posttoday
เอฟงีย 2014... พร้อมหรือยังกับซีซั่นแสนดราม่า

เอฟงีย 2014... พร้อมหรือยังกับซีซั่นแสนดราม่า

16 มีนาคม 2557

“แชมป์จะตกเป็นของใคร?” ถ้าเป็นฤดูกาลที่แล้ว คำตอบของคำถามนี้คงจะเดากันไม่ยากนัก

โดย...นูโน่

“แชมป์จะตกเป็นของใคร?”

ถ้าเป็นฤดูกาลที่แล้ว คำตอบของคำถามนี้คงจะเดากันไม่ยากนัก เพราะดีกรีความแรงของ เซบาสเตียน เวตเทล และทีมเรดบูล บดบังรัศมีคู่แข่งเสียสนิท แต่ปีนี้กลับทำให้เซียนหลายคนต้องคิดหนักมากขึ้น

หลังปล่อยให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตเงียบเหงามากว่า 3 เดือน ศึกชิงเจ้าความเร็วเบอร์หนึ่งของโลก ฟอร์มูลาวัน จะเปิดซีซั่นในวันนี้แล้วกับ ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย

โดยเฉพาะกฎด้านเทคนิค ที่กูรูหลายสำนักฟันธงว่า จะเป็นฤดูกาลแห่งความบันเทิงและเซอร์ไพรส์แน่นอน

อุ่นเครื่องด้วยสนามแรก...แชมป์เก่า 4 สมัยอย่างเวตเทล ก็อาจจะออกสตาร์ทไม่ได้ยืนบนโพเดียมเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีก็เป็นได้!!

เอฟงีย 2014... พร้อมหรือยังกับซีซั่นแสนดราม่า

 

โฉมใหม่...หล่อไม่เสร็จ

การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกเลยที่แฟนๆ จะเห็นชัดเจนฤดูกาลนี้ คือ การเปลี่ยนโฉมรถ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากกฎใหม่ โดยเฉพาะจมูกรถ ที่เรียกเสียง “ยี้” จากนักขับและแฟนๆ ถ้วนหน้า

“พวกมัน (รถ) น่าเกลียดมากกว่า ผมคิดว่าเราต้องซื่อสัตย์กับแฟนๆ และพวกเราเอง เพราะคนมองว่า ฟอร์มูลาวันคือความดีเลิศของมอเตอร์สปอร์ต ความยอดเยี่ยมของผลงานและเทคโนโลยี แต่เมื่อดูจากส่วนหน้าของรถแล้ว มันดูไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมบอกเลย” เฟอร์นานโด อลองโซ ระบุ

เหตุที่รูปลักษณ์รถสูตรหนึ่งออกมาขี้เหร่แบบนี้ เพราะมีการจำกัดความสูงของจมูกรถไม่เกิน 185 มม. จากเดิม 550 มม. ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้ทีมออกแบบมีข้อจำกัดที่ดิ้นได้ไม่มากนัก

เอฟงีย 2014... พร้อมหรือยังกับซีซั่นแสนดราม่า

 

นอกจากนี้ ความกว้างปีกหน้าของรถก็จะถูกปรับลดลงเล็กน้อย ส่วนปีกหลังก็ไม่อนุญาตให้ใช้คานล่างของปีก และปีกพับด้านบนจะตื้นขึ้น ขณะที่ท่อไอเสีย จากเดิมจะมียื่นไปด้านท้าย 2 ท่อ ฤดูกาลนี้ก็จะเหลือท่อเดี่ยว

จาก “หนุ่มหล่อสมาร์ท” ของวงการมอเตอร์สปอร์ต ก็เลยต้องกลายร่างมาเป็น “ตัวตลก” อย่างที่เห็น

ลดเครื่องยนต์...ลดเสน่ห์เอฟวัน

แต่สิ่งที่มีผลกระทบต่อการชิงเจ้าความเร็วรถสูตรหนึ่งแบบเต็มๆ เลยก็คือ การเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ครั้งสำคัญในรอบ 7 ปี เพื่อลดมลภาวะในอากาศ รักษาสิ่งแวดล้อม และใช้พลังงานน้อยลง

จากเดิมเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร วี 8 เป็น 1.6 ลิตร วี 6 เทอร์โบ ซึ่งกำหนดรอบเครื่องสูงสุด 15,000 รอบ และมีกำลัง 600 แรงม้า ขณะที่ของเดิมให้กำลัง 750 แรงม้า โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้มาพร้อมกับระบบสำรองพลังงาน อีอาร์เอส (ERSEnergy Recovery Systems) ซึ่งจะแปลงพลังงานจากการเบรกมาใช้เหมือนกับ เคอร์ส (KERS) แต่จะแปลงความร้อนที่เกิดจากการใช้เทอร์โบชาร์จเครื่องยนต์มาเป็นพลังงานด้วยอีกแรงหนึ่ง

เอฟงีย 2014... พร้อมหรือยังกับซีซั่นแสนดราม่า

 

อธิบายง่ายๆ ก็คือ ช่วยเพิ่มกำลังแรงม้าได้มากขึ้นกว่าเคอร์ส

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเสียงวิจารณ์ในวงกว้างว่า จะทำให้เสน่ห์ของความน่าตื่นเต้นหายไป เพราะเครื่องน้อยลง อัดได้ไม่เต็มที่เท่าของเดิม และเสียงไม่กระหึ่มเร้าใจเหมือนเดิม

แม้จะมีคนมองในแง่บวกเรื่องเสียงที่ลดลง ทำให้ไม่ต้องพึ่งที่อุดหู หรือสามารถคุยกับคนข้างๆ ได้ระหว่างการแข่งขัน แต่เสียงส่วนใหญ่ก็ส่ายหน้ากับเสียงเครื่องยนต์ใหม่ ที่ถูกเปรียบเทียบเหมือนเสียง “เครื่องดูดฝุ่น”

สูญสิ้นเสน่ห์แห่งความยิ่งใหญ่ ทรงพลัง และความเร้าใจ ของรถสูตรหนึ่งไปเลย

“ผมไม่ชอบเลย แต่คงต้องยอมรับมัน หากจะตามชมการแข่งขันในฤดูกาลนี้” อลัน โจนส์ อดีตแชมป์โลกชาวออสเตรเลียน เผย

เท่านั้นไม่พอ โจนส์ยังแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการให้ความสำคัญเรื่องเชื้อเพลิงที่ถูกจำกัดแค่ 100 กก./ครั้ง จากเดิม 160 กก. มาก่อนเรื่องน้ำหนักตัวนักขับ

“มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพะกับนักขับตัวสูงคนอื่นๆ เพราะพวกเขาต้องผอมลง ซึ่งทำให้พวกเขาเสียความแข็งแกร่งและความต้านทานลงไป มันแย่ที่ความเป็นจริง คือ พวกเขาทำให้ผู้ชายไซส์ปกติแทบจะไม่สามารถลงแข่งในรถฟอร์มูลาวันได้เลย” โจนส์ กล่าว

เอฟงีย 2014... พร้อมหรือยังกับซีซั่นแสนดราม่า

 


เครื่องรวน...ป่วนแชมป์

อย่างไรก็ตาม ข้อดีจากการปรับเปลี่ยนกฎใหม่มากมายในฤดูกาลนี้สำหรับแฟนๆ ก็คือ การคาดเดาได้ลำบาก และมีความสูสีมากขึ้น หลังจากเวตเทลและเรดบูลผูกขาดความยิ่งใหญ่มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

การทดสอบรถช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นแต่ละทีมซึ่งใช้เวลาในการพัฒนารถยาวนานกว่าปกติ มีปัญหากับการติดตั้งและปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์พอสมควร โดยเฉพาะแชมป์เก่าอย่างเรดบูล ที่มีรายการปัญหาที่รอแก้ไขยาวเหยียด

ด้วยเหตุนี้ สื่อหลายสำนักเลยมองว่า นักขับจากทีมอื่นๆ มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาดับฝันการล่าแชมป์สมัยที่ 5 ของเวตเทล เช่นเดียวกับทีมน้องใหม่ที่พร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ตลอด

ลูอิส แฮมิลตัน ของเมอร์เซเดส ถูกยกให้ตัวเต็งที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์สมัยที่ 2 ต่อจากปี 2008 แทนเวตเทล จากผลงานน่าประทับใจช่วงปรีซีซั่น ที่ยึดหัวแถวทำเวลาดีที่สุด

นอกจากนี้ ในการลงซิ่งรอบซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังกอดคอ นิโก รอสเบิร์ก เพื่อนร่วมทีมคว้าท็อป 2 ทำเวลาดีที่สุด ก่อนอดีตแชมป์โลกชาวอังกฤษจะคว้าตำแหน่งโพลในออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ตามความคาดหมาย

“สำหรับสนามนี้ อาจจะเป็นเมอร์เซเดส หากดูจากการทดสอบช่วงฤดูหนาวสำหรับฤดูกาลนี้ หลังจาก 3-4 สนาม เราถึงจะรู้อะไรมากขึ้นเล็กน้อย การทดสอบและการเตรียมตัวของเรายังไม่ดีนัก และเรายังไม่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับสนามนี้” เวตเทล กล่าวถึงสนามแรก

อย่างไรก็ตาม แชมป์เก่าซึ่งจะออกสตาร์ทในอันดับ 12 วันนี้ ยังมองแง่บวกสำหรับการป้องกันแชมป์โลกว่า เส้นทางยังอีกยาวไกล และมีความหวังมากขึ้น หลังทำจำนวนรอบวิ่งได้มากที่สุดในการลงซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูกันว่าเมอร์เซเดสจะยืนระยะได้ต่อเนื่องหรือไม่ เมื่อผ่านไปสักระยะที่หลายทีมอาจมีการพัฒนาและแก้ปัญหาได้มากขึ้น

เบิ้ลแต้ม...แถมความมัน

ทว่า ไฮไลต์สำคัญของฤดูกาลนี้ อยู่ที่สนามสุดท้าย อาบูดาบี กรังด์ปรีซ์ ซึ่งทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ได้เพิ่มความสำคัญด้วยการเพิ่มคะแนนให้กับนักขับและทีมเป็นสองเท่า จากเดิม 25 แต้ม สำหรับแชมป์เป็น 50 แต้ม ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของเหล่านักขับ

“สำหรับพวกเราการมี 1 เรซ ที่มีคะแนนมากกว่าเรซอื่นๆ มันดูแปลกๆ ซึ่งหากพูดถึงสนามที่ควรให้คะแนนสูงๆ อาจคิดถึงที่โมนาโก (ยากที่สุด) ไม่ใช่อาบูดาบี จึงไม่ยุติธรรมเลยสำหรับสนามอื่นๆ” เจนสัน บัตตัน อดีตแชมป์โลกของทีมแม็คลาเรน กล่าว

อย่างไรก็ตาม เอฟไอเอ มองว่า การเบิ้ลแต้มในสนามสุดท้าย จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานของการแข่งขันจนถึงโค้งสุดท้าย เพราะนักขับที่มีแต้มตามห่างยังมีความหวังพลิกกลับมาชนะได้ หลังจากหลายฤดูกาลที่ผ่านมา การลุ้นแชมป์จบเร็วเกินไป

ในทางกลับกัน หลายเสียงก็บอกว่า การเบิ้ลแต้มแบบนี้อาจทำให้เห็นการขับแบบประคองผล มากกว่าจะบี้กันมันหยดอย่างที่ควร เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยากที่จะไม่น่าตื่นเต้น เพราะอย่างน้อยตำแหน่ง “แชมป์” สนามสุดท้ายก็มีคะแนนมากพอที่จะพลิกสถานการณ์ได้

ทั้งหมดทั้งมวลของการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ครั้งใหญ่นี้ น่าจะนำมาสู่เหตุการณ์ “ดราม่า” ในหลายๆ สนาม คอยแต่งแต้มความมันในฤดูกาลนี้

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่