
รุ้งพลอย ล้อไพฑูรย์ นักออกแบบ ศิลปะบนผืนผ้า
งานศิลปะที่สวยงามใช่ว่าจะอยู่บนฝืนผ้าใบเท่านั้น งานศิลปะบนผ้าก็สวยงามและน่าสนใจไม่แพ้กัน
โดย...ชุติมา สิริทิพากุล ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
งานศิลปะที่สวยงามใช่ว่าจะอยู่บนฝืนผ้าใบเท่านั้น งานศิลปะบนผ้าก็สวยงามและน่าสนใจไม่แพ้กัน
ลวดลายบนผืนผ้าแต่ละผืนนั้นต้องผ่านการคิด การออกแบบของศิลปินเจ้าของผลงาน พลอยรุ้งพลอย ล้อไพฑูรย์ เป็นศิลปินที่ใช้ผืนผ้าแทนเฟรมผ้าใบและรังสรรค์ออกมาได้ละเอียดลออ จนต้องเหลียวกลับมามองซ้ำ ด้วยว่าผ้าแต่ละผืนมีลวดลายสวยงามและน่าสนใจยิ่งนัก
ผลงานของเธอเข้าตาคณะกรรมการจนได้รับรางวัล นักออกแบบแห่งปี 2556 ประเภทนักออกแบบหน้าใหม่ สาขา Textile and Fabric Design จากโครงการนักออกแบบหน้าใหม่ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย จัดขึ้น
พลอย เล่าว่า การเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มมาจากการอยากเรียนทางด้านศิลปะ โดยเลือกเรียนทางด้านสาขาเสื้อผ้า ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าการเรียนสาขานี้ต้องอยู่แต่กับผ้าเท่านั้น แต่ความจริงเราสามารถทำงานได้หลากหลาย ทั้งในด้านของเทคนิค ในการออกแบบลวดลายบนผ้า เรียนรู้ถึงการทำแพตเทิร์นผ้า
นอกจากนี้ เพื่อนบางคนในสาขาวิชาก็เป็นนางแบบให้เพื่อนๆ เวลามีงานแสดงผลงาน ด้วยความที่เพื่อนสนใจและชื่นชอบ งานที่ดูเหมือนแคบ อยู่แต่กับผ้า ก็เลยกลายเป็นกว้างขวางไป
“ตอนแรกที่เรียนก็รู้สึกเฉยๆ แต่เมื่อเรียนไปเรื่อยๆ เรากลับพบว่าเราไม่เคยเบื่อกับการทำงานอยู่กับผ้าเลย ซึ่งช่วงแรกก็เป็นการทำพื้นฐานทั่วไป แต่ช่วงประมาณปี 3 ก็เริ่มต่อยอดจากงานเดิมของเราที่มีแค่การออกแบบเสื้อผ้า มาเป็นการเพิ่มงานปักลงไปในงานออกแบบของเราด้วย กลายเป็นว่างานผ้าของเรานับจากนั้นมา ต้องมีงานปักอยู่ด้วยเสมอ
เริ่มแรกก็ปักด้วยมือ แต่ตอนหลังเมื่อมีงานเยอะขึ้นๆ เราก็เปลี่ยนมาเป็นใช้จักรแทน ซึ่งก็ใช้จักรธรรมดา แต่ใช้ตีนผีแบบที่สามารถไหลไปได้เรื่อยๆ แทน ซึ่งเรารู้สึกสนุก และเราเริ่มแสวงหาสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ มาใส่ในงานของเรา เช่น การย้อมผ้า เริ่มลองผิดลองถูกหลายอย่างมาก” พลอย เล่า
เรามองว่างานศิลปะของเราไม่ควรหยุดนิ่ง ช่วงนั้นเลยเดินเข้าแกลเลอรี่หลายแห่งมาก เดินเข้าเดินออกหอศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับศิลปะหลายๆ แห่งเพื่อหาแรงบันดาลใจ เพื่อหาอะไรใหม่ๆ มาใส่เข้าไปในงานของเรา เป็นการจุดประกายใหม่ๆ ให้กับงานของเรา
*รางวัลนักออกแบบแห่งปี
ตอนแรกมีอีเมลส่งมา เข้าใจว่าน่าจะมาจากเจ้าหน้าที่โครงการฯ มาชวนให้เราส่งแฟ้มสะสมผลงานเข้าประกวด ซึ่งช่วงนั้นกำลังเรียนภาษาที่ประเทศสหรัฐ เลยไม่อยากส่ง ด้วยความเกรงใจว่าเราอยู่ไกลไม่สามารถเข้าร่วมงานที่เขาจัดขึ้นได้ แต่คุณแม่เป็นคนผลักดันว่าอยากให้ลองส่งประกวดดู เราก็เลยลองส่งแฟ้มสะสมผลงานให้ทางเจ้าหน้าที่ แต่ก็เขียนระบุไว้ว่าเรากำลังเรียนภาษาอยู่ที่อเมริกา ไม่สามารถเดินทางกลับมาร่วมงานได้
ซึ่งผลงานที่ส่งประกวดนั้น ด้วยความที่เราประกวดทางด้านการออกแบบสิ่งทอ มีข้อกำหนดให้ต้องส่งผลงานที่แตกต่างกันจำนวน 4 ชิ้น โดยอาจจะเป็นผลงานในคอลเลกชั่นเดียวกันก็ได้ ในกรณีของเรางานผ้านั้นถูกออกแบบให้เป็นชุดแล้ว จึงเลือกจากคอลเลกชั่นที่ออกแบบไว้มา 4 ชิ้น
หลังจากนั้นได้ติดตามผลการประกวด ผลงานเราก็ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งต้องนำผลงานมาจัดแสดงจริง ก็ได้คุณพ่อ คุณแม่ ช่วยนำผลงานของเรามาจัดแสดง โดยติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง
วันที่ประกาศผล แม่โทรข้ามประเทศมาหาด้วยความดีใจบอกเราว่า เราชนะแล้ว ซึ่งตอนนั้นยังเช้ามากก็เลยรู้สึกแปลกใจ แต่พอลำดับความได้ก็รู้สึกดีใจว่างานเราชนะ เพราะเราไม่ได้คาดหวังมาตั้งแต่ต้น ด้วยความที่เห็นว่างานของคนอื่นก็สวยและโดดเด่น รวมทั้งคนที่เข้าประกวดมีประวัติการทำงานที่น่าสนใจกันทุกคน เลยไม่ได้คิดว่าเราจะได้รางวัล
*ผลงานที่ได้รับรางวัล
ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานตัดต่อผ้าและงานปัก ซึ่งเป็นงานโปรเจกต์จบจากมหาวิทยาลัย โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหาวิหารเซนต์เบซิล (Saint Basil’s Cathedral) ที่ประเทศรัสเซีย
โดยเราเป็นคนที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมของมหาวิหารแห่งนี้อยู่แล้ว เพราะด้วยความที่มีโดมที่มีสีสันสดใส หลากหลายสีมาก เราเลยนำตรงนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจ
งานชุดนี้เริ่มจากการนำผ้าขาวมาย้อมให้ได้สีสันต่างๆ ที่เราต้องการ จากนั้นก็นำผ้าที่เป็นชิ้นเล็กๆ มาต่อเข้าด้วยกันให้เป็นลวดลาย สีสันของมหาวิหาร เมื่อได้ออกมาเป็นลวดลายแล้วก็นำผ้ามาปักทับลงไปอีกชั้น เพื่อเพิ่มความสวยงาม
*แนวคิดในการทำงาน
การเรียนสาขาวิชานี้ต้องอาศัยการค้นคว้าข้อมูล ไม่ใช่ว่าจะเอาอะไรมาทำเป็นงานส่งอาจารย์ก็ได้ แต่ต้องมีที่มา มีแนวคิด และมีข้อมูลประกอบให้ชัดเจน ต้องตั้งใจตั้งแต่การหาข้อมูลจนกระทั่งการทำชิ้นงานส่งอาจารย์
เวลาจะทำงานอะไรสักชิ้นหนึ่งเราต้องตั้งใจทำงานนั้นให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำเพื่อให้งานชิ้นนั้นเสร็จๆ ไป หรือผ่านไปเท่านั้น เพราะว่างานชิ้นนั้นจะสะท้อนให้เราเห็นเลยว่าตอนทำงานเรามีความตั้งใจหรือไม่
ถ้าเราไม่ตั้งใจทำก็จะเกิดความรู้สึกว่า “อย่าบอกใครนะว่านี่ผลงานของเรา”
แต่ถ้าเราตั้งใจทำงานก็จะเกิดความภาคภูมิใจพร้อมที่จะบอกกับทุกคนว่า นี่คือผลงานของเรา
นอกจากนี้ เราต้องตรงต่อเวลา แม้ว่างานนี้จะเกี่ยวกับศิลปะ แต่ก็ต้องมีระเบียบในการทำงานด้วย
ที่สำคัญ การทำงานต้องมีความสนุกกับงาน อย่าใช้อารมณ์เครียดในการทำงาน เพราะหากเราทำงานด้วยความเครียด เราจะไม่มีความสุขในการทำงาน
เกิดเมื่อ 7 ก.พ. 2533
การศึกษา
โรงเรียนโยธินบูรณะ
คณะมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบเครื่องแต่งกาย มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผลงานที่ผ่านมา
วาดภาพประกอบหนังสือ 100 เรื่องความสุขเล็กๆ ในเมืองไทย
วาดภาพปก หนังสือ ทาโรต์ แผนที่ชีวิต 2014







