
ภูลมโล ก่อนนางพญาร่วงดิน
โล โล โล เสียงลมพัดโลๆ ผ่านหู แทรกไปตามรูขุมขนปลุกให้ตั้งชัน กระแสลมพัดแรงตลอดวันย้ำเตือนว่าได้มาถึง “ภูลมโล”
โดย...กาญจน์ อายุ
โล โล โล เสียงลมพัดโลๆ ผ่านหู แทรกไปตามรูขุมขนปลุกให้ตั้งชัน กระแสลมพัดแรงตลอดวันย้ำเตือนว่าได้มาถึง “ภูลมโล”
1.สี่ล้อขับเคลื่อนบดดินลูกรัง ตวัดฝุ่นใส่รถคันหลังให้ต้องทิ้งห่างสักระยะ คนขับรถชาวถิ่นทั้งไทยและม้งเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะกับความลาดเอียงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เส้นทางสู่ภูลมโลนั้นไม่ปรานีให้มือใหม่ คลื่นถนนทำกระเด้งกระดอนจนคนนั่งหลังกระบะไม่อยากกระดุกกระดิก ต่างยึดโครงเหล็กที่เสริมมาพิเศษเพื่อไม่ให้กระเด็นออกจากรถ ก้นกระแทกแผ่นไม้ที่ทำเป็นที่นั่งง่ายๆ ราวครึ่งชั่วโมง โชเฟอร์ก็ดับเครื่องยนต์ให้ผู้มาเยือนได้สดับรับชมนางพญาเสือโคร่ง นางเสือสีชมพูลายพาดกลอนชูช่อเป็นพุ่มเต็มกิ่ง กวัดแกว่งไปตามกระแสลมที่พัดมาจากสันเขา
กลางเดือน ม.ค.เช่นนี้นางเสือยังผลิดอกก่อนที่สภาพอากาศจะเปลี่ยนให้ใบมาทำหน้าที่แทน คาดว่าดอกจะร่วงโรยหมดต้นต้นเดือนสอง ไปตามครรลองของนางพญาเสือโคร่งที่ไม่เคยเหมือนกันสักปี
2.โชเฟอร์กระซิบให้บอกต่อมิตรถึงที่หมายอันดับถัดไป “ภูขี้เถ้า” จุดสุ่มดูนางเสือจากระยะไกล แนวสีชมพูนับร้อยๆ ต้นยืนตรงเรียงกัน บ้างชมพูบานเย็น บ้างชมพูนมเย็น ไล่เฉดสีไม่เป็นการ์เดียนท์ทว่าเนียนตา พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นไร่ฝิ่นและแปลงผักของชาวม้ง แต่นั่นเป็นเรื่องทวดยังสาว เกษตรกรรมเคยถูกปล่อยให้รกร้าง เพราะเจ้าของเดิมเผ่นหนีเข้าป่าพร้อมกับการประกาศสงครามขับไล่คอมมิวนิสต์ หลังจากดื่มด่ำกับนางพญาเสือโคร่งจนเห็นเป็นเรื่องไม่ตื่นเต้น โชเฟอร์ขึ้นประจำหลังพวงมาลัย ผู้มาเยือนขึ้นประจำตำแหน่ง มุ่งหน้าสู่ “ภูลมโล”
3.กระแสลมและความเย็นที่เพิ่มขึ้นทำให้รู้ว่าถึงที่หมายแล้ว เหล็กอุ่นหลังฝ่ามือที่กำแน่นกลายเป็นเย็นอย่างรวดเร็วเมื่อผละลงจากสี่ล้อ สองขาค่อยๆ ขยับยืดแข็งยืดแขนให้คลาย พลันรูดสายซิปเสื้อหนาวจากปลายจนถึงคางเพื่อกักเก็บไออุ่น
อากาศเย็นสมกับเป็นเวลาเย็น เมื่อตะวันหลบทางให้ดวงจันทร์ เป็นเวลาที่ทุกคนทิ้งภารกิจจากจุดกางเต็นท์เดินเท้าสู่ทิศประจิม แสงสีแสดบนเส้นขอบฟ้าทำให้รู้ว่าตัวเองแก่ขึ้นอีกวัน เสียงโล โล โล ตอกย้ำนับครั้งไม่ถ้วนว่าดินที่เหยียบอยู่นั้นกำเนิดบนภูลมโล ความงามของแนวทิวเขาเรียงทับซ้อนกันมีฉากหลังเป็นพื้นสีแดงดูงดงามประหนึ่งภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้ง จนทำให้ลืมสีแดงอีกเฉดที่ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ไปเมื่อ 32 ปีที่แล้ว ภูลมโลเคยเป็นที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศไทย พื้นที่สีแดงฉานที่ไม่มีใครกล้ายุ่งยกเว้นทหารปราบกบฏ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศต่างเผ่นจากป่าเข้าป่าปล่อยให้เสียงลมร้องเก้อบนยอดเขา
เหตุการณ์สิ้นสุดเมื่อนโยบาย 66/23 ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าสู่ขั้นประเมินความสำเร็จ พื้นที่กลับมาสงบ กระทั่งปี พ.ศ. 2527 ภูลมโลถูกยกเป็นอุทยานแห่งชาติ ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2555 โดยมีนางพญาเสือโคร่งเป็นจุดขาย ผ่านมาสองปีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
มโน มนูญสราญ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นต้นคิดเรื่องปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งบนภูลมโล ด้วยไม้พันธุ์นี้เป็นไม้ท้องถิ่น มิใช่ไม้บุกรุก จึงเหมาะควรกับธาตุกับอากาศ เริ่มลงดินปี พ.ศ. 2550 สามปีถัดไปเห็นดอกเห็นกำไรจากการลงทุน สีชมพูกว่าแสนต้นดาษดื่นบนพื้นที่กว่าพันไร่
4.ทางขึ้นภูลมโลขึ้นได้สามทาง จากทับเบิก จากบ้านใหม่เข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และจาก ต.กกสะทอน จ.เลย ที่กกสะทอนมีการรวมตัวกันของชาวบ้านภายใต้ชื่อชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน ประธานสมิง สิงขรณ์ เล่าว่าชมรมนี้จะรวมตัวกันเฉพาะฤดูท่องเที่ยวประมาณเดือน ธ.ค.จนกว่านางพญาเสือโคร่งจะโรยรา
“ชาวบ้านเรียกมันว่าอาชีพเสริม” ประธานสมิงกล่าว เพราะโดยปกติจะทำไร่ข้าวโพดและกะหล่ำปลี แต่พอดีกับช่วงหน้าท่องเที่ยวอยู่หลังฤดูเก็บเกี่ยว จึงถือโอกาสนำรถโฟร์วีลส่วนตัวมาขนนักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโล ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงที่นางพญาเสือโคร่งบาน คะเนได้ว่าประมาณ ม.ค.ถึง ก.พ. แต่เมื่อหมดดอกไปแล้ว นักท่องเที่ยวก็ยังขึ้นไปเที่ยวภูลมโลได้ แต่ต้องขับรถขึ้นไปเอง ความชอุ่มของใบเขียวยังทำให้ชื่นใจได้อยู่
5.โล โล โล เสียงลมปะทะเต็นท์นำพาน้ำค้างในอากาศเกาะผ้าใบให้ชื้นแฉะ หยดน้ำเกาะเกะกะเหมือนดวงดาว ท่ามกลางความเย็นยะเยือกเข้ากระดูก เสียงกรนร้องนำแว่วจากเต็นท์ ตามมาด้วยเสียงกัดฟันหนาวสั่นผสานเป็นทำนองเดียว
ความอบอุ่นคือของขวัญเมื่อยามตื่น เจ้าแห่งความร้อนเตรียมพ้นขอบฟ้าไม่รีรอคนตื่นสาย ตะวันขึ้นบนยอดภูลมโลนั้นงามนัก แต่น่าเสียดายที่ความลาดชันระหว่างเส้นทางชมพระอาทิตย์ขึ้นทำให้บางคนถอดใจ และน่าเจ็บใจมากกว่าเมื่อขึ้นไปแล้วฟ้าไม่เป็นใจ ซ่อนความอุ่นไว้ปล่อยให้คนอยู่กับสายหมอกสีขุ่น
6.นางพญาเสือโคร่งดูจะเป็นคู่ขวัญกับพระอาทิตย์ โดยมีเพลงโล โล โล บรรเลงประกอบ ส่วนนักแสดงสมทบก็มีพอให้จดจำ เมื่อดื่มด่ำบนยอดภูเต็มอิ่ม โชเฟอร์จะพาไปชมรอยเท้า “ไดโนเสาร์” ที่ลาดหินริมลำธาร ห่างจากภูลมโลไปประมาณครึ่งชั่วโมง รอยเท้าเมกาโลซอรัสนับสิบรอยปรากฏชัดบนแผ่นหิน ไม่ผิดแน่ที่จะเป็นแค่รอยเท้าไก่ยักษ์หรือจินตนาการไปเองเหมือนหินย้อยในถ้ำ
ทางเดินไปชมรอยเท้านั้นไม่ยากลำบาก แต่หากโชเฟอร์ชวนไปน้ำตกไม่ว่าจะ “หมันแดง” หรือจะ “ลาดใหญ่” ต้องพิจารณาความแข็งแรงของร่างกาย เพราะทั้งสองแห่งยังไม่ทำทางเดินเป็นลักษณะ ต้องบุกป่าฝ่าไร่ข้าวโพดเข้าไป ซึ่งต้องใช้กำลังมาก
หมันแดงเป็นน้ำตกใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้น ส่วนลาดใหญ่ต่างออกไป ที่จริงอยากเรียกว่าน้ำผุดมากกว่าน้ำตก เพราะบริเวณจะเป็นลานหินที่ด้านล่างเป็นโพรงมีน้ำไหลผ่าน เมื่อน้ำมากจะขึ้นสูงท่วมท้นขึ้นมาตามรูเหมือนตาน้ำในป่าไม่เพี้ยน
7.โล โล โล เสียงลมโลยังพัดวนไม่สิ้นสุด ตรงข้ามกับฤดูท่องเที่ยวที่จะหมดวันในไม่ช้า เมื่อดอกนางพญาเสือโคร่งดอกสุดท้ายร่วงสู่พื้นดิน เสียงลมจะโบยบิน อังศุมาลีไร้คู่ครอง
โชเฟอร์จะกลับไปจับจอบเสียมแทนพวงมาลัย หยาดน้ำค้างกลางไพรเกาะพื้นหญ้า รอวันนางพญากลับมา วันนี้ในปีหน้าสายลมเปล่งเสียงไชโย
การเดินทาง จากเมืองเลยมุ่งตรง อ.ด่านซ้าย ระยะทาง 8-9 กม. จากด่านซ้ายไป อ.นครไทย แยกกิโลเมตรที่ 9 ผ่านบ้านหัวนา บ้านน้ำเย็น และบ้านกกสะทอน หากต้องการใช้บริการรถยนต์ให้จอดรถไว้ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน แล้วเหมารถขึ้นไป ค่าใช้จ่าย ค่าบริการรถขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นดังนี้ นักท่องเที่ยว 15 คน คันละ 1,500 บาท ถ้าค้างคืนเพิ่ม 300 บาทต่อวัน นักท่องเที่ยว 6-10 คน คันละ 2,000 บาท ถ้าค้างคืนเพิ่ม 300 บาทต่อวัน ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 200 บาท ค่าอาหารคนละ 100-200 บาทต่อมื้อ แล้วแต่ปริมาณวัตถุดิบหรือเตรียมขึ้นไปเองก็ได้ ส่วนเครื่องดื่มควรเตรียมไปเอง ค่าเข้าอุทยานฯ คนละ 30 บาท สอบถามได้ที่ คุณสมิง สิงขรณ์ ประธานชมรม โทร. 088-439-5727 หรือติดต่อชมรม โทร. 091-373-0903, 080-791-4748 เฟซบุ๊ก : ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ต.กกสะทอน หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย







