
196 ปี บรูคส์ บราเธอร์ส เป็นได้มากกว่าร้านเสื้อผ้า
จาก ปี ค.ศ. 1818 มาจนถึงวันนี้ 196 ปีแล้วสำหรับร้านค้าปลีกที่ขายเสื้อผ้าที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐ
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
จาก ปี ค.ศ. 1818 มาจนถึงวันนี้ 196 ปีแล้วสำหรับร้านค้าปลีกที่ขายเสื้อผ้าที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐ นั่นคือ บรูคส์ บราเธอร์ส ผู้ซึ่งเป็นได้มากกว่าร้านเสื้อผ้า แต่เป็นถึงไอคอนของคนอเมริกัน
ปี ค.ศ. 1818
ในวันที่ 7 เม.ย. ปี 1818 เฮนรี่ แซนด์ บรูคส์ ได้เปิดศูนย์การค้าเสื้อผ้าของเขาในมหานครนิวยอร์ก
ปี ค.ศ. 1833
เฮนรี่ แซนด์ บรูคส์ ได้ขอร้องให้ลูกชายของเขามาช่วยกันดำเนินธุรกิจนี้ เพื่อให้ธุรกิจได้มีการเจริญเติบโตมากขึ้น
ปี ค.ศ. 1850
ลูกๆ ของ เฮนรี่ แซนด์ บรูคส์ ได้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการ โดยใช้ชื่อว่า “บรูคส์ บราเธอร์ส” และได้มีการนำแกะทองคำผูกริบบิ้นมาทำเป็นโลโก้ของบริษัท ก่อนจะก้าวไปสู่การเป็นร้านค้าปลีกรายแรกที่นำเสนอเสื้อผ้าสำเร็จรูป
ปี ค.ศ. 1865
บรูคส์ บราเธอร์ส ได้นำเสนอเสื้อคลุมที่ได้รับการปักอย่างประณีตแก่ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐ “อับราฮัม ลินคอล์น” โดยภายในเสื้อคลุมได้ปักเป็นรูปนกอินทรี และวลีเด็ด “หนึ่งประเทศ หนึ่งโชคชะตา” และเสื้อคลุมตัวนี้นี่แหละที่อับราฮัม ลินคอล์น ได้สวมใส่ไปดูละครเวทีที่โรงละครฟอร์ด ซึ่งเป็นวันที่เขาถูกลอบสังหารจนเสียชีวิต
ปี ค.ศ. 1896
จอห์น อี. บรูคส์ หลานชายของเฮนรี่ แซนด์ บรูคส์ ได้สังเกตเห็นปกคอเสื้อเชิ้ตของผู้เล่นกีฬาโปโลได้รับการปักหมุดลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้กระพือลม จอห์นจึงได้นำการค้นพบของเขากลับไปพัฒนาจนกลายเป็นเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมเม็ดเล็กๆ ติดตรงปกคอเสื้อ และมันก็ถูกลอกเลียนแบบมากที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่น
ปี ค.ศ. 1901
บรูคส์ บราเธอร์ส ได้นำเสนอสูทที่มีชื่อว่า “the No.1” ซึ่งเป็นสูทที่เน้นช่วงไหล่ที่เป็นธรรมชาติ มีกระเป๋าใส่ผ้าเช็ดหน้าด้านหน้า และติดกระดุมสองเม็ด
ทศวรรษที่ 1920
บรูคส์ บราเธอร์สได้นำเสนอคอลเลกชั่นใหม่ๆ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่และมีน้ำหนักเบา ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงเวลานั้น
ปี ค.ศ. 1979
บรูคส์ บราเธอร์ส ได้เปิดร้านที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยได้เลือกเปิดร้านที่เมืองอาโอยามะ กรุงโตเกียว ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 75 สาขาในประเทศญี่ปุ่น
ปี ค.ศ. 1998
บรูคส์ บราเธอร์ส ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ในการนำเสนอเสื้อเชิ้ตที่ทำจากผ้าฝ้าย 100%
ปี ค.ศ. 2007
บรูคส์ บราเธอร์ส ได้ร่วมมือกับนักออกแบบมือรางวัลอย่าง “ทอม บราวน์” โดยได้นำเสนอแฟชั่นในรูปแบบดั้งเดิมของอเมริกัน ภายใต้คอลเลกชั่นที่มีชื่อว่า “Black Fleece”







