posttoday

ดอกหินรังไก่เม็กซิกัน และกุหลาบเจริโค พืชคืนชีพ (1)

25 พฤษภาคม 2557

คนไทยเรียกพืชใกล้ชิดกับเฟินกลุ่มหนึ่งว่ารังไก่ ซึ่งอยู่ในสกุล Selaginella วงศ์ Selaginellaceae

โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

คนไทยเรียกพืชใกล้ชิดกับเฟินกลุ่มหนึ่งว่ารังไก่ ซึ่งอยู่ในสกุล Selaginella วงศ์ Selaginellaceae ซึ่งพืชสกุลรังไก่นี้ประกอบด้วยจำนวนชนิด (Species) กว่า 700 ชนิดในโลก คนไทยยังเรียกพืชสกุลนี้บางชนิดว่า ผักนกยูง (Selaginella Siamensis) หญ้าร้องไห้ (S.helferi) กนกนกยูง หรือปีกแมลงทับใหญ่ (S.willdenowii) หญ้าหนอนเบื่อ (S.pennata) และดอกหิน (S.pulvinata) ดอกหินญี่ปุ่น หรือดอกหินจีน (S.tamariscina) เป็นต้น

เรื่องของชื่ออันหลากหลาย

ผู้คนในสหรัฐ เม็กซิโก และตะวันออกกลางหลายประเทศ รวมทั้งอียิปต์ อาเรเบีย และซีเรีย รู้จักกับกุหลาบแห่งเจริโค (Rose of Jericho) ว่ามิได้เป็นไม้ดอกจำพวกกุหลาบ (Rose) จริงๆ แต่อย่างใด แต่กลับเป็นดอกหินที่มีชื่อว่า Selaginella Lepidophylla อยู่ในวงศ์ Selaginellaceae ที่น่าสนใจ คือ พืชนี้มีชื่อสามัญว่า พืชคืนชีพ (Resurrection Plant) บางคนเรียกว่า โรซามาเรีย (Rose Mariae) หรือกุหลาบของพระแม่มารีผู้บริสุทธิ์ (Rose of the Vergin) แต่สำหรับหลายคนมองเห็นว่ามันเป็นพืชโบราณเสียจริงๆ จึงเรียกมันว่า ต้นไดโนเสาร์ (Dinosaur Plant)

ดอกหินรังไก่เม็กซิกัน และกุหลาบเจริโค พืชคืนชีพ (1)

 

เรื่องเล่าขานปรากฏในตำนาน

การถือกำเนิดของกุหลาบแห่งเจริโคนี้มีเรื่องเล่าขานกันว่า เมื่อทารกน้อยจีซัสลี้ภัยออกจากเมืองเบชเลเฮมพร้อมพระมารดาแมรี่และโจเซฟ เพื่อหลบหนีจากการสังหารเด็กเล็กๆ ต่างๆ จากกษัตริย์แฮรอด ทั้งหมดข้ามพื้นที่ราบในเจริโค เมื่อแมรี่ลงจากหลังของลาซึ่งเธอขี่มันมา ดอกไม้เล็กๆ นี้จึงบานขึ้นมาบนพื้นเพื่อต้อนรับนักบุญทารกน้อย ซึ่งเธอโอบอุ้มไว้ในวงแขน ดอกไม้พากันบานขึ้นทั่วทุกหนแห่ง ซึ่งทั้งครอบครัวนอนพักผ่อนอยู่ระหว่างการหลบหลี่ไปยังดินแดนอียิปต์ ตลอดชีวิตขององค์พระไครสท์บนโลกนี้ ปรากฏกุหลาบแห่งเจริโค กำเนิดและเบิกบานอยู่ตลอดจวบจนเมื่อพระองค์สิ้นชีพ ลงบนกางเขนดอกไม้ทั้งหมดจึงเหี่ยวแห้งและตายไปในขณะเดียวกัน แต่หลังจากนั้นสามวัน เมื่อองค์พระเยซูเจ้าทรงพื้นคืนชีพอีกครั้งจากถ้ำบรรจุศพ ขณะนั้นเองกุหลาบแห่งเจริโคกลับพื้นคืนชีพอีกครั้ง และเบ่งบานขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเบิกบานและร่าเริงบนพื้นพิภพ พระองค์ พระไครสท์ทรงพื้นคืนชีพขึ้นอีก นับตั้งแต่บัดนั้น

นิเวศวิทยา

ดอกหินหรือกุหลาบแห่งเจริโคเกิดบนหน้าผาบนภูเขาที่อยู่ในเขตพื้นที่แห้งแล้งในหลายประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อียิปต์ อิสราเอล อาเรเบีย ซีเรีย โดยสืบพันธุ์ขึ้นจากสปอร์ซึ่งถูกกระแสลมร้อนในทะเลทรายพัดพาสปอร์จิ๋วราวฝุ่นไปตกตามซอกหินหรือร่องลึก แต่อาจชุ่มชื้นด้วยมอส ไลเคนส์ หรือเศษอินทรียวัตถุที่ตกลงไปสะสมตัวอยู่ สปอร์เหล่านี้จะงอกขึ้นและพัฒนาตัวจนเกิดเป็นต้นสปอร์โรไฟต์เล็กๆ คล้ายกุหลาบจิ๋วที่เบ่งบานขึ้นยามได้รับน้ำค้าง น้ำฝน เวลาเช้าตรู่ และจะห่อเหี่ยวปกป้องตัวเองจนกลมราวตัวเม่นน้อย ดอกหินแห่งเจริโคนี้ บางคนเรียกว่า กุหลาบของมะดอนนา (Rose of Madonna) คนยิวเชื่อกันว่าพืชชนิดนี้เบ่งบานขึ้นเป็นครั้งแรกยามพระไครสท์ประสูติขึ้น จากนั้นจึงหุบลงเมื่อพระองค์ถูกตรึงกางเขน ก่อนที่จะเบ่งบานนั้นอีกครั้งในช่วงอีสเตอร์ นี่คือที่มาที่ไปของชื่อกุหลาบแห่งเจริโค หรือดอกหินเม็กซิโก นั่นเอง

พืชคืนชีพได้อย่างไร

ปรากฏการณ์ที่พืชใกล้ชิดกับเฟินหลายชนิดแสดงอาการม้วนงอเข้าออกได้นี้ไม่ได้เกิดจากการขยายตัวยืดยาว แต่เกิดจากการหดตัว เฟินคืนชีพชนิดหนึ่ง ทางตอนใต้ของสหรัฐและพบทั่วไปในเขตร้อนของทวีปอเมริกา (Pleopeltis Polypodioides) ซึ่งเป็นพืชอิงอาศัยเกาะอยู่ตามคาคบไม้มีใบที่ม้วนงอเข้าด้านใน หากกระทบอากาศที่แห้ง กลายเป็นตัว C หรือตัว J ก็ได้ การม้วนงอนี้เกิดเพราะเซลล์บนผิวด้านบนของใบหดตัวมาก กว่าเซลล์ที่ผิวด้านล่างเมื่อขาดน้ำจนแห้ง แต่เมื่อใบเปียกเซลล์บนผิวใบบนกลับขยายตัวยืดออก ทำให้ใบแผ่ออกตรงเช่นเดิม คำอธิบายนี้ใช้ได้กับพืชคืนชีพอีกชนิด คือ ดอกหิน หรือรังไก่เม็กซิกัน (Selaginella Lepidophylla) ซึ่งพบตามป่าที่แห้งแล้งในรัฐเทกซัสและนิวเม็กซิโกไปจนถึงตอนใต้ของเม็กซิโก ผู้เขียนพบดอกหินชนิดนี้เข้าในหมู่ก้อนหินที่ร่วงหล่นลงมาจากหน้าผาริมไฮเวย์ ในแถบเมืองวาฮากา ในระหว่างที่ขับรถกลับไปเม็กซิโกซิตี้ จึงจอดรถลงไปเก็บมาปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านเพื่อนในเมืองมอนทะเรย์ (Montarey) ตอนเหนือของเม็กซิโก ดอกหินชนิดนี้ได้รับความนิยมในบรรดานักพืชสวน (นักสะสมปลูกเลี้ยงไม้ประดับกระถางและสวนหิน) ทั่วโลก เพราะมันสามารถม้วนตัวจนกลมคล้ายตัวลิ่น (ตัวกินมด) หรือดูคล้ายลูกตะกร้อได้เมื่อแห้ง แต่เมื่อดูดรับน้ำเข้าไป มันจะคลี่สยายใบออก การงอเข้าและยืดตัวออกนี้นับเป็นวิธีโดยแท้ เพราะมันขึ้นอยู่กับผนังเซลล์ของเซลลูโลสที่สูญเสียน้ำและดูดน้ำกลับเข้าไป ต้นพืชจะม้วนและยืดตัวออกได้แม้มันจะสูญเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงมีผู้เรียกญาติเฟินสกุลนี้ว่า พืชคืนชีพ (Resurrection Plant) เช่นเดียวกับปาฏิหาริย์ของพระเยซูเจ้าในพระคัมภีร์ใบเบิลนั่นเทียว

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง