posttoday
สวีทพีส์และบีโกเนีย

สวีทพีส์และบีโกเนีย

06 เมษายน 2557

สำหรับคนที่ขึ้นไปชมสวนดอกไม้เขตอบอุ่น ซึ่งปลูกไว้บนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางในช่วงฤดูหนาว

โดย...หม่อมหลวงจารุพันธ์ ทองแถม

สำหรับคนที่ขึ้นไปชมสวนดอกไม้เขตอบอุ่น ซึ่งปลูกไว้บนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ไปจนถึงปลายเดือน มี.ค. คงจะได้เห็นไม้ดอกวงศ์ถั่วชนิดหนึ่งให้ดอกขนาดใหญ่ พันพาดอยู่บนค้างไม้ไผ่ ดอกสวีทพีนี้ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ทำให้แมลงผึ้งและแมลงภู่บินมาตอมกันว่อน

สวีทพีดั้งเดิมมีดอกสีม่วง ขนาดเล็ก พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในบริเวณเกาะซิซิลี ตอนใต้ของอิตาลี และถูกนำเข้าไปเผยแพร่พันธุ์ และปรับปรุงขนาดดอกให้ใหญ่ขึ้นและหลากหลายสียิ่งขึ้นในประเทศอังกฤษ เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1699 และจนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19 จึงเกิดสายพันธุ์สเปนเซอร์ ซัมเมอร์ ขึ้น โดยได้รับการพัฒนาขึ้นมาจากสปอร์ต (Sport) หรือต้นที่กลายพันธุ์ผิดเพี้ยนออกมาในสวนของเอิร์ลแห่งสเปนเตอร์ (Earl of Spencer) อีก 10 ปีต่อมา เป็นผลจากการกลายพันธุ์อีกแห่งหนึ่งโดยเกิดขึ้นในสวนของมิสเตอร์อาร์เชอร์ เยตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเมล็ดพันธุ์ไม้ดอก ผัก และไม้ผลต่างๆ ในออสเตรเลีย เขาได้พัฒนาพันธุ์สวีทพีสขึ้นเป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อพันธุ์ว่า ยาร์ราวา สเปนเซอร์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ออกดอกเร็วและในระยะต่อมาสวีทพีดอกสีต่างๆ ก็ถูกพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาจนกระทั่งกล่าวได้เลยว่าทุกวันนี้มีสวีทพีดอกหลากสี เช่นนี้เป็นผลพวงสืบต่อกันมานั่นเอง

มีความแตกต่างกันระหว่างพันธุ์ดั้งเดิมกับสายพันธุ์สมัยใหม่ สำหรับในยุโรปและสหรัฐอเมริกายุคปัจจุบันมีสวีทพีพันธุ์ลูกผสมใหม่ๆ ออกมาอย่างมากมายในแต่ละฤดู ดูจะหลากหลายมากกว่าไม้ดอกฤดูเดียวอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ และสวีทพีส์ปัจจุบันดูจะทนร้อนขึ้นจนปลูกได้ดีบนพื้นที่สูงภาคเหนือหลายจังหวัด เราจึงได้เห็นสวีทพีของนิวซีแลนด์ เช่น พันธุ์ซัมเมอร์ไจแอนท์ (Summer Giant) สีชมพูเข้ม สีแดงเข้ม สีน้ำเงินม่วง และสีขาว

สวีทพีส์และบีโกเนีย

 

การปลูกเลี้ยงสวีทพีให้งามนั้นจะต้องเลือกพื้นที่หน้าดินลึกและได้รับแสงแดดจัดจ้าทั้งวัน โดยไม่มีร่มเงาจากอาคารหรือไม้ยืนต้นมาบังแสง ดินปลูกในแปลงควรระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขังผิวดินหลังฝนตกหนัก วิธีนี้ทำโดยขุดร่องให้ลึกราว 2 ฟุต (ถ้าเป็นดินเหนียว) แต่ถ้าเป็นดินทรายอาจไม่จำเป็นนัก

สวีทพี เป็นพืชในวงศ์ถั่ว ซึ่งถ้าเราให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้งามใบ เฝือใบจนดอกออกไม่ดก การให้ปุ๋ยคอก (ปุ๋ยหมัก) ปรับปรุงสภาพดินเป็นสิ่งควรกระทำ และควรคลุกเคล้าให้เข้ากับดินในแปลงก่อนปลูก สำหรับดินที่มีสภาพเป็นทรายจัด ควรใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยคอก เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ สำหรับขี้หมู หากจะใช้ควรระวัง เพราะให้ความร้อนสูง ควรใช้ขี้หมูเก่าที่ผุพังแล้วข้ามปี และใช้ในปริมาณน้อย การใช้ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ (NPK) เช่น 151515 ผสมกับดินในแปลง ควรกระทำควบคู่กับการใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์

พันธุ์ปลูกของสวีทพีในอดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้ พันธุ์เออร์ลี่ เซเวน เฮเว่น พันธุ์ฟลอริบุดา จากสหรัฐอเมริกา ให้ดอกขนาดใหญ่และดอกย่อย (Florets) ที่มีก้านแข็ง สวีทพี(Lathyrus odoratus) พันธุ์ใหม่ล่าสุดได้แก่ พันธุ์ดวาฟ เพททิโอ (Dwarf Patio) ดอกคละสี (Mixed) เหมาะสำหรับสวนในเมืองยุคปัจจุบัน ใช้ปลูกประดับตามแปลงหรือปลูกในกระบะหรือภาชนะปลูกขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีผู้พัฒนาพันธุ์ปลูกสวีทพีแคระที่เติบโตได้ด้วยความสูงเพียงฟุตเดียว (12 นิ้ว หรือ 30 ซม.) ทำให้เหมาะที่จะพัฒนาไปเป็นไม้จัดสวนในสถานที่แคบๆ

พันธุ์ปลูกสวีทพีสมัยใหม่เน้นที่สีเข้มหนัก เช่น สีม่วงเข้มและสีน้ำเงิน (Royal blue) มาแทนที่สีอ่อน (พาสเทล) แบบที่ชาวญี่ปุ่นนิยมแต่เดิม ยิ่งกว่านั้นยังนิยมคัดเลือกผสมพันธุ์ใหม่จนได้ดอกซ้อน ดอกย่นจีบ ขอบหยิกเป็นคลื่นและมีสีโดดออกมาตามขอบกลีบ หรือเกิดจุดประบนกลีบ เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงสีดอกนี้อาจเกิดขึ้นน้อยมากจนสายตาจับไม่เห็นก็เป็นได้ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เราได้เห็นสวีทพีพันธุ์ใหม่ๆ ซึ่งมีความโดดเด่นขึ้นกว่าเดิม ยิ่งกว่านั้นหลายคนยังให้ความสำคัญกับกลิ่นหอมของสวีทพีมากกว่าสีสันในสวนเสียด้วยซ้ำ

บีโกเนียในโลกสมัยใหม่เป็นบีโกเนียแบบที่มีรากฝอย (Fibrous rooted Begonia) ซึ่งได้รับการผสมข้ามพันธุ์ เพื่อให้ง่ายแก่การปลูกในภาชนะขนาดเล็กและให้เหมาะสมกับการปลูกในแปลงไม้ฤดูเดียวหรือไม้กระถางแขวนเช่นเดียวกับสวีทพี สีของดอกมีตั้งแต่สีเดียวโดดๆ หรือสองสี และอาจเกิดสีอื่นนอกเหนือจากสีเหลืองเป็นหลัก หรือสีแดงก็ตาม ใบของบีโกเนียอาจมีความงามเช่นเดียวกับช่อดอกก็ได้ และในพันธุ์ใหม่อาจพบโทนสีบรอนซ์หรือสีน้ำเงินแซมสีม่วง และใบมักเป็นมันเงา ดูสวยงามโดดเด่นทั้งฤดูกาลแม้แต่เมื่อต้นของมันทิ้งดอกไปแล้วก็ตาม

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม