
โอซากา เปิดโลกแห่งความอร่อย
ว่ากันว่า ไลฟ์สไตล์ของผู้คนโอซากานั้นช่างแตกต่างจากชาวญี่ปุ่นเมืองอื่น กิน ดื่ม และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
โดย...สาโรจน์ มีวงษ์สม / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี&<2288;
ว่ากันว่า ไลฟ์สไตล์ของผู้คนโอซากานั้นช่างแตกต่างจากชาวญี่ปุ่นเมืองอื่น กิน ดื่ม และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ถือเป็นไลฟ์สไตล์อันโดเด่นเฉพาะตัวของชาวโอซากา
บ้างก็ว่าการที่คนโอซากายิ้มแย้มแจ่มใสและดูมีน้ำใจกว่าคนในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ มาจากการที่พวกเขาได้กินแต่อาหารอร่อยๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยความที่โอซากาเป็นเมืองชายทะเล และยังเป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศมาเนิ่นนานแล้ว ทำให้มีวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารถูกลำเลียงมาขึ้นที่นี่ และได้ถูกแปรมาเป็นอาหารรสเลิศจากฝีมือพ่อครัวชั้นนำ จนเป็นที่มาของชื่อที่ว่า Kuidaore หรือเมืองแห่งการกิน
คำว่า Kuidaore มีความหมายว่า “กินจนหมดเนื้อหมดตัว” แต่สำหรับคนโอซากาแล้ว คำดังกล่าวหมายความว่า “บรรจงกินแต่อาหารที่เอร็ดอร่อยจริงๆ” พ่อครัวชาวโอซากาจะภูมิใจในการปรุงแต่งและประดิษฐ์อาหาร ด้วยการเลือกสรรวัสถุดิบที่มีคุณภาพเป็นหลัก และจู้จี้จุกจิกกับการกินมากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อกันว่าร้านอาหารใดที่สามารถประกอบกิจการในโอซากาอย่างต่อเนื่องได้ ร้านนั้นย่อมมีฝีมือในการปรุงอาหารขั้นเทพทีเดียว
“คนโอซากาเป็นคนที่สนุกสนานครับ และเป็นเมืองที่มีอาหารหลายอย่างที่ขึ้นชื่ออย่าง คาโกะยากิ คุชิ คัสซึ และมีซอสให้เลือกหลายชนิด ในโอซากายังมีบิ๊กมาร์เก็ตขนาดใหญ่ ที่มีอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกซื้อเยอะเลยครับ ถือเป็นตลาดสดขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองจากโตเกียว
คนที่นี่จะชอบกินกันเป็นชีวิตจิตใจ ร้านไหนมีคนเข้าแถวรอคิวเยอะ คือร้านนั้นต้องอร่อยจริง จะชอบยืนกินกัน และจะเน้นอาหารมื้อเย็น คือจะดื่มสาเกร้อน โซจู พร้อมกับกับแกล้มหลายๆ อย่าง บางทีก็เริ่มต้นด้วยเบียร์ ร้องคาราโอเกะ จะสนุกสนานกับการกินดื่มกันมาก ในเกียวโตจะเป็นอาหารแบบดั้งเดิม ส่วนในโอซากาจะเป็นอาหารหลากหลายเข้ามา และต้องเป็นอาหารสดๆ คนจะนิยมมาก และมีอาหารหลายอย่างที่ถือกำเนิดในเมืองนี้ครับ Iรวมไปถึงอาหารต่างชาติอย่าง อิตาลี ยุโรป ต่างก็มาแจ้งเกิดกันที่นี่”
ยูกิ ซากากูชิ เชฟหนุ่มเล่าให้ฟังถึงวัฒนธรรมและอาหารการกินของเมืองโอซากาอย่างออกรส และครั้งนี้เขาก็บินตรงมาจากเมืองโอซากาเพื่อมาเซตเมนูใหม่ๆ จากเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นครัวใหญ่แห่งญี่ปุ่น ถึงบ้านเรากันทีเดียว
วันนี้เราจะได้ลิ้มลองเมนูที่เป็นไฮไลต์ของโอซากา ที่นำมาดัดแปลงให้รูปลักษณ์ใหม่ที่ดูทันสมัย แต่ว่าเรื่องวัตถุดิบและรสชาตินั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะถ่ายทอดมาจากต้นตำรับแห่งโอซากาเดี๊ยะเลยล่ะครับ
เมนูแรกวันนี้เราเริ่มต้นด้วย Osaka Roll เมนูที่มีส่วนผสมจาก Okanomiyaki มีที่มาจากคำว่า โอโคโนมิ แปลว่า สิ่งที่ชอบ และ ยากิ แปลว่า ปิ้ง ย่าง คือเอาทุกสิ่งอย่างที่ชอบมารวมกันแล้วปิ้งย่างบนกระทะ หรือที่รู้จักกันดีในนามพิซซ่าญี่ปุ่น นับเป็นเมนูที่สร้างชื่อเสียงให้กับโอซากา
สำหรับเมนูนี้เป็นโอคามิยากิที่นำมาดัดแปลงเป็นอาหารสไตล์ฟิวชั่นแสนอร่อย โดยใช้แป้งโอโคนามิยากิมาม้วนเป็นโรลล์ห่อไส้ด้วยข้าวญี่ปุ่น ปลาหมึก หมู และขิง เหมือนทำซูชิแบบญี่ปุ่น แต่ใช้แป้งโอโคมิยากิแทนสาหร่าย แล้วราดด้วยซอสสไตล์โอโคโนมิ ความอร่อยที่ไม่ต้องไปลิ้มลองถึงโอซากา
ตามมาด้วย OsakaKushi Wafu Fondue คุชิ เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ถือกำเนิดจากเมืองโอซากา โดยนำเอาผัก ปลา กุ้ง เนื้อเสียบไม้ ส่วนใหญ่จะนำไปชุบแป้งและขนมปังทอดกรอบจิ้มกับน้ำจิ้มที่เรียกว่า คูชิ คัตซึ
ส่วนเมนูนี้เป็นการนำของเสียบไม้ไปจุ่มใน Wafu Ankake Source น้ำซุปอุด้งที่ผสมแป้งข้าวโพด คล้ายกับการกินแบบฟองดูว์ ส่วนอาหารที่เสียบไม้จะมีหมูห่อมันฝรั่ง คานิ หรือปูอัด ห่อด้วยสาหร่าย และก็เบคอนพันหน่อไม้ฝรั่ง เคล็ดลับความอร่อยจะอยู่ที่เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงลับสูตรเด็ด ผิวส้มยูสุบดรวมกับพริกหวาน ผสมลงไปในน้ำซุป รสออกเปรี้ยวๆ หวานๆ
อีกเมนูเป็น Cheese Tofu & Tomato Salad เมนูสลัดที่มาพร้อมกับมีสุขภาพดี ทำจากเต้าหู้ญี่ปุ่นที่หมักด้วยมิโซะแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น 1 วันเต็มๆ ให้รสชาติคล้ายกับชีส กินพร้อมกับสลัดมะเขือเทศ ให้ความรู้สึกที่สดชื่นกลมกล่อม
คำว่า โทฟู หรือเต้าหู้ญี่ปุ่นนั้น มีวัฒนธรรมการกินมานานกว่าพันปีมาแล้ว โดยนำเข้ามาจากประเทศจีน เข้ามาแถวเกียวโตและนาราก่อน ซึ่งในยุคแรกจะมีราคาแพงมาก ถือเป็นอาหารของชนชั้นสูง คนในราชสำนัก และพระสงฆ์เท่านั้น ชาวญี่ปุ่นนิยมกินเต้าหู้เพิ่มขึ้นเรื่อย เพราะเชื่อว่าเต้าหู้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ และเหมาะกับภูมิอากาศและนิสัยของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง เมนูนี้จึงเหมาะนักสำหรับคนที่รักสุขภาพ
ตบท้ายด้วยเมนู ButaMaki Tofu menu เมนูพิเศษสำหรับคนที่ไม่กินเนื้อ ด้วยการนำเนื้อหมูสไลซ์ห่อด้วยเต้าหู้เป็นโรลล์ที่เรียกว่ามากิ แล้วนำไปทอดบนกระทะเทปันยากิ เพิ่มรสชาติด้วยวาซาบิและพริกป่นญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมสลัดผักสด รับประทานคู่กับซอสพอนซุ แล้วคุณจะหลงรักเต้าหู้เชียวล่ะ
นอกจากนี้ ยังมีเมนูจากโปรดอีกหลากหลาย ทั้งบรรดาข้าวปั้น ปลาดิบ ให้เราลิ้มลองกับแบบอิ่มหน่ำโดยไม่ต้องบินกันไปถึงโอซากากันแล้วล่ะครับ
ลิ้มลองกันได้ที่ร้านชุน โนะ ไม ชั้น เอ็ม ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย เปิดบริการให้ลิ้มลองกันทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 02-108-2825 และ 088-810-9180







