
แสวงบุญ
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
คนชอบถามว่าทำบุญสะเดาะเคราะห์ดีมั้ย แก้เวรแก้กรรมด้วยวิธีอะไร ปูเองก็ได้แต่บอกว่า “ถ้าทำแล้วสบายใจก็ทำเลย อย่ามาถาม” การทำบุญก็เสมือนเป็นเกราะป้องกันความกลัวของมนุษย์นั้นเอง เคยมั้ยที่มีความสุขกายสบายใจแล้วอยากจะไปแก้กรรมทำบุญอ่ะ ไม่มี *_* แต่พอใครเขาทักมาว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ปีนี้ไม่ดี จะเลิกกะแฟน จะโดนทิ้ง จะเจออุบัติเหตุ โดนโกง ธุรกิจเจ๊ง โอ๊ย! ตาลีตาเหลือกรีบไปทำบุญทันทีเลยอ่ะ ก็เพราะความกลัวไง พอได้ทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้สบายใจแล้ว ใจและจิตก็สั่งตัวเองเลยว่าฉันทำบุญแล้วนะ ทีนี้อะไรที่ไม่ดีต้องไม่เกิด และเริ่มระวังตัวเองมากขึ้น พอเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ ก็มักจะปลอบใจตัวเองว่า เห็นมะ เพราะฉันไปทำบุญมานะเนี่ย เลยไม่หนักหนาสาหัส อ้าว! ก็เพราะตัวเองนั้นแหละระวังตัวอยู่ไงเลยไม่หนัก ลองไม่ระวังระแวงซิ มิตายไปเลยรึ? >_< เฮ้ย...!
ปูไม่ได้แอนตี้เรื่องการทำบุญนะ เพราะการได้ทำบุญทำทานนั้นมันดีมาก อย่างน้อยก็ทำให้คนเราไม่เป็นคนที่เห็นแก่ตัว รู้จักให้มากกว่ารับ และผลของการทำบุญหรือทำความดีก็จะตีกลับมาให้ชีวิตเราดีตามไปด้วยอยู่แล้วล่ะ @/@ แต่ก็อย่าไปคาดหวังกับบุญที่ทำให้มากนักว่าจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น อย่าไปหวังผลประโยชน์จากการทำบุญให้มากนัก มันจะกลายเป็นความโลภมากกว่าได้บุญน่ะซิ อย่างเช่นคิดว่าบุญจะทำให้หมดทุกข์หมดโศกหมดเวรหมดกรรม มันไม่ใช่ เพราะถ้าคนเราทำบุญแล้วสามารถสะเดาะเคราะห์กรรมไม่ให้เกิดหรือทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ ทุกคนบนโลกใบนี้ก็คงมีแต่คนรวยๆ สุขกายสบายใจไร้ทุกข์กันหมดแล้วละซิ พวกคนรวยๆ ล้นฟ้าเขาก็ยังมีความทุกข์ในแบบของเขาอยู่ ขนาดพวกเขาทำบุญกันเป็นล้านๆ นะ ส่วนคนจนๆ ข้างถนนเขาก็มีความสุขในแบบของเขาเช่นกัน ถึงแม้พวกเขาจะอดมื้อกินมื้อก็ตาม เพราะคนเรามีความแตกต่างกัน จังหวะชีวิตและการกระทำก็ต่างกัน ต่างหากล่ะ จึงทำให้มีชีวิตกันตามทางของตน คิดดี ทำดี ขยันก็ได้กับตัวเอง ขยันก็รวย คิดดีก็สบายใจ ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น
เคยมีคนมาถามว่า ธุรกิจไม่ดีเลย ควรจะไปสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีอะไรดี หรือไปเช่าอะไรมาบูชาดีให้ธุรกิจดีขึ้น ปูก็ตอบว่า “คุณควรเข้าไปหาสถาบันการเงิน เพราะสิ่งที่คุณไปเช่ามาคงไม่ให้คุณกู้เงินมาทำทุนหรือมาขยับขยายกิจการเป็นแน่ ชิมิ” ...#_,# แต่พอคนเราทำบุญแล้วมักจะประมาทไง เพราะคิดว่าฉันทำบุญแล้ว บุญต้องคุ้มครองฉันซิ เลยไม่ได้ระวังตัวไง... คนรู้จักมีคนทักว่าดวงไม่ดีปีชงต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ ยิ่งไปให้ถึง... ยิ่งดีใหญ่จะได้บุญมาก แก้กรรมได้ชะงักนัก ก็อุตส่าห์ไปแสวงบุญไกลถึงต่างประเทศแล้วนะ พอทำบุญกันเสร็จคณะก็พาเที่ยวด้วย ขณะที่ไปเที่ยวก็ไม่ทันระวังตัวดันไปลื่นล้มอีท่าไหนไม่รู้ สลบไปสองวันจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลของประเทศนั้น ไอ้เพื่อนๆ ก็ไม่กล้าบอกทางบ้านเพราะกลัวว่าลูกเมียจะตกใจไม่เป็นอันทำมาหากิน และคิดว่าถึงมือหมอแล้วก็คงไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หายกลับบ้านได้มั้ง จนแล้วจนรอดผ่านไปเป็นอาทิตย์ซิ เพื่อนก็อาการยังไม่ดีขึ้น กลายเป็นอัมพาตครึ่งซีกเดินไม่ได้เลย พรรคพวกอยู่ดูแลจนวีซ่าหมด ต้องกลับเมืองไทยเพื่อขอต่อวีซ่า จำเป็นต้องทิ้งเพื่อนที่ป่วยไว้ที่โรงพยาบาล จึงได้ถึงเวลาในการแจ้งให้ทางครอบครัวของคนเจ็บทราบเพื่อไปรับตัวกลับเมืองไทย :( ทางบ้านก็สุดยอดกำลังใจเป็นเลิศ เข้มแข็งเป็นที่สุด ไม่ว่าอะไรเพื่อนๆ สักคำ ทั้งเมียและลูกรีบไปทำพาสปอร์ตและวีซ่าเพื่อไปรับสามีกลับ เพราะโรงพยาบาลที่ต่างประเทศนั้นแย่ยิ่งกว่าโรงพยาบาลบ้านบ้านของไทยเราซะอีก (‘0..0)
ดูซิไปแสวงบุญถึงต่างบ้านต่างเมืองแท้ๆ เพราะความประมาทไม่ระวังตัวเลยทำให้เกิดเรื่องยังไงล่ะ







