
หมายเหตุจาก เวฬุวัน เนื่องจากงานมาฆบูชา ประจำปี ๒๕๕๗!! (ตอนจบ)
เป็นเรื่องอัศจรรย์พอสมควร เมื่ออาตมาต้องรับเป็นธุระจัดงานมาฆบูชาต่อเนื่องร่วมกับศรัทธาชาวพุทธในอินเดีย
เป็นเรื่องอัศจรรย์พอสมควร เมื่ออาตมาต้องรับเป็นธุระจัดงานมาฆบูชาต่อเนื่องร่วมกับศรัทธาชาวพุทธในอินเดีย... ทั้งที่คิดว่า จะมอบงานดังกล่าวให้ชาวพุทธในอินเดียและมหาโพธิสมาคมช่วยดำเนินการรับผิดชอบต่อไป ทั้งนี้ เพราะคณะสงฆ์ (ธรรมยุต) โดยพระผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบกำกับดูแลการอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้ขอให้อาตมาช่วยงานนำพระภิกษุที่เข้ารับการอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รุ่นที่ ๑๙/๒๕๕๖ ไปศึกษาปฏิบัติงานในอินเดียเนปาล... อาตมาจึงจัดงานมาฆบูชาต่อเนื่องในปีที่ ๔ พุทธศักราช ๒๕๕๖ เพื่อนำพระธรรมทูตของคณะสงฆ์ธรรมยุตเข้าศึกษาปฏิบัติธรรมใน วัดเวฬุวันมหาวิหาร โดยได้ทำเรื่องขอเข้าพักอาศัย พร้อมขออนุญาตจัดงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งโดยปกติ ในเขตพื้นที่ของรัฐบาลอินเดีย เป็นเรื่องที่ยากกับการได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง (ยกเว้นกระทำกันเป็นการภายใน)... ซึ่งปรากฏว่า รัฐบาลอินเดียโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลได้ออกหนังสืออนุญาตให้ใช้สอยพื้นที่เพื่อจัดงานมาฆบูชาและเข้าพักอาศัย เพื่อศึกษาปฏิบัติธรรมตามห้วงเวลาดังกล่าวได้... เรื่องนี้ต้องอุทานออกมาได้เลยว่า... อัศจรรย์!! หากเข้าใจระบบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอินเดีย ที่มีประชากรมากกว่าพันล้านคน มีหลากหลายศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ...
ความสืบเนื่องในการจัดงานมาฆบูชา ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ จึงเป็นที่มาของการปลูกต้นกล้าพระศรีมหาโพธิ์ขึ้น ณ เนินพระคันธกุฎี ในวัดเวฬุวันมหาวิหาร ถือฤกษ์ยามเที่ยงคืนของวันเพ็ญมาฆมาส (ซึ่งเป็นฤกษ์ดี เพราะไม่มีใครมาคัดค้านห้ามปลูกได้!!) เมื่อปรากฏต้นกล้าพระศรีมหาโพธิ์ขึ้นในอีกวันต่อมา จึงเป็นปกติวิสัยที่ห้ามมาขุดรื้อทำลาย โดยอาตมาได้มอบให้ชาวฮินดูช่วยดูแล ก่ออิฐสร้างล้อมรอบไว้บนเนินพระคันธกุฎี และ สั่งไว้ว่า ห้ามใครทำลาย... ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้องไม่ตาย... ชาวฮินดูในพื้นที่ซึ่งรับผิดชอบดูแล ก็ได้ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ นำน้ำนมวัวมาสรงโดยตลอด จนต้นกล้ามหาโพธิ์เริ่มเติบโตขึ้นตามวิสัย แต่ด้วยต้นกล้าที่เล็กมาก เมื่อนำมาปลูกซึ่งได้มาจากการเพาะพันธุ์เมล็ดของต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา จึงทำให้เติบโตไม่ทันใจอาตมาและคณะศรัทธา...
ในปีนี้ (พุทธศักราช ๒๕๕๗) เมื่อต้องรับภาระจัดงานมาฆบูชา ครั้งที่ ๕ ขึ้น จึงได้ทำการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์เพิ่มเติมลงไป ด้วยต้นกล้าที่ได้มาใหม่ จากการเพาะพันธุ์เมล็ดพระศรีมหาโพธิ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับเมล็ดพันธุ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอินเดีย มีการอนุบาลจนเติบโต สูงมากกว่า ๕๐ เซนติเมตร ร่างกายแข็งแรงดีมาก จึงได้อัญเชิญกลับชมพูทวีป รวม ๑๐ ต้น และได้ถือโอกาสนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกใน มหาโพธิมหาวิหาร พุทธคยาดินแดนตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ณ ตำแหน่งพระพุทธเมตตา ซึ่งเชื่อว่า ตรงตำแหน่งนี่แหละ คือสถานที่ประทับตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อเพ็ญวิสาขมาสล่วงมาแล้ว ๒๕๕๗+๔๕ พรรษา โดยมีคณะศรัทธาชาวไทยร่วมอนุโมทนายินดีจำนวนมาก
เมื่อเสร็จการประกอบศาสนกิจอธิษฐานพุทธาภิเษกในมหาวิหารแล้ว ได้อัญเชิญต้นหน่อพระศรีมหาโพธิ์ทั้ง ๑๐ ต้น มาประดิษฐานในร่มเงาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อสวดบูชาเฉลิมฉลองประกอบพิธีธรรมาภิเษกจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ โดยมีการมอบให้ชาวพุทธในอินเดียเป็นผู้รับอัญเชิญต่อจากศรัทธาชาวไทย ทำการประทักษิณรอบพุทธมณฑลสถานมหาโพธิ์มหาวิหาร พุทธคยา/อินเดีย ก่อนเดินทางสู่พระนครราชคฤห์ (ปัจจุบัน คือ ต.ราชกีร์นาลันทา นครปัตนะ รัฐพิหาร/อินเดีย) เพื่อเข้าร่วมงานมาฆบูชา ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร... จึงได้อัญเชิญต้นกล้าพระศรีมหาโพธิ์ทั้ง ๕ ต้น (พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์) ขึ้นไปประดิษฐานไว้ภายในพระคันธกุฎี (สถานที่ประทับเสวยพุทธาภิรมย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า) บนภูเขาคิชฌกูฏ แห่งพระนครราชคฤห์ฯ ในยามเช้าของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสาม ตรงกับวันที่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๕๗ เพื่อเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันมาฆบูชา
โดยในขณะระหว่างที่ทำการเจริญพระพุทธมนต์ มีลมฝนโปรยปรายตกลงมา เติมบรรยากาศให้หนาวเย็นลงไปอีก แต่เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ละอองฝนก็หยุดหายไป... จึงได้นำคณะศรัทธาลงมาถวายการสักการะพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ซึ่งทรงประทับในวันเพ็ญมาฆมาส และได้ทรงประทานพระธรรมเทศนา ชื่อ “เวทนาปริคหสูตร” แด่ ทีฆนขปริพาชก หลานของพระสารีบุตรเถรเจ้า ที่นั่งถวายงานพระพุทธองค์อยู่เบื้องพระปฤษฎางค์ โดยได้ลำดับจิตไปตามบทธรรม จนตรัสรู้เป็นพระอรหันตสาวก ณ ถ้ำสุกรขาตาแห่งนี้ ก่อนเพลาบ่าย พระพุทธองค์จึงได้เสด็จไปปรากฏกายที่วัดเวฬุวันฯ เพื่อทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์ แด่สาวกสงฆ์ ๑,๒๕๐ องค์ หลังจากนั้นจึงได้นำคณะสงฆ์บิณฑบาตลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ เพื่อดำเนินสู่วัดเวฬุวันฯ ต่อไป โดยขบวนธรรมยาตราด้วยรถม้าแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม ๑๐ คัน ยานยนต์ต่อท้ายขบวน และคณะพระภิกษุอินเดียที่เข้าร่วมงานมากกว่า ๓๐๐ รูป โดยมีวงดุริยางค์ของนักเรียนมากกว่า ๓๐๐ ชีวิตออกเดินแถวเสริมธรรมยาตราอย่างสวยงามสดใส บริสุทธิ์ แบบอินเดีย จาก เชิงเขาคิชฌกูฏจนถึง วัดเวฬุวันมหาวิหาร เพื่อเฉลิมฉลองงานมาฆบูชาครั้งที่ ๕...
เมื่อเข้าไปถึงสถานที่ซึ่งทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์ (Sacred site) ฝนได้ตกโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เป็นคำรบสอง... เมื่อเสร็จสิ้นการประกอบศาสนกิจในภาคค่ำหลังจากพระสงฆ์กระทำอุโบสถ ฟังสวดสาธยายปาฏิโมกข์ศีล ๒๒๗ สิกขาบทแล้ว ได้มีการประทักษิณรอบสระกลันทกนิวาปสถาน ตลอดจนแสดงพระธรรมเทศนาไปตามลำดับ ในค่ำคืนที่หนาวเย็นแห่งมาฆฤกษ์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีฝนโปรยปรายผสมผสานกับอากาศหนาวเย็น ต่ำกว่า ๑๐ องศา อาตมาจึงใช้ฤกษ์ดังกล่าว อัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์ ลงเสริมต้นเดิมบนเนินพระคันธกุฎี เพื่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ให้ทันใจ... พระพุทธศาสนาจะได้ยั่งยืนสืบเนื่องต่อไปตามพระพุทธประสงค์ นอกจากนั้น ยังได้ปลูกไว้ตรงตำแหน่งที่อยู่ในปริมณฑล สถานที่ซึ่งทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์แก่สาวกสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปด้วย จึงขอนำเรื่องดีๆ เปี่ยมล้นด้วยบุญกุศลมาบอกกล่าวให้ศรัทธาสาธุชนได้ร่วมอนุโมทนา เพื่อมีส่วนในบุญกุศลที่อาตมาและคณะศรัทธาได้ไปประพฤติปฏิบัติมา... เพื่อประโยชน์และความสุขของทุกๆ ท่าน และเพื่อความสงบสุขของแผ่นดินไทย... เทอญ เจริญพร







