มรดกชาติกับงานบูรณะอนุรักษ์
คราบสีน้ำตาลที่ฝังตามผนัง ขอบประตู หน้าต่าง เรื่อยถึงกำแพงอิฐ ล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าและบ่งชี้ชัดว่าอดีตยังคงไม่จางหายไปไหน
โดย...โจ เกียรติอาจิณ/ภาพ ไม่มีเครดิต
คราบสีน้ำตาลที่ฝังตามผนัง ขอบประตู หน้าต่าง เรื่อยถึงกำแพงอิฐ ล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าและบ่งชี้ชัดว่าอดีตยังคงไม่จางหายไปไหน
อดีตที่ว่าคือร่องรอยน้ำท่วม จากเหตุการณ์มหาอุทกภัย พ.ศ. 2554
เป็นปีแห่งความทุกข์ระทม บ้านเรือนจมน้ำ คนไร้ที่พัก สัตว์เลี้ยงหนีขึ้นบก ลำบากยุ่งเหยิงทั้งคนทั้งสัตว์ไม่พอ ยังลามไปหาโบราณสถานและโบราณวัตถุของชาติ ก็มิอาจรอดพ้นเงื้อมมือนาวามัจจุราชครั้งนั้น
ล่วงผ่านมาจนปัจจุบัน หลายสิ่งได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์ บางแห่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟู ภายใต้แนวคิดงานอนุรักษ์ เพื่อให้สมบัติชาติกลับคืนสู่อ้อมใจคนไทยอีกครั้ง
เรามุ่งไป จ.พระนครศรีอยุธยา สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา อาสาพาเราสำรวจโบราณสถาน ซึ่งถูกมหาอุทกภัยซัดกระหน่ำ จนเป็นที่มาคำว่า “กรุงแตก 2554” วัดวาอารามและมรดกโลกโดนน้ำโอบล้อม น้ำท่าและน้ำทุ่งที่เสมือนนัดหมายกันมา ต่างก็สร้างความเสียหายอ่วมอรทัยกันอย่างถ้วนทั่ว
หนึ่งในนั้น คือ “วัดไชยวัฒนาราม” กำแพงทิศใต้แตก ทำให้น้ำทะลักเข้ามาตัววัด ก่อนจะละลุทะลวงไปยังพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์แห่งอื่นๆ
ในวันที่เราไปเยือน บางส่วนอยู่ระหว่างการบูรณะ นั่งร้าน โครงเหล็ก คนงาน ปรากฏเป็นประจักษ์พยานว่าวัดแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย แม้จะอยู่ระหว่างการบูรณะ ทว่า จำนวนนักท่องเที่ยวก็หาได้ลดน้อยไม่ ยังอุ่นหนาฝาคั่งเช่นเดิม
การบูรณะวัดดำเนินไปอย่างรอบคอบ แรงกายและใจของทีมงานต้องสอดประสานกัน “ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม” ผู้ทรงวุฒิด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ตั้งขอสังเกตว่า หากมีการบูรณะและอนุรักษ์โบราณสถานหลังน้ำท่วม ก็ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะงานด้านวิศวกรรมศาสตร์อย่างเดียว งานด้านศิลปกรรมก็ควรให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน เพราะศาสตร์ทั้งสองแขนงจำต้องเดินเคียงข้างกันไป แยกกันไม่ได้ ตัดกันไม่ขาด
“เป็นเรื่องที่ดีครับ ถ้าการบูรณะและการอนุรักษ์จะให้น้ำหนักกับศาสตร์ทั้งสองแขนงไปพร้อมๆ กัน แม้ว่างานด้านศิลปกรรมศาสตร์อาจกระทบน้อยกว่างานด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่ไหนๆ ก็จะเสริมความแข็งแรงให้กับโบราณสถานแล้ว ก็ควรต้องมองถึงการอนุรักษ์รูปแบบงานศิลปกรรม ว่าควรพัฒนาหรือปรับปรุงไปพร้อมๆ กันอย่างไรบ้าง แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมว่าการบูรณะและการอนุรักษ์จำเป็นจะต้องมีผู้รู้ด้านโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ศิลปะเข้ามาร่วมด้วย เพราะหลังน้ำท่วมที่ผ่านมามีแค่นักโบราณคดีเท่านั้นที่เข้ามาร่วมทำงาน แต่ขาดนักประวัติศาสตร์ศิลปะ”
สำหรับแนวทางการบูรณะและการอนุรักษ์วัดไชยวัฒนาราม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ชี้แนะว่า สิ่งที่จะต้องเร่งรีบกระทำ คือ การเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างบางจุดที่อาจจะพังทลายลงได้ เนื่องจากโดนกระแสน้ำขังอยู่นาน
“ว่ากันตามจริงแล้วผมว่าโดยรวมวัดไชยฯ ยังมีความแข็งแรงพอสมควร ยังไม่มีส่วนใดที่ต้องทำเพิ่มเติม โดยหลักการก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่ต้องลงมือทำแน่ๆ คือเสริมความแข็งแรงที่อาจจะทรุดตัวได้เอง เช่น เสริมคานในบางจุด อย่างอื่นๆ ไม่มีอะไรครับ ที่เหลือก็แค่รักษาสภาพไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด”
อีกหนึ่งแห่งที่ได้รับผลกระทบ “วัดเชิงท่า” มหาอุทกภัยกลืนกินวัดแห่งนี้นับหลายเดือน น้ำปริ่มระดับขอบหน้าต่างศาลาการเปรียญ วันนั้นที่วัดกลายเป็นที่พักของน้องเหมียวและสารพัดสัตว์ที่หนีมาพึ่งพิงอิงไออุ่น พลันที่น้ำลด ปรากฏว่าสภาพวัดดูไม่ได้ คราบโคลนคราบเกลือฝากเป็นของแถม ร่องรอยตามผนังทำลายภาพจิตรกรรม โบราณวัตถุ 2 ชิ้นเอก “ธรรมาสน์” (ที่สำหรับพระภิกษุสามเณรนั่งแสดงธรรม) กับ “สังเค็ต” (ธรรมาสน์แบบยาว) ก็ชำรุดอย่างหนัก นั่นจึงทำให้ต้องมีการบูรณะและการอนุรักษ์โดยพลัน
“ขวัญจิต เลิศศิริ” นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร เล่าย้อนให้ฟังว่า หลังน้ำลด สภาพแวดล้อมวัดแย่มาก มูลสัตว์เกลื่อนกลาด ภาพจิตรกรรมเต็มไปด้วยคราบโคลนคราบเกลือ ซึ่งเธอมองว่าถือเป็นเรื่องใหม่และเรื่องใหญ่ของการบูรณะและการอนุรักษ์ที่ท้าทายสุดๆ
“ค่อนข้างเป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนทำงานค่ะ เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยเจอกรณีมาก่อนเลย คราบเกลือคราบโคลนที่ฝังอยู่บนผนัง ธรรมาสน์กับสังเค็ตก็โดนด้วย ถ้าเป็นบ้านเรือนคงไม่ยากหรอกค่ะที่จะกำจัดคราบ แต่ภาพจิตรกรรมและโบราณวัตถุบางชิ้น มันทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ การบูรณะและการอนุรักษ์จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ดิฉันว่าการบูรณะและการอนุรักษ์โบราณสถานหรืองานศิลปกรรม มันก็เหมือนหมอรักษาคนป่วยเรื้อรัง ช่างก็เหมือนหมอ คนป่วยเรื้อรังคือโบราณสถานหรืองานศิลปกรรม ที่ต้องรักษาและดูแลกันไปเรื่อยๆ ทำให้หายขาดไม่ได้ ทำได้ดีที่สุด คือ การบรรเทาและเยียวยา หน้าที่ของช่าง ก็คือ เสริมความแข็งแรงเพื่อยืดเวลาและอายุให้แก่โบราณสถาน หรืองานศิลปกรรมเท่านั้น”
ขณะที่การบูรณะและการอนุรักษ์โบราณวัตถุชิ้นเอกอุ ธรรมาสน์กับสังเค็ตที่ชำรุดจนไม่เหลือสภาพเดิม ฝุ่นเกาะหนา บางส่วนก็หลุดร่อน บางจุดก็หัก ขั้นตอนการทำงานเป็นไปอย่างรอบคอบ
“แนวทางการบูรณะและการอนุรักษ์ของเรา คือ จะพยายามคงของเดิมไว้และสร้างขึ้นมาใหม่ โดยของใหม่นั้นจะต้องให้กลมกลืนกับของเดิม เป็นการเลียนแบบของเก่า ทั้งรูปทรงและสีสัน ไม่ใช่ทำของใหม่เพื่อให้มันกลายเป็นของใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าสังเกตดีๆ อย่างสีทองก็จะเป็นสีทองแบบต้นฉบับ กระจกสีก็ยังต้องใช้วิธีติดแบบภูมิปัญญาโบราณที่จะต้องติดเองเพื่อให้เกิดความแวววาว”
ปิดท้ายหนึ่งโบราณสถานที่โดนมหาอุทกภัยเล่นงาน “วัดราชบูรณะ” พระปรางค์ตั้งเด่นสง่ากลายเป็นจุดขายของวัด วันนี้การบูรณะและการอนุรักษ์กำลังดำเนินไป รูปปูนปั้นที่อยู่บนพระปรางค์รอวันสวยสมบูรณ์ คงไม่นานเกินรอ เพราะความคืบหน้าของทีมงานนักวิจัยและนักศึกษาปริญญาโทด้านการอนุรักษ์ จากมหาวิทยาลัยวิทยาลัยประยุกต์ เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ผู้รับผิดชอบ เสร็จสิ้นงานในระยะที่ 1 เรียบร้อย ขณะเดียวกันงานในระยะที่ 2 ก็รุดหน้าไปมาก
“ชัยนันท์ บุษยรัตน์” ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา พาเราสำรวจ แดดร้อน แต่ทุกคนไม่หวั่น ผู้อำนวยการชี้ชวนให้เห็นถึงคราบน้ำท่วม ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการบูรณะและการอนุรักษ์
“ทีมงานเยอรมันให้ความสนใจการบูรณะและการอนุรักษ์ที่วัดราชบูรณะ เขาก็เลยยื่นความจำนงผ่านกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเขาจะดูแค่งานปูนปั้นเท่านั้น โดยมีนักวิจัยชื่อดัง ศ.ดร.ฮานส์ ไลเซน ฝ่ายไทยก็มีการส่งทีมงานมาทำงานร่วมกันประมาณ 10 คน เป็นการแชร์ความรู้กัน เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าสูตรผสมปูนแบบโบราณของไทยเป็นยังไง เช่น เผาหินปูนแล้วหมัก ผสมทรายละเอียด น้ำอ้อย หรือกาวหนังควาย ส่วนเราเองก็ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่และการใช้เครื่องมือทันสมัย”
นับเป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ ศาสตร์วิทยา ด้านการบูรณะและการอนุรักษ์ที่ก่อประโยชน์โดยตรงต่อมรดกชาติอย่างยิ่งยวด
ถึงกระนั้น แนวทางการการทำงานที่จะได้ผลลัพธ์สูงสุด “ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม” ก็มองว่า ต้องทำให้สิ่งที่กำลังบูรณะและอนุรักษ์อยู่ไม่เหมือนว่าถูกบูรณะและอนุรักษ์ นั่นละคือความวิเศษของการทำงานบูรณะและอนุรักษ์
“ทำไมผมพูดอย่างนี้ คือว่าถ้าคุณไปบูรณะและอนุรักษ์โดยแค่เสริมความแข็งแรง ทำความสะอาด แต่ไม่ได้แตะต้อง เพิ่มเติม เติมเส้น เติมสี เติมส่วนที่ไม่ควรเติม ผมว่านั่นคือการบูรณะและการอนุรักษ์ที่สมบูรณ์แบบ
สิ่งสำคัญผมว่าก่อนจะบูรณะและอนุรักษ์ควรต้องพัฒนาก่อน คนทำหน้าที่ก็ต้องพัฒนาความรู้และความเข้าใจ ควรต้องพาตัวเองเข้าไปศึกษาว่าสถานที่หรือสิ่งของที่จะบูรณะและอนุรักษ์นั้นมันมีที่มาที่ไปยังไง ก่อนจะลงมือทำแบบคนที่รอบรู้และเข้าใจ ต้องมีคำตอบให้ตัวเองก่อนว่าคุณกำลังทำอะไร”


