
สิงห์บลู...สู้ยิบตา
เดินทางมาถึงฎีกาแล้ว สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยค่ำคืนนี้จะได้ 2 ตัวแทนทะลุเข้าไปรอในรอบตัดเชือก
โดย...มิวโกโตะ
เดินทางมาถึงฎีกาแล้ว สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยค่ำคืนนี้จะได้ 2 ตัวแทนทะลุเข้าไปรอในรอบตัดเชือก ซึ่งแม้ผลการแข่งขันเลกแรกจะช่วยให้เห็นเค้าลางมากขึ้น แต่ในโลกแห่งลูกหนัง ทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้
เชลซี - ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์
ความปราชัยในเลกแรก 1-3 บีบบังคับ “สิงห์บลู” ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เพราะหากหวังเข้ารอบต้องพลิกนรกชนะ 2-0 หรือถล่มด้วยผลต่าง 3 ประตูขึ้นไป แต่ถึงกระนั้น แฟรงก์ แลมพาร์ด กองกลางจอมเก๋า ก็ยังมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมจะช่วยกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ได้ เหมือนที่เคยทำสำเร็จกับนาโปลีมาแล้วเมื่อฤดูกาล 2012
“ผมเป็นคนมองโลกแง่ดี และเชื่อว่าเราจะพยายามเอาชนะให้ได้ ด้วยขุมกำลังที่มีอยู่เราไม่เคยกลัวใคร ผมเชื่อว่าทีมสามารถเอาชนะ 2 ประตูขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาธิและทัศนคติของเรามากกว่า หากเราเชื่อว่าเราทำได้ เราก็มีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมา” กองกลางวัย 35 ปี กล่าว
ขณะที่ โจเซ มูรินโญ กุนซือเชลซี เตือนลูกทีมห้ามเสียประตูโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเลิกคิดถึงโอกาสสร้างปาฏิหาริย์ได้เลย ส่วนเรื่องขุมกำลังนายใหญ่ชาวโปรตุกีสมีปัญหาเล็กน้อยตรงกองกลางตัวรับ เนื่องจาก รามิเรส จะติดโทษแบน แถม เนมันยา มาติช ก็ติดคัพไท จึงอาจต้องโยก ดาวิด ลุยซ์ ไปเล่นแดนกลางคู่กับ แลมพาร์ด กองหลังมี บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี, เซซาร์ อัซปิลิกวยตา เกมรุกใช้ เอเดน ฮาซาร์ เป็นกำลังสำคัญร่วมกับ ออสการ์, วิลเลียน เฟอร์นานโด ตอร์เรส
ด้าน โลรองต์ บลองก์ เทรนเนอร์ปารีสฯ เตือนลูกทีมให้ลืมเกมแรกที่ปาร์ก เดส์ แพรงซ์ ได้เลย เพราะการมาเยือน
ทีมในเกาะอังกฤษไม่มีคำว่าง่าย โดยจะพยายามเน้นให้นักเตะเล่นแท็กติกด้วยความไม่ประมาท ทั้งนี้ ยังแอบเล่นสงครามจิตวิทยาว่า ต้องการซื้อตัว ฮาซาร์ และ ลุยซ์ ช่วงซัมเมอร์
“การพูดเรื่องผ่านเข้ารอบยังเร็วเกินไป ผมหวังเพียงพวกเขาลงเล่นด้วยเลือดนักสู้ เหมือนครึ่งหลังในเกมแรก ซึ่งเราสามารถสร้างความแตกต่างได้” บลองก์ เผย
อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนจะไม่มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวซัลโวลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาในนัดแรกจนต้องพักยาว 1 เดือน แต่ไม่น่ากระทบอะไรมาก เพราะสามารถขยับ เอดินสัน คาวานี เข้ามาเป็นกองหน้าตัวเป้าได้ โดยคาดว่าซัลวาตอเร ซิริกู จะลงเฝ้าเสา คริสตอฟ ชาเลต์, อเล็กซ์,ติอาโก ซิลวา, แมกซ์เวลล์ คุมแนวรับ ติอาโก มอตตา จับคู่ตัดเกมกับ แบลส์ มาตุยดี ส่วน มาร์โก แวร์รัตติ, เอเซเกล ลาเวซซี, ฮาเวียร์ ปาสตอเร คอยสนับสนุนคาวานี
ความน่าจะเป็น : เกมนี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องเปิดเกมบุกแบบไม่มีทางเลือก แต่กำลังใจจากเกมเปิดบ้านไล่ถล่ม สโตก 3-0 กับสถิติการลงเล่นในรัง น่าจะช่วยให้แอบหวังได้ 2 ประตูที่ต้องการได้ ที่น่าห่วงคือเงื่อนไขการบุกแหลก เพราะอาจถูกเกมสวนกลับเล่นงานจนไม่ได้ไปต่อ
สกอร์ที่คาด : เชลซี ชนะ 2-1
ดอร์ตมุนด์ - เรอัล มาดริด
สนาม : ซิกนัล อิดูนา พาร์ก
มาร์โก รอยส์ กองกลางตัวเก่งเจ้าบ้าน ยืนยันว่าต้นสังกัดของจะยังไม่ยอมยกธงขาวยอมแพ้ต่อยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน แน่นอน แม้ว่าจะบุกไปถล่มยับเยินก่อนถึง 3-0 ในนัดแรก พร้อมเชื่อมั่นว่า ถ้าเล่นเข้าฟอร์มเหมือนครึ่งหลังในนัดที่เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ โวล์ฟสบวร์ก 2-1 เมื่อวันเสาร์ ก็มีโอกาสสร้างปาฏิหาริย์ได้เหมือนกัน
ด้าน “ราชันชุดขาว” ได้รับข่าวดี เมื่อ คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส และ อังเคล ดิ มาเรีย คัมแบ็กฟิตช่วยทีม ส่วนข่าวร้ายคือ แกเร็ธ เบล ปีกความเร็วสูงส่อแววไม่ได้ลง หลังถูกผู้เล่นเรอัล โซเซียดัด ย่ำบริเวณหัวเข่าจนเป็นแผล จึงคาดว่า คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน อาจไม่เสี่ยงส่งลง เนื่องจากเกมแรกไปชนะได้ก่อนถึง 3-0
ความน่าจะเป็น : รองแชมป์เก่า ขึ้นชื่อเรื่องเกมรุกอยู่แล้ว ติดตรงที่ซีซั่นนี้แผงหลังสลับกันเจ็บจนผลงานไม่คงเส้นคงวา คาดว่าทรงบอลสไตล์ “เสือเหลือง” เกมคงไม่ออกมาเหมือนนัดแรก ด้านทีมเยือนถึงจะไม่มีเบล แต่มีบทเรียนเมื่อซีซั่นก่อนที่แพ้ ณ สนามแห่งนี้ 4-1 จนต้องตกรอบ จึงเชื่อว่าประวัติศาสตร์ไม่น่าซ้ำรอย
สกอร์ที่คาด : เสมอ 2-2







