
จับตา...ม้ามืดตัวฉกาจ
มาถึงกลุ่มสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ กลุ่มเอช ที่น่าจะเหลือเพียงอันดับ 2 ของกลุ่มให้ รัสเซีย แอลจีเรีย
มาถึงกลุ่มสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ กลุ่มเอช ที่น่าจะเหลือเพียงอันดับ 2 ของกลุ่มให้ รัสเซีย แอลจีเรีย และ เกาหลีใต้ แย่งชิงกันเท่านั้น เพราะตำแหน่ง “แชมป์กลุ่ม” คงต้องยกให้ เบลเยียม ม้ามืดที่เซียนหลายคนมองว่ามีโอกาสถึงลุ้นแชมป์เลยทีเดียว จากผลงานสะท้านฟ้าในรอบคัดเลือก
เบลเยียม (อันดับ 12 ของโลก)
ว่ากันว่า นี่คือยุคทองของ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ที่เป็นผลพวงมาจากการปฏิรูปวงการลูกหนังในประเทศ ด้วยการพัฒนาตั้งแต่รากฐานระดับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง แม้จะห่างหายจากรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกถึง 12 ปี แต่ด้วยขุมกำลังที่มีสตาร์ในทุกตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่แดนหลังจาก ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูของแอต.มาดริด และ แวงซองต์ กอมปานี กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี มาจนถึงแนวรุกอย่าง เอเดน อาซาร์ ของเชลซี และ โรเมลู ลูกากู ดาวยิงเอฟเวอร์ตันแล้ว เบลเยียมเจเนอเรชั่นใหม่ น่าจะผ่านคู่แข่งในรอบแรกด้วยผลงานยอดเยี่ยมเหมือนในรอบคัดเลือก ที่แพ้ใครไม่เป็น (ชนะ 8 เสมอ 2) ได้ไม่ยาก
ผู้จัดการทีม ชั่วโมงบินบนเก้าอี้กุนซือของ มาร์ก วิลมอตส์ อาจค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ เมื่อเริ่มต้นงานแรกในระดับสโมสรเมื่อปี 2004 และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ก็สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ หลังขึ้นมาคุมทีมชาติชั่วคราวเมื่อปี 2012 โดยได้รับการยกย่องว่า ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับการมีความสัมพันธ์อันดีกับนักเตะ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยเรื่องวินัยในทีม
สตาร์ประจำทีม ด้วยระบบการเล่น 4-2-3-1 เอเดน อาซาร์ ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะดาวรุ่งที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่ง ถูกมองว่าจะเป็นฟันเฟืองตัวสำคัญของทีมในการสร้างสรรค์เกมรุก มิดฟิลด์วัย 23 ปี อาจจะตัวไม่ใหญ่ แต่มีความเร็วและทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม ถึงขนาด วิลมอตส์ เปรียบให้เป็น ซีเนอดีน ซีดาน ของเบลเยียม
เป้าหมาย แม้บ่อนพนันถูกกฎหมายหลายสำนักจะจัดให้เบลเยียมเป็น “เต็ง 5” ในการลุ้นแชมป์โลกเหนือทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศส และอังกฤษ แต่พวกเขายังขอมองแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย
“ทุกๆ คนพูดว่าเบลเยียมมีโอกาสสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพราะพวกเรามีกลุ่มนักเตะเจเนอเรชั่นใหม่ แต่ทีมเราเป็นทีมพลังหนุ่ม เพราะฉะนั้น เรื่องประสบการณ์ยังคงเป็นรองอยู่ ถ้าพูดกันตรงๆ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คือจุดหมายที่ดีสำหรับเรา” อาซาร์ กล่าว
รัสเซีย (อันดับ 18 ของโลก)
รัสเซีย สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการผ่านเข้ารอบในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่ม เหนือโปรตุเกส โดยการเปลี่ยนมาระบบ 4-3-3 ของ คาเปลโล ช่วยให้เกมของหมีขาวดูเวิร์กกว่าระดับ 4-2-3-1 ในแบบเดิม ขณะที่การเรียกนักเตะส่วนใหญ่ที่เล่นอยู่ในประเทศมาร่วมทีม ก็น่าจะเป็นจุดแข็งอีกอย่างที่ทำให้โค้ชรู้จักนักเตะได้อย่างรวดเร็วและดึงศักยภาพออกมาใช้ได้ดี โดยมีแดนกลางเป็นจุดแข็ง บวกกับเกมรับที่มี อิกอร์ อกินฟีฟ นายทวารที่สร้างสถิติในทีมชาติไม่เสียประตูในการลงเล่น 12 ชั่วโมง และถูกคาดว่าจะเป็นทีมที่ผ่านเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ตามเบลเยียม
ผู้จัดการทีม 4 ปีที่แล้ว ฟาบิโอ คาเปลโล อาจจะฝากผลงานที่น่าผิดหวังด้วยเกมน่าเบื่อของทีมอังกฤษเอาไว้ แต่ครั้งนี้กุนซือชาวอิตาเลียนกลับมาดูดีขึ้นหน่อยจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของรัสเซีย และกล้าตัดสินใจเมินอดีตสตาร์ของทีมอย่าง อังเดร อาร์ชาวิน ซึ่งหลายเสียงมองว่าสไตล์เผด็จการของอดีตกุนซือสิงโตคำรามอาจจะเหมาะกับรัสเซียมากกว่า
สตาร์ประจำทีม ถ้าพูดถึงนักเตะความหวังของรัสเซียเวลานี้ คงต้องเป็น อลัน ซาโกเยฟ มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากซีเอสเคเอ มอสโก ที่ติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 18 ปี และอยู่ในกลุ่มดาวซัลโวของยูโร 2012 บวกกับการเล่นในตำแหน่ง “เบอร์ 10” ซึ่งช่วยให้เขามีอิสระมากกว่านักเตะคนอื่นๆ น่าจะทำให้มีบทบาทอย่างมากกับทีม
เป้าหมาย นับตั้งแต่เล่นในนามรัสเซีย พวกเขายังไม่เคยผ่านรอบแรกได้เลย โดยครั้งล่าสุดที่เข้ารอบสุดท้าย ต้องย้อนไปเมื่อปี 2002 ในครั้งนี้ แข้งหมีขาวจึงหวังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างชื่อและเป็นหน้าตาก่อนจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพในอีก 4 ปีข้างหน้า
แอลจีเรีย (อันดับ 25 ของโลก)
เจ้าของฉายา “สุนัขจิ้งจอกทะเลทราย” เข้ารอบสุดท้ายสมัยที่ 3 ด้วยการคว้าตั๋วใบสุดท้ายของแอฟริกัน โดยยังไม่เคยคว้าชัยเลยในสองครั้งก่อนหน้านี้ (1986 และ 2010) แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ในครั้งนี้ หลังลีกในประเทศแข็งแกร่งขึ้นและยกระดับมาตรฐานการเล่นสูงขึ้นตามไปด้วย โดย ดีเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะอาร์เจนตินา ยังคาดว่าแอลจีเรียจะสร้างเซอร์ไพรส์ ขณะที่ ริวัลโด มองว่ามีโอกาสผ่านเข้ารอบสองสูงทีเดียว
ผู้จัดการทีม วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช กุนซือชาวบอสเนียน วัย 61 ปี เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. 2011 และได้สร้างทีมสายเลือดใหม่ขึ้นมา โดยหลายคนมาจากชุดเยาวชนของฝรั่งเศส ขณะที่ครั้งนี้ถือเป็นเวิลด์ คัพ ครั้งแรกในฐานะโค้ชเต็มตัว หลังโดนปลดจากทีมไอโวรีโคสต์ ก่อนฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย เพียง 3 เดือน
สตาร์ประจำทีม โซฟิยาน เฟกูลี มิดฟิลด์สายเลือดฝรั่งเศส วัย 24 ของบาเลนเซีย เคยลงเล่นให้ทีมยู21 ของทีมตราไก่แล้ว 2 ครั้ง แต่เลือกลงเล่นให้ทีมสุนัขจิ้งจอกแห่งทะเลทราย หลังได้พูดคุยกับสมาคมลูกหนังแอลจีเรีย ในปี 2011 และกลายเป็นกำลังสำคัญในเกมรุกของทีมทันที โดยเล่นได้ทั้งปีกและมิดฟิลด์ตัวรุก มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่ง
“เขายอดเยี่ยมมากและร่างกายแข็งแกร่งเหมือนสัตว์ป่า” อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซนอล พูดถึงนักเตะบาเลนเซียรายนี้
เป้าหมาย พวกเขาอาจยังไม่ดีพอในแอฟริกาใต้ แต่คราวนี้ ฮาลิลฮอดซิซ มั่นใจว่า ลูกทีมของพวกเขา ซึ่งมีหลายคนไปค้าแข้งอยู่ในลีกยุโรปและได้พัฒนาขึ้น จะมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์และเก็บ 3 แต้มแรกในเวิลด์ คัพ ได้สำเร็จ
เกาหลีใต้ (อันดับ 55 ของโลก)
โสมขาว เตรียมทำศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน หลังคว้ารองแชมป์กลุ่มรองจากอิหร่าน ในรอบแบ่งกลุ่ม เพราะฉะนั้น เรื่องประสบการณ์ไม่ใช่ปัญหา เช่นเดียวกับเรื่องพละกำลัง ความขยัน และระเบียบวินัย ที่เป็นจุดเด่นของทีมเกาหลีใต้ แต่ด้วยสตาร์ทีมที่มีอยู่ไม่มากนัก บวกกับความไม่ต่อเนื่องในการทำทีมที่มีการเปลี่ยนโค้ชมาแล้วถึง 3 คน โดย ฮองเมียงโบ ที่คุมทีมล่าสุด มีเวลาในการทำทีมเพียงแค่ปีเดียว หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ทำให้ยังห่างไกลกับอดีตที่เคยผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในบ้าน เมื่อปี 2002
ผู้จัดการทีม ฮองเมียงโบ คือฮีโร่ของโสมขาว ในฐานะกัปตันทีมชุดเวิลด์ คัพ 2002 และได้รับเลือกจาก เปเล ให้เป็น 1 ใน 125 ยอดนักเตะที่ยังมีชีวิตอยู่ ในปี 2003 และยังนำเกาหลีใต้คว้าเหรียญทองแดงในกีฬาโอลิมปิก ที่ลอนดอน แต่ภารกิจครั้งนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
สตาร์ประจำทีม ซองฮึงมิน กองหน้าวัย 21 ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทิ้งบ้านเกิดไปตามฝันกับอะคาเดมีของฮัมบูร์ก และกำลังเป็นไอดอลต่อจาก ปาร์กจีซุง หลังสร้างชื่อในบุนเดสลีกาด้วยยิงแฮตทริกในการเจอกับทีมเก่า เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หลังจากฮัมบูร์กมาห้างขายยาเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา จึงถูกจับตามองว่าจะเป็นความหวังสำคัญของโสมขาวในเกมรุก
เป้าหมาย พลังโสมแห่งเอเชีย หวังทำผลงานไม่แย่กว่าครั้งที่แล้ว ด้วยการเข้าถึงรอบสองเป็นอย่างน้อย หลังจาก 4 ปีก่อน พ่าย อุรุกวัย แต่ก็ต้องเค้นฟอร์มเก่งออกมาเช่นกัน หากจะต้องการจะแย่งอันดับ 2 กับรัสเซีย







