
เส้นทางจราจรลดช่องว่างคนห่างเมือง
ในยุคที่ผู้คนเมืองกรุงต่างมุ่งหาเงินเพื่อมีรถเป็นของตัวเอง แน่ละในแง่ความสะดวกสบายเพียงข้อเดียว
ในยุคที่ผู้คนเมืองกรุงต่างมุ่งหาเงินเพื่อมีรถเป็นของตัวเอง แน่ละในแง่ความสะดวกสบายเพียงข้อเดียว การมีรถส่วนตัวก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ต้องทนอึดอัดแย่งกันขึ้นรถประจำทาง ทั้งผิวก็ไม่เสียถูกแสงแดดตอนรอรถ แต่ราวกับว่าความสะดวกสบายนั้นกลับแลกมาด้วยสภาวะรถติด
สิ่งนี้ดูจะเป็นปัญหาที่หนักหนาไม่น้อยสำหรับสำนักงานกรุงเทพมหานคร (กทม.) หน่วยงานที่มีหน้าที่หลักรับผิดชอบดูแลเป็นผู้คลี่คลายปัญหา เพราะหากปล่อยไว้รถจะยิ่งมากขึ้นๆ จนเกินทางแก้ ซึ่งในปัจจุบันจากผลสำรวจของทาง กทม. พบว่า มีรถใหม่ออกสู่ท้องถนนกรุงเทพฯ เฉลี่ยวันละ 1,000 คัน
ทางแก้ปัญหาดีที่สุดในเวลานี้ก็คงหนีไม่พ้นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้คนเมืองด้วยระบบขนส่งมวลชน อย่างรถไฟฟ้า โดยกำลังขยายเส้นทางให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม แต่เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนในเวลานี้ยังไม่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ จึงเอื้ออำนวยความสะดวกได้แต่เพียงผู้ที่อยู่อาศัยในเส้นทางแนวรถไฟฟ้า ดังนั้น ทาง กทม.จึงพยายามหาทางลดช่องว่างปัญหาด้วยการเชื่อมโยงเส้นทางสายเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน นั่นคือการเปิดเส้นทางสัญจรเรือที่เคยมีตั้งแต่อดีตเชื่อมโยงเข้ากับเส้นทางใหม่ของรถไฟฟ้าที่จะขยายขอบเขตครอบคลุมทั่ว กทม.อีกไม่กี่ปี โดยคาดหวังว่าจะพัฒนาการเดินเรือทางน้ำได้ทั้งหมด 28 คลอง
จุณทิชา ช่วงอรุณ รองกรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม ในฐานะผู้บริหารจัดการเดินเรือคลองภาษีเจริญ กล่าวถึงที่มาที่ไปของเส้นทางเดินเรือคลองภาษีเจริญ ว่า เนื่องจากผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ต้องการแก้ปัญหาการเดินทางให้ดีขึ้น จึงมีความตั้งใจอยากใช้เส้นทางเดินเรือภาษีเจริญ ให้เป็นเหมือนการนำร่องเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า เพื่อแก้ปัญหาคนเดินทางบนถนนเพชรเกษมให้สามารถเดินทางเข้าไปในตัวเมืองได้อย่างสะดวก ซึ่งเมื่อทำได้ตรงตามวัสถุประสงค์ก็จะเป็นเหมือนโมเดล เพื่อต่อยอดเชื่อมเส้นทางเรือคลองต่างๆ ในอนาคต
จากการสำรวจพบว่าคลองภาษีเจริญ คือ เส้นทางที่มีศักยภาพในการเพิ่มโครงข่ายจราจรอย่างมาก ถ้าหากสามารถพัฒนาการสัญจรทางน้ำให้เป็นระบบจะสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชนได้มาก และยังเป็นเส้นทางเพื่อรองรับทางขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสตากสินบางหว้าอีกด้วย โดยสำนักการจราจรและขนส่งได้ดำเนินการปรับปรุงท่าเรือในคลองภาษีเจริญจำนวน 18 ท่า เพื่อให้มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยและสวยงาม โดยคาดว่าเมื่อเปิดอย่างเต็มรูปแบบจะมีประชาชนใช้บริการไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อวัน
คลองภาษีเจริญเดิมมีเอกชนเคยเปิดให้บริการเดินเรืออยู่แล้ว ด้วยสาเหตุว่ามีผู้ใช้บริการค่อนข้างน้อยไม่คุ้มทุนจึงต้องหยุดเดินเรือไป ซึ่งเส้นทางนี้ประกอบด้วย 18 ท่าเรือ โดยเริ่มจากท่าเรือเจริญพาสน์ ท่าเรือเนาวจำเนียร ท่าเรือรัชดาภิเษก ท่าเรือประตูน้ำภาษีเจริญ ท่าเรืออู่รถเมล์สาย 9 ท่าเรือประชารัฐ ท่าเรือสะพานตากสินเพชรเกษม ท่าเรือวัดอ่างแก้ว ท่าเรือเพชรเกษม 31 ท่าเรือวัดรางบัว ท่าเรือเพชรเกษม 35 ท่าเรือเพชรเกษม 37 ท่าเรือเพชรเกษม 39 ท่าเรือวัดนิมมานรดี ท่าเรือเกษตรบางแค ท่าเรือสะพานกาญจนาภิเษก ท่าเรือวัดม่วง และท่าเรือเพชรเกษม 69 ซึ่งปัจจุบันทุกท่าเรือที่เคยปิดให้บริการได้กลับมาให้บริการอีกครั้ง
“การเปิดเส้นทางใหม่ครั้งนี้ทาง กทม.เองได้ต่อเรือใหม่ขึ้นมาทั้งหมด โดยพัฒนาให้เรือมี 60 ที่นั่ง และทุกๆ ที่นั่งจะมีชูชีพ ซึ่งเนื่องจากเคยมีประสบการณ์จากเส้นทางคลองแสนแสบครั้งนี้ เราจึงเอาปัญหาจากตรงนั้นมาปรับแก้และพัฒนา หากขึ้นเกินหกสิบที่นั่งเราก็จะไม่เดินเรือ อีกทั้งเรือทุกลำจะติดตั้งจีพีเอสที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเรือแล่นไปถึงไหนและใช้ความเร็วเท่าไร อีกทั้งยังมีหน่วยรักษาความปลอดภัยตามท่าเรือทุกท่า และพนักงานทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมแผนก่อนที่จะทำงาน ในส่วนท่าเรือแม้เป็นท่าเรือเดิม แต่ทางเราก็เข้าไปพัฒนาให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้นจากเดิม”
รองกรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม กล่าวต่ออีกว่า ช่วงที่เปิดให้บริการใหม่ๆ อาจมีปัญหาบ้าง เพราะเป็นช่วงทดลอง “แต่เราจะมีทีมงานคอยเก็บรายละเอียดและแบบสอบถามในการลงพื้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อเฝ้าดูและเก็บสถิติว่าช่วงเวลาไหนมีคนใช้มากที่สุด และควรปรับเปลี่ยนอย่างไร แล้วจากนั้นจะนำข้อมูลต่างๆ มาเสนอ กทม. เพื่อปรับแก้กันต่อไป แต่ที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การดูแลเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน เราไม่อยากให้การเดินเรือของเราไปกระทบชุมชนเหมือนที่คลองแสนแสบ อย่างเวลาเราเดินเรือเราก็จะจำกัดความเร็วให้ไม่กระทบกับขอบตลิ่ง”
จากการลงพื้นที่ของทีมงาน พบว่า ช่วงแรกที่เปิดให้บริการมีคนมาใช้บริการราว 1,000 คนต่อวัน ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตเมื่อขยายตัวเต็มรูปแบบจะสามารถให้บริการประชาชนได้มากกว่านี้ และมีรอบเดินเรือครอบคลุมทุกช่วงเวลา ซึ่งคลองภาษีเจริญมีระยะทางถึง 11 กิโลเมตร โดยรอบมีชุมชนหลายแห่งหลากหลายครัวเรือน และในอนาคตเส้นทางนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้สัญจรจากชุมชนเข้าสู่ตัวเมือง
จากการสำรวจของทีมงานบริษัท กรุงเทพธนาคม เส้นทางเดินเรือสายใหม่คลองภาษีเจริญนี้ สามารถรับส่งผู้โดยสารถึงที่หมายได้รวดเร็วกว่าและสามารถแก้ปัญหาได้จริง หากในอนาคตสามารถขยายเส้นทางเดินเรือให้ครอบคลุมได้ทั้งหมดอีก 27 คลองที่เหลือ เชื่อแน่ว่าจะสามารถแก้ปัญหารถติดในปัจจุบันได้ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมเส้นทางการเดินทางไปตามจุดต่างๆ จะทำให้คนไกลเมืองเดินทางสะดวกและคนในเมืองก็จะมีทางเลือกในการเดินทางที่มากขึ้น โดยในช่วงนี้เส้นทางการเดินเรือคลองภาษีเจริญเปิดให้บริการฟรีไปจนถึงวันที่ 7 พ.ย.ศกนี้
หากอยากลองเข้าไปใช้บริการสามารถเข้าไปเช็กรอบเวลา และรายละเอียดการเดินเรือได้ที่ Facebook.com/Posrijaroenboat







