
ตั้งคำถาม เพื่อค้นหาคำตอบ ณ จุดจุดนี้
ชีวิตคนกรุงอย่างเรา เร่งรีบและจดจ่อหน้าจอมากเกินไปไหม?
โดย...จตุรภัทร หาญจริง
ชีวิตคนกรุงอย่างเรา
เร่งรีบและจดจ่อหน้าจอมากเกินไปไหม?
เราทำไมไม่ออกไปเที่ยวเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง?
ผมกล้ายอมรับว่าคำถามนี้ผมไม่ได้เอาไว้ใช้ถามคุณผู้อ่านหรอกนะครับ แต่มันเป็นคำถามที่ผมกำลังเอาไว้ใช้ถามตัวผมเอง ในวันที่ผมได้ออกไปสัมภาษณ์คนที่เห็นคุณค่าของการท่องเที่ยวไปยังโลกกว้างแบบไม่ได้เที่ยวเพียงห้าหกวัน แต่เขาเหล่านั้นเที่ยวเพื่อใช้ชีวิต โดยให้เวลากับการท่องเที่ยวยาวนานเท่าที่จะนานได้
อย่างน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่กล้าหาญลาออกจากงานเพื่อเดินทางท่องเที่ยวไปยังโลกกว้างเป็นเวลา 1 เดือนเป็นอย่างต่ำ (มากสุดคือ 6 เดือน และที่สำคัญ ไม่ได้ลาออกจากงานเพื่อไปเที่ยวเพียงแค่ครั้งเดียว แต่มากกว่า 3 ครั้ง) ซึ่งน้องผู้หญิงคนนั้นได้บอกกับผมว่า การจะทำอย่างนี้ได้ เราต้องมีหนทางไปในการหาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง หลังจากกลับมาจากการท่องเที่ยว ที่สำคัญที่สุด ต้องไม่เกี่ยงงานมากจนเกินไปนัก
คนต่อมา เป็นพี่สาวที่มีหน้าที่การงานที่ดีคนหนึ่ง เธอนิยามตัวเองว่า “ผู้หลงใหลการนั่งรถไฟเพื่อเดินทางท่องเที่ยว” เธอไปไหนมาไหนทั้งขึ้นเหนือลงใต้ด้วยรถไฟอย่างมีความสุข เธอบอกเล่าให้ผมฟังด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขนั้นว่า การได้นั่งรถไฟไปเที่ยวที่ไหนก็ได้นั้น มันทำให้เรามีเวลาได้อยู่กับตัวเอง มีเวลาได้อ่านหนังสือ มีเวลาได้สนทนากับคนรอบข้าง และมีเวลาได้ชื่นชมข้างทางมากกว่าคำนึงถึงจุดหมายปลายทาง นั่นเป็นเพราะรถไฟมันล้อมกรอบไม่ให้เราดิ้นหลุดไปไหนได้ เธอบอกว่าเสน่ห์มันอยู่ตรงนี้นี่แหละ
คนต่อมา เป็นชายหนุ่มที่แบกกล้องเดินทางไปไหนมาไหนโดยให้เวลากับตัวเองได้เดินทางท่องเที่ยวคนเดียวลำพัง (แม้จะมีเพื่อนร่วมทาง แต่เมื่อถึงที่หมาย ต่างคนต่างแยกย้ายไปเที่ยวตามความต้องการของตน ประมาณว่า เที่ยว 1 วันเสร็จ ก็กลับมาเจอกันที่โรงแรม) ผมว่าการเดินทางท่องเที่ยวโดยลำพังในรูปแบบนี้เข้าท่าดีอยู่มิใช่น้อย มันเหมือนเรารู้และอุ่นใจว่าเรายังมีเพื่อนในสถานที่นั้น แต่เราไม่กักขังและหน่วงเหนี่ยวกัน ประมาณว่า ฉันไปที่นี่ เธอต้องไปด้วย ซึ่งมันทำให้การท่องเที่ยวกร่อยลงไปมากโข
ทั้งสามคนนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวไปไหนมาไหนมันมีได้ตั้งหลายรูปแบบ อยู่ที่เราเลือกว่าเราจะเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบไหน ผมยอมรับกับคนทั้งสามว่า ใจผมอยากไปนะ แต่ไม่กล้า ทุกคนต่างลงความเห็นว่า “คุณต้องกล้า คุณต้องออกไปใช้ชีวิตในโลกกว้างเพื่อเห็นโลก บ้านเมืองที่แย่กว่าเรา มันจะช่วยทำให้เราเห็นคุณค่าของบ้านเมืองตนเอง หากไปเที่ยวยังที่ที่ศิวิไลซ์ ก็จะทำให้เราเห็นอะไรแปลกใหม่ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่ดีให้แก่ชีวิต”
เหมือนเขาเหล่านั้นจี้ใจดำ มันทำให้ผมเริ่มมองดูตัวเอง เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองในสองคำถามข้างต้นที่ผมกล่าวมา เอาเป็น ผมขออนุญาตถามคำถามนี้กลับไปยังคุณผู้อ่านบ้าง คุณล่ะครับ ใช้ชีวิตเร่งรีบและจดจ่อหน้าจอมากจนลืมคำถามเหล่านี้ เพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเองหรือเปล่า? หากคุณลืม ขอให้ ณ จุดจุดนี้ คุณจงมอบโอกาสให้ตัวเองได้ถามตัวเองและค้นหาคำตอบ ผมเริ่มต้นแล้ว หวังว่าคุณคงกำลังจะเริ่มต้น...นะครับ







