
ชอบ แชะ และแชร์ เราแค่อยากแชร์ หรือ...?
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
มีใครเคยถามตัวเองบ้างว่า เวลาที่เราหยิบมือถือรุ่นสมาร์ทโฟนมาถ่ายรูปตัวเอง แล้วแชร์ลงอินสตาแกรม พ่วงไปถึงเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์นั้น เราแค่อยากแชร์ให้คนเห็น หรือเราคาดหวังอยากให้คนมองเห็นความสำคัญของเรา มาชื่นชมเรา อีกทั้งมากดไลค์ มาคอมเมนต์ ว่าเราถ่ายรูปเก๋ สดใส โดนใจ หรืออะไรก็ว่ากันไป
เราต้องการอะไรกันแน่?
สถานการณ์
“แพตตี้” เป็นคนที่ชอบถ่ายรูปตัวเอง ตื่นนอน ดื่มกาแฟ รับประทานมื้อเช้า เข้าห้องน้ำ แต่งตัว ออกจากบ้าน ไปทำงาน เครียด หิว กิน ทำงาน กลับบ้าน ดูทีวี และเตรียมตัวเข้านอน วงจรชีวิตในแต่ละวันของแพตตี้มักต้องมีการแชะและแชร์อยู่เป็นระยะๆ แชะและแชร์พอเหมาะพอดี แต่พอแชะและแชร์แบบแทบจะทุกชั่วโมง แถมยังแชะท่าเดิม มุมเดิม แอพเดิม มันเลยทำให้เครือข่ายในโลกออนไลน์ของแพตตี้เริ่มเอือมระอา
จากที่เคยมีคนกดไลค์ รูปละ 3050 ไลค์ มาคอมเมนต์กันจนยาวเป็นหางว่าว ก็ค่อยๆ ลดน้อยจำนวนลง พอจำนวนยอดกดไลค์ หรือความสนใจของผู้คนที่มาคอมเมนต์มีไม่มากเหมือนเดิม ความรู้สึกอิ่มเต็ม หรือหัวใจที่เคยพองโต ก็ค่อยฟีบๆ แฟบๆ เจ็บๆ แปลบๆ เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่มีใครให้ความสนใจ ไม่มีใครชื่นชมนิยมยินดีเหมือนเดิม
คนที่เคยมั่นใจในตัวเองคนเดิม....ละลายหายไปเสียแล้ว
ทางออก
เคยได้ยินคำนี้บ้างไหม “ฝึกฝืน”!
ทางออกเดียวของคนที่มีความมั่นใจในตัวเองหล่นหายไป คือ เราต้องฝึกในการฝืน ฝืนที่จะไม่แชะรูปตัวเองแล้วแชร์ เพราะเมื่อไหร่ที่แชะและแชร์จนติด มันจะกลายเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่งที่ยากจะถอนได้ มือเราจะสั่น หากไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย มาแต่งรูป แล้วอัพโหลดลงในโลกออนไลน์
ลองฝืนดู ฝึกฝนให้เป็นนิสัย ลองนับจำนวนรูปที่เราแชะและแชร์ดูก็ได้ว่ามันค่อยๆ ลดจำนวนลงหรือเปล่า เชื่อเถอะว่าเมื่อไหร่ความถี่ของเราเริ่มกลายเป็นปริมาณที่พอดี เมื่อนั้นเราจะรู้สึกว่าคนที่มากดไลค์หรือมาคอมเมนต์ ไม่ได้หายหรือลดน้อยลงไปหรอก เพียงแต่เป็นเราเองที่คาดหวังจำนวนและปริมาณเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นแหละ
ฝึกฝืนสำเร็จเมื่อไหร่ แสดงว่าเราเลิกเสพติดการเซลฟี่ได้แล้ว
Ask the Expert
Q: เพิ่งเลิกกับสามีได้ประมาณ 1 เดือน รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เครียดไม่อยากกิน ไม่อยากนอน ร้องไห้ทุกคืน เพื่อนก็พยายามชวนไปเที่ยวแต่ก็ยากที่จะลืมเรื่องที่ผ่านมา ควรทำอย่างไรดีถึงจะลืมเรื่องเก่าๆ ได้
A: ผู้เชี่ยวชาญสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 ให้คำแนะนำว่าการที่เรากลับมาอยู่ในสถานะโสดหลังจากเคยมีคู่มาแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในสังคมปัจจุบัน แต่เชื่อเหลือเกินว่าคนยุคใหม่ไม่นิยมมานั่งเหงาเฉาหัวใจ เพราะผู้หญิงโสดไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรดี ดังนั้นเราควรเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเองว่า “ฉันอยู่ได้” “ฉันทำได้” “ฉัน OK” และพุ่งเป้าหมายไปที่การทำงานเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน และควรให้รางวัลกับตัวเอง เช่น ชื่นชมตัวเอง ไปเที่ยว ดูหนังฟังเพลง ซื้อของขวัญให้ตัวเองบ้าง เข้าสปาเพื่อสุขภาพนวดตัว ขัดผิว ทำเล็บทำผม ออกกำลังกายหากิจกรรมอย่างอื่นที่เวลาใช้ชีวิตคู่ไม่มีโอกาสได้ทำก็จะช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังชีวิตในด้านดีมากขึ้น
He Said / She Said
ชินพนักงานบริษัท
“ผมว่าผู้หญิงเดี๋ยวนี้น่าสนใจทุกคน ทุกคนล้วนมีเสน่ห์ บอกไม่ถูกครับว่าชอบแบบไหน ขอแค่เข้ากัน คุยกันรู้เรื่องก็โอเคแล้วครับ”
ขวัญพนักงานบริษัท
“หนุ่มๆ ยุคนี้หล่อทุกคน เลือกยากค่ะ (หัวเราะ) แต่หนุ่มใจดีจะหายาก ชอบหนุ่มใจดีค่ะ ดูอบอุ่น และมีเสน่ห์ดีค่ะ”
Quote
“ความสุข ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อนได้ แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องสร้างมันให้เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ”
จิม รอห์น นักลงทุนชาวอเมริกัน







