ใส่กางเกงทำงานเรียบร้อย คล่องตัวเป็นหลัก โชคดีที่เอยเหมาะกับทุกทรง
กระเป๋า : Tu'i , ISAWAN โดยเฉพาะแบรนด์หลัง ชอบตรงดีไซน์น่ารัก เขาดีไซน์ความเป็นตัวเองอยู่ในกระเป๋าได้ชัดเจนมาก น่ารัก เก๋ ใช้วัสดุแปลกๆ ถือได้ทุกโอกาส อีกแบรนด์ที่ชอบคือ รูดี้ เมนทารี่ เป็นแบรนด์ไทยของยังดีไซเนอร์ที่น่าจับตามอง กระเป๋าเขาเป็นลายพรินต์ ทรงลุยถือได้ในวันสบายๆ ใช้ง่าย สีสันสดใส เลือกวัสดุดี กระเป๋าสีเจ็บ เอยชอบทาลิปสีเข้มอยู่แล้ว และกระเป๋าของเขาเข้ากับสีของลิปสติกเลย เอยชอบทาปากสีเข้ม เช่น สีแดง ส้ม ชมพู มีสีแปลกก็ทา ทำให้สนุกไปอีกแบบ เอยมีลิปสติก 50 แท่ง แบรนด์ แมค นาร์ส ทอม ฟอร์ด มีสีที่ใช้ได้ตลอด ซื้อง่าย ซื้อทุกคอลเลกชั่น ซื้อบ่อยกว่าเสื้อผ้าเสียอีก อย่างแบรนด์อิสซาวัน เป็นรุ่นน้องที่มาแตร์ฯ เป็นยังดีไซเนอร์ที่เก่งมากๆ เริ่มจากขายออนไลน์ จนตอนนี้ขายดิบขายดี กระเป๋าเน้นหนัง วัสดุที่เขาเน้นคือ เน้นงานโลหะ เอาโลหะมาประกอบเป็นด้ามกระเป๋า งานเขาเก๋และแปลกมากๆ
รองเท้า : ชอบแบรนด์ซาร่า ชอบใส่ส้นสูง เพื่อถูกกาลเทศะ ทำงานตรงนี้เจอผู้ใหญ่เยอะ แต่เลือกใส่รองเท้าที่มีแพลตฟอร์ม อีกแบรนด์ที่ชอบคือ วาเลนติโน่ ชอบตรงตอกหมุดแบบสีอ่อนๆ ที่มีสายยาวขึ้นไปที่ข้อเท้า ใส่แล้วช่วยให้ดูขายาว หรือแบรนด์คริสติยอง ลูบูแตง ก็ชอบ และเป็นความฝันของเด็กผู้หญิงต้องใส่รองเท้าที่มีพื้นสีแดง เอยมีคู่เก่งแบรนด์นี้อยู่ 1 คู่ คือ สีดำเบสิก ดีไซน์เรียบๆ หัวแหลมๆ ปักหมุด เอยค่อนข้างให้ความสำคัญกับรองเท้ามากๆ เพราะเราเป็นคนโครงสร้างขาไม่ดี ใส่รองเท้าส้นสูงมากๆ จะรู้สึกเมื่อยลามขึ้นหลังไหล่ ต้องเลือกรองเท้าที่คัตติ้งดี ใส่สบาย เพราะเดินเยอะ เลือกรองเท้าก็ต้องแคร์เรื่องสุขภาพด้วย







