
194 ปี ‘จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซัน’
จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ วิสกี้ คือประสบการณ์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอดีต
โดย...มีนา
จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ วิสกี้ คือประสบการณ์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอดีต บ่มเพาะไว้ด้วยเรื่องราว 194 ปีอันยาวนาน ของการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์วิสกี้ที่สะท้อนถึงรสชาติอันประณีตละเอียดอ่อน ซึ่งสืบทอดมาตลอดหลายชั่วอายุคนในครอบครัววอล์กเกอร์ พร้อมทั้งสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในฐานะผลิตภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์ ศิลปะ นวัตกรรม และความหาญกล้า
ในช่วง 80 ปีหลังชื่อเสียงของวิสกี้ วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ได้การยอมรับ และได้รับพระราชทานตรารับรองสินค้าจากราชสำนักของจอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ภายใต้พระบรมราชานุญาตโดยพระเจ้าจอร์จที่ 5 เครื่องหมายที่มอบให้เฉพาะบุคคลและบริษัทผู้ซึ่งได้พิสูจน์ถึงการสร้างสรรค์ มาตรฐานสูงสุดของบริการ คุณภาพ และความเป็นเลิศ ที่มอบให้กับราชวงศ์เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีติดต่อกัน
ปี 1820 : ที่เมืองคิลมาร์น็อก สกอตแลนด์ จอห์น วอล์กเกอร์ เติบโตมาจากครอบครัวกสิกรรม ก่อนที่จะผันตัวมาเปิดร้านขายของชำ เขาค้าขายหลากหลายโดยเฉพาะใบชา ด้วยทักษะของการผสมใบชา ทำให้จอห์น วอล์กเกอร์ เกิดแนวคิดนำ “เกรน” และ “มอลต์ วิสกี้” มาเบลนด์เข้าด้วยกันเพื่อความนุ่มละมุน
ปี 1867 : ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าแห่งสกอตช์วิสกี้ ด้วยทักษะในการเบลนด์วิสกี้ที่เรียนรู้มาจากบิดาและความเชี่ยวชาญพิถีพิถันผ่านการผสมชาและเครื่องเทศ ทายาทรุ่นต่อไป คือ อเล็กซานเดอร์ วอล์กเกอร์ ได้นำเอาทุกรสชาติวิสกี้จากทั่วสกอตแลนด์มาเบลนด์จนเข้ากันเป็นวิสกี้คุณภาพใหม่ที่หาได้ยากอย่างแท้จริง และส่งวิสกี้นี้ออกไปทุกหนแห่ง เช่น โอลด์ ไฮแลนด์ วิสกี้ ผลักดันให้แบรนด์เป็นสกอตช์วิสกี้ระดับโลก ถูกวางจำหน่ายในกว่า 120 ประเทศ นับแต่ปี 1920 จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก
ปี 1920 : เซอร์อเล็กซานเดอร์ วอล์กเกอร์ หลานชายคนเล็กของจอห์น วอล์กเกอร์ ได้เข้าดูแลธุรกิจของครอบครัว หลังการจากไปของบิดา อเล็กซานเดอร์ วอล์กเกอร์ที่ 1 ทำให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเบลนด์หรือมาสเตอร์เบลนเดอร์ฝีมือเยี่ยม เป็นบุคคลสำคัญระดับโลก เป็นข้าราชสำนักเซอร์ และเขายังเป็นที่รู้จักกว้างขวางในฐานะผู้มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรม ชุมชน และประเทศชาติ จนเขาได้ร้บประดับยศชั้นอัศวินในปี 1920 ด้วยวัยเพียง 21 ปี จากการเข้ารับราชการเพื่อรับใช้รัฐบาลอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และเกิดสูตรวิสกี้เพื่อเป็นการฉลองคือ วอล์กเกอร์ เอกซ์อาร์ 21 ที่เลือกใช้ถังบ่มพิเศษที่มีอายุมากกว่า 21 ปี จากโรงกลั่นที่ไม่ได้ผลิตวิสกี้อีกแล้ว เพื่อให้ได้คุณภาพและรสชาติเฉพาะตัว
ปี 1932 : เซอร์อเล็กซานเดอร์ วอล์กเกอร์ หลงใหลการเดินทางทางทะเล เขาจึงสร้างสรรค์ขวดเหล้าที่มีคุณลักษณะเฉพาะคือสามารถขยับเขยื้อนได้อย่างสอดคล้องไปตามการโยกไหวของท้องทะเล และคิดผลิตวิสกี้สูตร “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ โอดิสซีย์” มาจากซิงเกิลมอลต์ที่คัดสรรอย่างประณีต ก่อนจะบ่มในถังไม้โอ๊กจากยุโรป กลายเป็นทริปเปิลมอลต์ สกอตช์วิสกี้ชนิดแรกของบริษัท
ปี 1934 : ผ่านประวัติศาสตร์การพัฒนาอันยาวนาน ทำให้ จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ได้รับตรารับรองสินค้าจากราชสำนักติดต่อกัน 5 ปี
ปี 2012 : วันจันทร์ที่ 6 ก.พ. 2012 คือวันเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีนับตั้งแต่วันขึ้นครองราชบัลลังก์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และจอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ในฐานะผู้กลั่นสกอตช์วิสกี้ที่ได้รับตราพระบรมราชานุญาตโดยสมเด็จพระราชินีนาถ จึงได้ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสนี้ด้วย “ไดมอนด์ จูบิลี่ บาย จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์” วิสกี้ที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษจากเกรนและมอลต์หายาก กลั่นและบ่มจนได้ที่นับตั้งแต่ปี 1952 ปีที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติ
ปี 2013 จากยุคเริ่มแรกของธุรกิจ ครอบครัววอล์กเกอร์และทายาทเจเนอเรชั่นต่อๆ มาของมาสเตอร์ เบลนเดอร์ ได้รังสรรค์สกอตช์วิสกี้สุดเอกซ์คลูซีฟให้กับเหล่าพันธมิตรที่ผ่านการคัดเลือก ผู้มีจิตวิญญาณเดียวกันกับครอบครัววอล์กเกอร์ ได้มีการเปิดตัว “โวดาโฟน แมคลาเรน เมอร์เซเดส เอดิชั่น” และ “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ลิมิเต็ด เอดิชั่น คอลเลกชั่น ดีไซน์ บาย อัลเฟรด ดันฮิลล์” และอีกหลากหลายสูตร เช่น “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ซิกเนเจอร์ เบลนด์ โวดาโฟน แมคลาเรน เมอร์เซเดส เอดิชั่น” เป็นต้น
ปี 2014 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ที่จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ที่ได้รับตรารับรองสินค้าจากราชสำนักภายใต้พระบรมราชานุญาต (Royal Warrants) ในรัชสมัยของพระเจ้าจอร์จที่ 5 (King George V)







