
ศึกแดงเดือดวันพิพากษา(ลุ้น)แชมป์
ศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ นัดที่ 29 ศึกใหญ่ซูเปอร์ซันเดย์ ศึกแดงเดือด วันอาทิตย์ที่ 16 มี.ค. “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ซึ่งสองทีมฟอร์มต่างกันสุดขั้ว เจ้าถิ่นลุ้นแค่ตั๋วไปเตะเพลย์ออฟยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วน “หงส์แดง” ยังมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพ แต่ศึกแห่งศักดิ์ศรี ไม่มีใครยอมใครแน่...???
ศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ นัดที่ 29 ศึกใหญ่ซูเปอร์ซันเดย์ ศึกแดงเดือด วันอาทิตย์ที่ 16 มี.ค. “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ซึ่งสองทีมฟอร์มต่างกันสุดขั้ว เจ้าถิ่นลุ้นแค่ตั๋วไปเตะเพลย์ออฟยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วน “หงส์แดง” ยังมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพ แต่ศึกแห่งศักดิ์ศรี ไม่มีใครยอมใครแน่...???
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล
สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด เวลา 20.30 น.
“ผีแดง” ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ลงสนาม 28 นัด ชนะ 14 เสมอ 6 แพ้ 8 มี 48 แต้ม อยู่อันดับ 6 ซึ่งกำลังเริ่มเรียกฟอร์มเก่งในพรีเมียร์ลีกได้ หลังจากกระท่อนกระแท่นอยู่หลายนัด โดย 4 เกมหลังล่าสุด พวกเขาไม่แพ้ใครในลีกเลย และชนะรวดใน 2 นัดสุดท้าย ล่าสุดบุกชนะ เวสต์บรอมวิช 30 ปัญหาเกมรับที่ดูจะเป็นจุดบอดใหญ่ของทั้งฤดูกาลก็เริ่มดีขึ้น เนื่องจากพวกเขารักษาคลีนชีตได้ 3 เกมติดกันในพรีเมียร์ลีก
เดวิด มอยส์ กุนซือแมนฯ ยู ลั่น เกมนี้เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี และจะล้างแค้นให้ได้ หลังจากบุกไปแพ้เมื่อวันที่ 1 ก.ย.
“มันเป็นเกมที่สำคัญ เราเคยแพ้มา แต่เกมนี้ต้องไม่ซ้ำรอยเก่า ลูกทีมต้องเค้นฟอร์มเก่งให้ได้ ผมรู้ดีว่าพวกเรามักจะเล่นภายใต้ความกดดันได้ดี” มอยส์ อดีตกุนซือเอฟเวอร์ตัน กล่าว
“ผีแดง” ไม่มีปัญหาการจัดทัพ น่าจะใช้ชุดเดิมที่บุกไปถล่ม “เดอะ แบ็กกี้ส์” เกมรุกมี เวย์น รูนีย์ กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี เป็นทีเด็ดในแดนหน้า
11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู ดาบิด เด เคอา กองหลัง ราฟาเอล, คริส สมอลลิง, ฟิล โจนส์, ปาทริซ เอวรา กองหลาง ไมเคิล คาร์ริก, มารูยาน เฟลไลนี, ฆวน มาตา, อัดนาน ยานาไซ กองหน้า เวย์น รูนีย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี
ด้าน “หงส์แดง” ผลงานรั้งอันดับ 2 มีตามหลังเชลซี จ่าฝูง 7 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด แม้เกมนี้จะมาเยือน แต่ก็ได้เปรียบเรื่องความฟิต เนื่องจากไม่มีโปรแกรมแข่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเก็บชัยชนะได้ใน 2 นัดล่าสุด และยิงประตูรวมได้ถึง 7 ประตู ทำให้แมตช์นี้จะเป็นการพิสูจน์ความเจ๋งระหว่างเกมรับของแมนฯ ยู ที่กำลังเข้าฝัก กับเกมรุกของลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้
หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าดาวซัลโวในพรีเมียร์ลีก ยิงไป 24 ประตู น่าจะใส่สตั๊ดคู่ใหม่ อาดิดาส รุ่น “อาดิดาส แซมบ้า ไพร์มนิต” ซึ่งใช้เชือกถักทีละเส้น ลงสนามเป็นครั้งแรก โดยจะจับคู่กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวเก่ง ที่ยิงไป 18 ประตู
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือลิเวอร์พูล กำชับลูกทีมห้ามประมาทแมนฯ ยู เด็ดขาด แม้พวกเขาจะอยู่ในฟอร์มที่ดีกว่า
“เกมนี้แม้พวกเราจะอยู่ในอันดับที่ดีกว่า แต่พวกเขาคือแมนฯ ยู ไม่ง่ายแน่ที่เราจะบุกมาเก็บ 3 แต้มออกไป และที่สำคัญพวกเราต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง” ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือสวอนซี กล่าว
ขณะที่ ร็อบบี ฟาวเลอร์ กองหน้าระดับตำนานของลิเวอร์พูล เชื่อว่ารุ่นน้องสามารถบุกคว่ำ “ผีแดง” สบายๆ เพราะกำลังท็อปฟอร์ม
“ผมจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลไปเยือนโอลด์แทรฟฟอร์ดด้วยอันดับแบบนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ฉะนั้นตามหน้าเสื่อ มันเป็น
เกมที่ลิเวอร์พูลควรจะชนะ พวกเขาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม” ฉายาเดอะ ก๊อด กล่าว
11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย ซิมง มิโญเลต์ กองหลัง จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนียล แอ็กเกอร์, เกล็น จอห์นสัน กองกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเวน เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน และ คูตินโญ กองหน้า ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ หลุยส์ ซัวเรซ
ความน่าจะเป็น : สำหรับเกมนี้เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ใส่กันไม่ยั้งแน่ “ผีแดง” แชมป์เก่า มีความพยายามที่จะเด็ดปีกหงส์แดงให้ได้ เพราะนอกจากจะตัดแต้มไม่ให้มีลุ้นแชมป์แล้ว ยังเป็นการล้างแค้นจากเกมแรกที่บุกไปแพ้มานั่นเอง เกมนี้คงเป็นบทพิสูจน์กึ๋นของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อีกครั้ง จะสามารถวางแท็กติกสู้กับลูกทีมของ เดวิด มอยส์ ได้ดีขนาดไหน เพราะถ้าหวังลุ้นแชมป์ ยังไงนัดนี้ก็ห้ามแพ้ ส่วนจะเสมอหรือชนะค่อยว่ากัน เชื่อมั่นว่าแมนฯ ยู เล่นในบ้านน่าจะทำได้ดี
ทรรศนะ : แมนฯ ยู ชนะ 2-1
สเปอร์ส อาร์เซนอล
สนาม : ไวต์ฮาร์ตเลน เวลา 23.00 น.
ซานโดร มิดฟิลด์เชื้อสายบราซิเลียน ออกมาเผย นักเตะสเปอร์สถกเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง ลอนดอนดาร์บีแมตช์ หลังเกมที่ สเปอร์ส บุกแพ้ เชลซี 04 ทำให้นักเตะทุกคนเข้าใจกันและน่าจะรวมใจสู้กับอาร์เซนอลได้ดีในวันอาทิตย์นี้ ด้าน ทิม เชอร์วูด กระตุ้นนักเตะให้ฮึดสู้ จะใช้ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ล่าตาข่าย
ด้าน “ปืนโต” รั้งอันดับ 3 จะไม่มี เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนี ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขา ต้องพักราว 2-3 สัปดาห์ กองหน้าใช้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นกองหน้าเป้า
ความน่าจะเป็น : “ไก่เดือยทอง” อยู่ในสภาพที่แพ้ไม่ได้ หากจะลุ้นโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ “ปืนโต” ก็มาในสภาพไม่ฟูลทีม โอกาสที่จะเสมอกันเป็นไปได้สูง
ทรรศนะ : สเปอร์ส เสมอ 1-1







