posttoday
ถึงเวลาต้องปรับตัว

ถึงเวลาต้องปรับตัว

31 มีนาคม 2557

เมื่อโลกแคบลง การติดต่อสื่อสาร ธุรกิจต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้อยู่กันคนละมุมโลกก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะร่วมทุนทำธุรกิจด้วยกัน

โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เมื่อโลกแคบลง การติดต่อสื่อสาร ธุรกิจต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้อยู่กันคนละมุมโลกก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะร่วมทุนทำธุรกิจด้วยกัน แน่นอนตัวช่วยที่สำคัญก็คงจะไม่พ้นบริษัทกฎหมายข้ามชาติที่จะมาช่วยทำให้ธุรกิจของคุณง่ายขึ้น คงไม่พ้นนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญในเรื่องการลงทุนจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทเหล่านี้นับว่ามีบทบาทมากขึ้นทุกวัน

เช่นงานของเธอคนนี้ มานิดา ซินเมอร์แมน Partner บริษัท ฮันตัน แอนด์ วิลเลี่ยมส์ (ไทยแลนด์) ที่คร่ำหวอดอยู่กับงานกฎหมายและเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจมานานเกือบ 30 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียงในเรื่องของกฎหมายธุรกิจ เรียกได้ว่า เป็น “The Deal Breaker” หรือ “The Solution Provider” เธอมีความเก่งกาจในเรื่องของการใช้กฎหมายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความเร็วตามวัตถุประสงค์

สำหรับแนวโน้มด้านการลงทุนของประเทศไทยขณะนี้ แม้หลายคนจะมองว่าสถานการณ์การเมืองทำให้ธุรกิจชะลอตัว แต่โดยภาพรวมแล้ว เธอหวังว่าประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางในธุรกิจที่ปรึกษาด้านกฎหมาย หลังจากเปิด AEC แม้มีการแข่งขันกันระหว่างไทยกับสิงคโปร์ แต่ยังมั่นใจว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบศูนย์กลางในธุรกิจที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ ASEAN จากทั้งปัจจัยด้านประวัติศาสตร์และที่ตั้ง และยังหวังว่าธุรกิจของเธอจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจไปได้อย่างสำเร็จ หลังเปิด AEC

“เพื่อความได้เปรียบคนไทยก็ต้องปรับตัวด้วย เริ่มตั้งแต่ภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาของเพื่อนบ้าน ขณะที่คนพม่า คนเขมร พูดฟัง ภาษาไทยได้ คนเวียดนามเรียนภาษาไทยกันอย่างจริงจัง เขาใฝ่รู้ เมื่อ 2 ปีที่แล้วไปดูแหล่งขายคอมพิวเตอร์ (แบบที่ตึกพันธ์ทิพย์ของบ้านเรา) ที่พม่าเขามีแต่ซีดีที่ให้ความรู้เป็นฮาวทูเรียนภาษา ทั้งอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น ซีดีสอนกฎหมายธุรกิจ โปรแกรมการทำบัญชี ขณะที่บ้านเรามีแต่เกมแผ่นผีซีดีเถื่อนเห็นถึงความแตกต่างเลย ประเทศกลุ่มลาว เขมร พม่า เวียดนาม นี่เขาตื่นตัวและเรียนรู้เพิ่มกันมากเขาแอ็กทีฟ แต่บ้านเรายังเนือยๆ สบายๆ นี่คือสิ่งที่คนไทยต้องปรับตัวอย่างเร็วเลย ข้อเสียคือคนไทยรักสบายไม่มีวินัย ไม่ตรงเวลา”

ในฐานะนักลงทุนตัวยงเธอยังแนะนำว่าการลงทุนให้ได้คุณค่าที่สุด คือ การลงทุนที่ตอบสนองความต้องการของเราได้ดีที่สุด

1.ห้ามนำเงินทั้งหมดไปฝากบัญชีประจำธนาคาร เพราะดอกเบี้ยที่ได้น้อยกว่าเงินเฟ้อ

2 แบ่งเงินลงทุนในหุ้น โดยอาจลงทุนซื้อหุ้นหรือถือหุ้นเองโดยตรง กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และหุ้นกู้หรือพันธบัตรที่ออกโดยบริษัทเอกชนที่พื้นฐานดี

3.ห้ามใช้ดอกเบี้ย และเงินปันผลที่ได้มา แต่ให้นำกลับไปลงทุนต่อ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยังบอกว่า ดอกเบี้ยทบต้น หรือ Compound interest เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถ้าคุณนำเงิน 1 ล้านบาทไปลงทุนในกองทุน หรือซื้อพันธบัตร โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 5% ถ้าคุณนำเงินปันผลหรือดอกเบี้ยที่ได้ใส่กลับเข้าไปในกองทุนนั้น หรือนำไปลงทุนในกองทุนอื่น หรือซื้อหุ้นกู้ของบริษัทอื่น (เพื่อกระจายความเสี่ยง) เมื่อครบ 15 ปี เงิน 1 ล้านนั้น จะกลายเป็น 2,078,928.18 บาท เท่ากับคุณจะได้ดอกเบี้ยสูงถึงกว่า 1 เท่าตัว ยิ่งเห็นประโยชน์ของ Compound interest ก็จะยิ่งอยากออมเงิน!” เธอให้ข้อคิด

ประกายความคิด

ทำงานกับคนฉลาดต้องทันใจ ทำงานกับคนโง่ต้องทำใจ

โดย พระธรรมกิตติวงศ์

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน