
วันแห่งความรัก
เดือนนี้เวียนมาถึงพร้อมกับ “วันแห่งความรัก”
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
เดือนนี้เวียนมาถึงพร้อมกับ “วันแห่งความรัก” หรือที่ผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว เรียกว่า “วันวาเลนไทน์ (Valentine)” โดยที่มาที่ไปแล้ว วันนี้ถูกสถาปนาขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมของนักบุญในคริสต์ศาสนา ซึ่งต้องย้อนกลับไปสมัยที่จักรวรรดิโรมันยังรุ่งเรือง แต่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ การนับถือหรือประกอบกิจกรรมใดๆ ยังเป็นเรื่องต้องห้ามที่ความผิดร้ายแรง หากทางการของโรมันจับได้ก็อาจถูกลงโทษถึงขั้นเอาชีวิต
แต่โทษหนักก็ไม่สามารถทำให้เหล่าคริสเตียนครั่นครามเกรงกลัว นักบุญชื่อ “วาเลนตินัส” ยังคงลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียน ที่สุดก็ถูกจับได้ ถูกจับลงโทษขังคุกและลงโทษทรมานอย่างแสนสาหัส สุดท้ายก็ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 ก.พ. ค.ศ. 270 เมื่อศาสนาคริสต์รุ่งเรือง ก็ยกย่องให้เป็น “เซนต์วาเลนไทน์”
ผ่านไป 1,744 ปี วันแห่งการรำลึกถึงนักบุญผู้ล่วงลับไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงในโรม ดินแดนที่เคยคิดกำจัดเหล่าคริสเตียนอีกต่อไป การเผยแผ่ไปทั่วโลกเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับอำนาจ ศาสนจักรที่แพร่หลายและมีอิทธิพลมากขึ้น วีรกรรมของเซนต์วาเลนไทน์ก็เช่นกัน
เมื่อวาเลนไทน์เวียนมาถึง คนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ต่างทราบดีว่า วันนี้เป็นวันที่ ดอกกุหลาบมีราคาพุ่งขึ้นจากเดิมหลายเท่า แต่บางคนก็ยอมทุ่มเงินซื้อส่งมอบใครสักคน ซึ่งก็ชัดเจนว่า กุหลาบงามที่มอบให้กันในวันนี้ คือสิ่งแทนที่ให้ไปในนามของความรัก
ทุกปีเช่นกันที่เราจะได้ยินคำอธิบายถึงปรากฏการณ์ วันวาเลนไทน์ที่แปรเปลี่ยนจาก วีรกรรมของนักบุญ ถูกตัดทอนเหลือเพียงดอกกุหลาบและสัญลักษณ์รูปหัวใจ หรือกระทั่งกลายเป็นตัวแทนของความรักของคนหนุ่มสาวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคริสต์ศาสนาเลย และซ้ำร้ายดีไม่ดีวันแห่งความรักอาจถูกตั้งข้อหาเสียด้วยซ้ำไป ว่านิยามของวันนี้เป็นเพียงสิ่งฉาบฉวยในความรักเท่านั้นเอง
ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะนิยามความรักให้อยู่หมัด หลักฐานในกรณีนี้ปรากฏชัดอยู่ในศิลปะทุกแขนง เพลง นวนิยาย ภาพยนตร์ จำนวนไม่น้อยที่พยายามค้นหาความหมาย เพื่อประกาศตัวเป็นนักนิยามความหมายของความรัก แต่ความเชื่อมั่นในนิยามนั้นๆ ก็อยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
“รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ...ความรักเช่นนั้นให้โทษ จะไปโกรธโทษรักไม่ได้...” เพลง “บุพเพสันนิวาส” ของสุนทราภรณ์ สื่อความหมาย ห้วงรักในยุคสมัยหนึ่งไว้อย่างน่าสนใจ โดยบอกเล่าถึงห้วงอารมณ์ของคนหนุ่มสาวที่ต้องอัดอั้น จากการหลบซ่อนแรงปรารถนาให้พ้นจากสายตาของขนบธรรมเนียมประเพณีในยุคนั้น ที่คอยเพ่งเล็งพฤติกรรมของพวกเขา ซึ่งต่างจากคนหนุ่มสาวใน พ.ศ.นี้ พวกเขาสามารถบอกรักต่อกันผ่านสารพัดช่องทางโดยแทบไม่ต้องหวั่นสิ่งใด
หากไม่นับรวมถึงแก่นสารของความรัก เราจะพบว่าหลายคราที่นิยามเดิม ไม่อาจเป็นอรรถาธิบายถึงความรักรูปแบบใหม่ๆ ได้ เช่นที่เกิดขึ้นกับ ธีโอดอร์ ทวอมบลี ตัวละครหลัก ในภาพยนตร์เรื่อง Her ของผู้กำกับ สไปค์ จอนซ์ หนังเล่าเรื่อง นายธีโอดอร์ ชายหนุ่มที่หลงรักโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ ซาแมนธา
ความรักที่พิสดารพันลึกของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากองค์ประกอบความแปลกแยกที่รุมเร้าตัวเขา วันคืนที่ผ่านไปอย่างไร้ความหมาย หลังจากต้องแยกทางกับภรรยา ทำให้ธีโอดอร์ต้องหาอะไรสักอย่างเป็นยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ให้ใจเจ้ากรรมที่ได้แต่ล่องลอยกลับไปหาอดีตแสนหวานที่ไม่อาจย้อนคืน
ซาแมนธาซึ่งที่จริงก็มีสถานะเป็นเพียงโปรแกรมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่กลับตอบสนองความต้องการ เป็นเพื่อนทุกข์ หรือกระทั่งเติมเต็มอาการโหยหาความรักของธีโอดอร์ได้ดีกว่าคนมีเลือดเนื้อจิตใจเสียอีก
ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าความรักของธีโอดอร์จะถูกนิยามว่าอะไร หรือจะถูกพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะหาจุดเชื่อมกับวีรกรรมของนักบุญวาเลนไทน์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขากำลังแผ่ขยายและลุกลามไปสู่อนาคต







