posttoday
ดีปา เมห์ทา ดอกไม้เหล็กแห่งบอลลีวู้ด

ดีปา เมห์ทา ดอกไม้เหล็กแห่งบอลลีวู้ด

12 มกราคม 2557

ใช่จะมีความหมายเพียงแค่วันเฉลิมฉลองปีใหม่เท่านั้น แต่วันที่ 1 ม.ค. ยังถือเป็นวาระพิเศษสุดๆ สำหรับผู้กำกับหญิงแกร่ง “

ใช่จะมีความหมายเพียงแค่วันเฉลิมฉลองปีใหม่เท่านั้น แต่วันที่ 1 ม.ค. ยังถือเป็นวาระพิเศษสุดๆ สำหรับผู้กำกับหญิงแกร่ง “

มันคือวันเกิดของเธอ และวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา เธอก็มีอายุครบ 64 ปีเต็ม (เกิด 1 ม.ค. ปี 1950)

แม้จะพ้นวัยเกษียณ แต่เมห์ทาก็หาได้นั่งเลี้ยงหลานอยู่บ้าน เธอยังคงแข็งแรงและสนุกที่จะนั่งอยู่หลังกล้องในตำแหน่งผู้กำกับ

อาจไม่ได้มีงานกำกับภาพยนตร์มากมาย จากวันแรกถึงปัจจุบัน นับนิ้วไล่ดูคร่าวๆ เมห์ทามีภาพยนตร์ทั้งสิ้น 16 เรื่อง ซึ่งก็รวมตั้งแต่ ภาพยนตร์สั้น ภาพยนตร์ยาว ภาพยนตร์สารคดี แล้วก็ละครชุดทางทีวี

“น้อยแต่มาก” มากที่ว่าคือคุณภาพ คือภาพยืนยันการทำงานของเมห์ทา ทุกๆ ผลงานของเธอล้วนเป็นที่กล่าวขาน ไม่เฉพาะบ้านเกิด ทว่า ยังเปรี้ยงระดับเวิลด์ไวด์

อ่อ! ลืมบอก เมห์ทาไม่ใช่คนอินเดียร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอเป็นลูกครึ่งอินเดียแคนาดา แต่เธอก็เป็นเสมือนผู้พลิกโฉมและนำพาภาพยนตร์อินเดียยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้มีการเต้นระบำ วิ่งไล่รอบภูเขาเป็นลูกๆ เข้าไปอยู่ในใจแฟนๆ ภาพยนตร์

Sam & Me ภาพยนตร์แจ้งเกิดชื่อเมห์ทา ว่าด้วยมิตรภาพระหว่างหนุ่มมุสลิมอินเดียอพยพกับชายสูงวัยชาวยิวในแคนาดา ชนะรางวัล Golden Camera เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 1991

เมห์ทาก็มาดังเป็นพลุแตกและถูกจับตามอง จากผลงาน Fire ปี 1996 ภาพยนตร์ประเดิมไตรภาคแห่งธาตุ หรือ Elements Trilogy

เนื้อหาภาพยนตร์ค่อนข้างร่วมสมัยมาก ขัดหลักศาสนา เป็นการตีแสกหน้าสังคมอินเดียแบบไม่เกรงใจ เมื่อเธอหยิบประเด็นสองสะใภ้ “สิตา” กับ “ราดา” ผู้ถูกคลุมถุงชนและต้องทนใช้ชีวิตอย่างเปลี่ยวเหงาในบ้านฝ่ายชายมีฐานะมานำเสนอ ท่ามกลางความเข้าอกเข้าใจ ความผูกพัน จนกลายเป็นรักของสองสาว

ตอนภาพยนตร์ออกฉาย ชาวฮินดูหัวอนุรักษ์โดยเฉพาะผู้ชายไม่พอใจอย่างมาก บางแห่งเกิดความรุนแรงถึงขั้นเผาโรงภาพยนตร์ จนในที่สุดจึงมีคำสั่งห้ามฉายในอินเดียและปากีสถาน โดยให้เหตุผลว่าผิดศีลธรรมอันดีต่อวัฒนธรรมประเพณี แต่ว่านั่นไม่ใช่คนทั้งโลกจะคิดเยี่ยงนั้น สถาบันภาพยนตร์และเทศกาลภาพยนตร์ชื่อดัง ต่างมอบความกล้าหาญชาญชัยครั้งนี้ให้แก่เมห์ทา การันตีความยอดเยี่ยมในฐานะภาพยนตร์ชีวิตสุดสะเทือนใจ

ถัดมาอีก 2 ปี เมห์ทากลับมาสร้างแรงกระเพื่อมไปไหวต่อสังคมอินเดียอีกรอบ ด้วยการส่งผลงานเรื่องที่ 2 ของไตรภาคแห่งธาตุ Earth ออกฉาย ซึ่งเนื้อหาก็มุ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์ หลังรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจมอบเอกราชแก่อินเดีย และตั้งประเทศปากีสถาน เพื่อหวังจะยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดู มุสลิม และซิกข์

ภาพยนตร์เล่าผ่าน “เลนนี่” เด็กหญิงขาพิการ ผู้รับรู้เหตุการณ์จลาจลและประหัตประหารกัน ณ เวลานั้น ทุกฉากตรึงอารมณ์ผู้ชม ด้วยภาพยั่วล้อการเมืองและชีวิตที่ทำได้อย่างคมคาย ที่สำคัญ ยังเคล้าด้วยโศกนาฏกรรมแสนรวดร้าวในประวัติศาสตร์ที่คนอินเดียไม่เคยลืม

Water ปี 2005 เมห์ทากลับมาพร้อมภาพยนตร์ส่งท้ายไตรภาคแห่งธาตุ แม้จะมีคนเฝ้ารอจุดจบ แต่อีกมุมก็มีคนเริ่มเบื่อหน่ายกับการเล่าเรื่องอินเดียเดิมๆ ของเมห์ทา ถึงอย่างนั้น เมห์ทาก็ทิ้งคำถามที่คนอินเดียไม่อยากตอบไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้

สลัมหญิงหม้าย เด็กหญิงถูกจับแต่งงานตั้งแต่ยังเล็กๆ สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ เหล่านี้คือภาพที่เมห์ทานำเสนอในภาพยนตร์ ที่สะท้อนภาพสังคมโบราณและความเชื่อเก่าๆ ของอินเดีย และภาพยนตร์ก็มัดใจคนทั้งโลก เข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ (ตัวแทนแคนาดา) รางวัลกินรีทองคำ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (ปิดตัวไปนานแล้ว) National Board of Review และ Broadcast Film Critics Association Awards สหรัฐอเมริกา

Midnight’s Children ผลงานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เมห์ทาได้นำวรรณกรรมสุดป๊อป รางวัลบุ๊กเกอร์ไพรซ์ จากปลายปากกา “ซัลแมน รัชดี” มาโลดแล่นบนจอ

เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับการพูดถึง ยิ่งเฉพาะแง่มุมแหลมคมที่ภาพยนตร์นำเสนอ ยังคงเสียดสีประวัติศาสตร์ของประเทศอินเดียตั้งแต่ก่อนได้รับเอกราชไปจนถึงปลายยุค 70 แถมด้วยภาพแฟนตาซีที่ย้อนแย้งไปมาระหว่างภาพจริงกับภาพจินตนาการ

จะเห็นได้ว่าภาพยนตร์ของเมห์ทานั้น ล้วนแต่สะท้อนภาพอินเดียอย่างมีสัญญะ ความเชื่อ คำสอน ศาสนา การเมือง วิถีชีวิต จนถึงค่านิยมและกรอบความคิด เมห์ทาไม่เคยลืมที่จะหยิบมาใส่แต่งเติมในภาพยนตร์ของเธอ แม้จะโดนประณามหยามเหยียด แม้จะโดนต่อต้าน รวมทั้งยังถูกรัฐบาลอินเดียเมินใส่ แต่ทุกๆ ผลงานของผู้กำกับหญิงรายนี้ ก็ได้สร้างมิติที่แหลมคมต่อวงการบอลลีวู้ด เธอไม่ยอมย่อท้อที่จะสร้างสรรค์ภาพยนตร์แนวนี้ต่อไป

สมแล้วกับที่เธอถูกยกย่องให้เป็นดอกไม้เหล็กแห่งบอลลีวู้ด

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน