
สอนลูกให้รู้จักใช้แท็บเล็ต
แท็บเล็ต (Tablet) มีประโยชน์มากมาย แต่อาจกลายเป็นพิษสำหรับลูกหลานได้หากไม่มีการดูแลกำกับการใช้ เด็กอาจถูกบั่นทอนสุขภาพ
โดย...วรธาร
แท็บเล็ต (Tablet) มีประโยชน์มากมาย แต่อาจกลายเป็นพิษสำหรับลูกหลานได้หากไม่มีการดูแลกำกับการใช้ เด็กอาจถูกบั่นทอนสุขภาพ ใช้แท็บเล็ตเพลินจนไม่กิน ไม่นอน นิ้วคอเคล็ด ไม่อยากวิ่งเล่น เขียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ที่สำคัญ อาจเกิดโรคติดแท็บเล็ต ซึ่งการปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ให้เด็กเข้าไปเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและเป็นไปได้ยากมากในยุคที่เด็กต้องเติบโตท่ามกลางกระแสการไหล่บ่าของเทคโนโลยี
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องติดอาวุธทางความคิด และสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานสามารถอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างฉลาดรู้ อย่างแรก คือความใกล้ชิด พ่อแม่ต้องแบ่งเวลาเลี้ยงดูลูก เล่นกับลูก สอนลูกตั้งแต่วัยแบเบาะ สร้างความรัก ความอบอุ่น ความผูกพัน ซึ่งจะเป็นรากฐานแห่งสายสัมพันธ์ในครอบครัวอันยาวไกล หากลูกได้รับแท็บเล็ต พ่อแม่ควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ทำกิจกรรมร่วมกัน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนการรับรู้ การให้เหตุผลในมุมมองของพ่อแม่ตลอดจนสอบถามเรื่องงานที่ครูมอบหมายผ่านแท็บเล็ต รวมทั้งสังเกตและติดตามความรู้สึกของลูกจากการใช้แท็บเล็ตอยู่เสมอ
“ประการที่ 2 ฝึกคิดและทักษะชีวิต โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ลูก เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ เล่นของเล่น เล่นเกม พาไปทัศนาจร แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเรื่องราวเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ฝึกให้ช่วยทำงานบ้าน ฝึกแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องสอนให้ฝึกคิดเป็นและรู้หลักการดำเนินชีวิตที่ดีงาม ในการใช้ประโยชน์จากแท็บเล็ตพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ให้กับลูก ตลอดจนหาประเด็นแง่มุมการเรียนรู้ด้านบวกจากการใช้งาน รวมทั้งควรสอนให้ลูกมีหลักคิด เช่น หลักคิดเรื่องคุณและโทษ หลักคิด เรื่องคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม”
นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ประการต่อมา คือ ปลุกจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ ฝึกให้รู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง พ่อแม่ ครอบครัว เพื่อน ครู และสังคม และประการสุดท้าย คือ การสร้างกรอบวินัย โดยฝึกลูกให้รู้จักมีระเบียบวินัยและกติกา เพื่อไม่ให้ทำอะไรตามใจตัวเองจนมีผลเสียต่อหน้าที่ การงาน การพัฒนาตนและบุคลิกภาพที่ดี มีวุฒิภาวะ
“ทั้งนี้ ควรหาอุบายให้รางวัลเมื่อลูกทำดีและลงโทษเมื่อลูกทำผิด โดยตั้งกฎเกณฑ์ในการใช้งานตั้งแต่แรก จำกัดเวลาและเงื่อนไขในการใช้แท็บเล็ต เช่น ใช้ไม่เกินวันละ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง โดยสร้างกิจกรรมอื่นของครอบครัวร่วมด้วย แต่ต้องชี้แจงถึงเหตุผลจนลูกเข้าใจและยอมรับ หากทำผิดกติกาต้องหาอุบายลงโทษ นอกจากนี้ ส่งเสริมให้ลูกใช้แท็บเล็ตในการค้นคว้าเรียนรู้ ทำรายงานส่งครู วาดภาพเล่นดนตรี มากกว่าเล่นเกม หากเขาต้องการเล่นเกมไม่ควรห้าม แต่ควรดูเกมที่ลูกเล่นว่ามีความเหมาะสมตามวัยของเขาเพียงใด แค่นี้ก็เป็นภูมิคุ้มกันโรคติดการใช้แท็บเล็ตได้อย่างดี” นพ.ณรงค์ กล่าว







