posttoday
พิทุเนีย

พิทุเนีย

13 เมษายน 2557

พิทุเนียเป็นไม้ดอกกระถางแขวนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย

โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

พิทุเนียเป็นไม้ดอกกระถางแขวนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย แต่พิทุเนียสมัยใหม่เหล่านี้ดูแตกต่างจากพิทุเนียชนิดป่าดั้งเดิมในเทือกเขาอาร์เจนตินาอย่างห่างไกล ด้วยความตั้งใจจะเอาใจนักจัดตกแต่งสวน บรรดานักวิชาการพืชสวนและนักพฤกษศาสตร์ได้ผลิตลูกผสมพิทุเนียที่หลากหลายทั้งสีสันและขนาดดอก รูปทรงดอกคล้ายแตรปลายบาน มีให้เราเห็นสีของกลีบดอกที่เป็นสีเดียว (monchrome petals) หรือกลีบดอกหยิกย่นที่หลายรูปทรงและความสูงต้น

พิทุเนียอาจปลูกเลี้ยงให้ออกดอกได้ตั้งแต่ปลายฝนต้นหนาว ยาวไปจนถึงฤดูร้อน แต่สำหรับในฤดูฝนแล้วพิทุเนียจะออกอาการแพ้ฝนอย่างเห็นได้ชัด ฝนนำมาซึ่งความพินาศย่อยยับของกลีบดอกและนำโรคราและแบคทีเรียมาสู่ต้นพิทุเนียของเรา

อย่างไรก็ตาม นักพืชสวนพยายามค้นคว้าปรับปรุงพันธุ์จนได้พิทุเนียพันธุ์ใหม่ๆ เช่น ดับเบิ้ล มัลติฟลอรา (Double multifloras) ซึ่งมีลักษณะทนต่อฝนและคงความแข็งแรงเอาไว้ได้ แม้แต่เมื่ออากาศชื้น

พิทุเนีย

 

การคัดเลือกต้นกล้าลูกผสมที่ต้านทานสภาพอากาศชื้นจนได้ลูกผสมที่ให้ดอกหลากสี หลายรูปทรงออกมา และเหมาะสมแก่สวนดอกไม้ขนาดเล็กในเมืองไทย ทำให้ได้พันธุ์พิทุเนียใหม่ที่มีกลีบแน่นหนาแข็งแรงและสีสันที่สดไม่จืดจางง่ายๆ แม้อยู่ท่ามกลางอากาศร้อนเช่นเมืองไทย แต่ถึงกระนั้นการปลูกพิทุเนียก็ทำใจลำบาก เพราะปัจจุบันมีลูกผสมออกมาเป็นร้อยๆ พันธุ์ปลูกให้เราได้เลือก สำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากต้นที่ผสมมาเพื่อให้ได้ขนาดและความแข็งแรง เช่น พันธุ์แกรนดิฟลอรา ไฮบริด “Blush Pink” พันธุ์ “Peppermint” พันธุ์ “Red Star” พันธุ์ “Rose Daion” เป็นต้น

พิทุเนียเป็นไม้ดอกที่ทนทานก็จริง แต่ต้องให้ความระมัดระวังในช่วงเพาะเมล็ดและเลี้ยงกล้า ซึ่งมักเสียหายหากมีโรคเข้ารบกวน พิทุเนียมีเมล็ดขนาดเล็กมากและจำเป็นต้องปลูกในเครื่องเพาะที่ละเอียดและผิวเรียบ ยิ่งกว่านั้นพิทุเนียต้องผ่านการย้ายกล้าถึงสองครั้งในเรือนเพาะ ก่อนที่จะออกปลูกกล้านอกโรงเรือนได้

พิทุเนียเป็นพืชชอบแสงแดดที่ได้ชื่อมาจากพีตุน (Petun) ซึ่งเป็นชื่อเรียกในภาษาบราซิเลียน แปลว่า ยาสูบ (Tobacco) ซึ่งเป็นพืชใกล้ชิดร่วมวงศ์กัน พิทุเนียจะให้ความงามโดดเด่นที่สุดในวันที่มีแสงแดดจัดจ้าในช่วงฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นงานจัดตกแต่งสวนหรือปลูกลงประดับแปลงก็ตาม พิทุเนียจะทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วยสีสันอันฉูดฉาด พิทุเนียนับเป็นพืชที่ออกดอกเร็วที่สุดชนิดหนึ่งนับจากวันเพาะเมล็ดอันเล็กละเอียดราวฝุ่นผงและปลูกเลี้ยงง่าย เติบโตเร็วในดินสวนปรุงแบบธรรมดาที่ไม่มากเรื่อง

อาจไม่พบไม้ดอกอื่นใดอีกแล้วที่จะมีความหลากหลายเท่ากับพิทุเนีย ความสวยงามโดดเด่นท่ามกลางงานประกวดใดๆ ทำให้เป็นการยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นพืชในกลุ่มเดียวกับพิทุเนียที่ใช้ในการปลูกตกแต่งสวน

พิทุเนีย

 

ในบางประเทศ (เช่นสหรัฐอเมริกา) มีผลงานการปรับปรุงพันธุ์พิทุเนียมาอย่างโชกโชนในพิทุเนียที่มาจากพ่อแม่พันธุ์ ที่ผสมแบบเลือดชิด (infred) มาก่อน แต่ผลงานที่ออกมาทำให้ได้ลูกผสมซึ่งมีมูลค่าสูงเกินกว่าผู้คนทั่วไปจะปลูกได้ เพราะเป็นเรื่องจริงที่ว่า ราคาของเมล็ดพันธุ์พิทุเนียที่โดดเด่นสุดยอดนี้จะแพงกว่าราคาทองคำในน้ำหนักเท่าๆ กันเสียด้วยซ้ำ

พิทุเนียพันธุ์ที่เหมาะสมกับการปลูกลงแปลงกลางแจ้งมีทั้งแบบต้นสูงหรือต้นเตี้ย โดยมีความสูง 1218 นิ้ว แต่ให้ดอกที่มีสีสันฉูดฉาดในช่วงฤดูหนาวและต้นฤดูร้อน พวกนี้ทนสภาพอากาศแห้งได้ดี และอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน กลุ่มที่ใช้เป็นไม้กระถางแขวน อาจต้องการการดูแลรักษามากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ชอบลมแรง พวกนี้มีความสูงเฉลี่ย 18 นิ้ว2 ฟุต ซึ่งใช้ปลูกเป็นไม้กระถางแขวนได้ดี ดินที่เหมาะกับพิทุเนียมีตั้งแต่ดินร่วนปนทรายไปจนถึงดินตะกอนปนดินเหนียว แต่จะดีที่สุดหากใช้ผสมด้วยปุ๋ยคอกเก่า เช่น มูลไก่หมักกับแกลบสดเอาไว้ 56 เดือน จนสลายตัวหมดความร้อนแล้ว หรือจะใช้ขี้วัวผสมกับแกลบสดและใบไม้ผุที่ผุพังดีก็ได้ การใช้ปูนขาวหว่านลงในแปลงปลูกประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนจะตามด้วยปุ๋ยอินทรีย์ จะเป็นการเหมาะสมที่สุด เพราะจะช่วยปรับสภาพพีเอชของดินให้ธาตุอาหารที่จำเป็นแก่พิทุเนียออกมา ลืมบอกไปว่าระยะปลูกระหว่างพิทุเนียในแปลงควรห่างกันประมาณ 12 นิ้ว และพันธุ์ปลูกสมัยใหม่ควรห่างกัน 15 นิ้ว จะดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม