แห่ดาว สกลฯ หนึ่งเดียวในไทย
เมื่อคริสต์มาสที่ผ่านมา ไม่ว่าจะคริสตชนหรือพุทธศาสนิกชนต่างมีความสุขกับการเฉลิมฉลอง
โดย...กาญจน์ อายุ
เมื่อคริสต์มาสที่ผ่านมา ไม่ว่าจะคริสตชนหรือพุทธศาสนิกชนต่างมีความสุขกับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่จัดขึ้นทั่วกรุงและทั่วไทย (บางคนไปฉลองไกลถึงเมืองนอก) แต่ทราบกันหรือไม่ว่า ที่แห่งใดมีชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และพวกเขาฉลองกันอย่างไรถึงได้ขึ้นชื่อว่า “หนึ่งเดียว”
ชุมชนท่าแร่ จากเล็กไปหาใหญ่ มากกว่า 80 ปีที่ผ่านมา มิชชันนารีเดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในตัวเมืองสกลนคร แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมีคนเข้าศาสนาจำนวนน้อยนิด และถูกชาวบ้านต่อต้านด้วยความไม่เข้าใจ คณะมิชชันนารีและคริสตชนที่เข้ารีต นำโดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศส ซาเวียร์ เกโก จึงจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน พวกเขาได้ต่อเรืออย่างง่ายๆ ให้สายน้ำพัดพาไปจนไปขึ้นฝั่งที่หมู่บ้าน “ท่าแร่”
ในตอนนั้น พ.ศ. 2427 คนในหมู่บ้านมีอยู่ไม่มาก ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจึงเผยแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว บรรพบุรุษของชาวท่าแร่จึงเป็นคริสตชนมาตั้งแต่บัดนั้น นับถึงบัดนี้ชาวท่าแร่เกือบทั้งหมดยังคงยึดมั่นคำสอนของพระเยซู และกลายเป็นชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ค่อนข้างขัดกับความคิดเหมารวม (Stereotype) ถ้าเอ่ยถึงสกลนคร คนจะคิดถึงอะไร ถ้าไม่ใช่ “เนื้อหมา” นั่นเพราะเราเสพข่าวร้ายเพียงด้านเดียว ถ้ามาสกลนครจริงๆ เราจะยังคงเห็นหมามีความสุข และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหลอกกินเนื้อหมา เพราะคนท้องถิ่นเขาก็ไม่กินกัน เรื่องชุมชนชาวคริสต์จึงเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์! และจะเซอร์ไพรส์กว่าถ้าเห็นเทศกาลแห่ดาวอย่างที่ฉันโดนมาแล้ว
แห่ดาว จากน้อยไปหามาก “!!!” คือความรู้สึกเมื่อแรกเห็น งานแห่ดาวไม่ใช่ดาวเล็ก แต่เป็น “ดาวใหญ่” ที่ต้องใช้รถกระบะขน ตกแต่งทั้งคันตามคอนเซปต์ต่างกันไป แต่ก็ไม่ทิ้งความหมาย “การบังเกิดของพระเยซู”
ดาวเป็นสัญลักษณ์ของการประสูติมายังโลกมนุษย์ หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม Star of Bethlehem แต่ก็ไม่มีชาติใดมีพิธีแห่ดาวเช่นนี้ พิธีแห่ดาวใน ต.ท่าแร่ จัดขึ้นทุกปีระหว่างวันที่ 23-25 ธ.ค. สืบเนื่องกันมา 31 ปีแล้ว โดยในวันที่ 23 บ้านเรือนทั้งตำบลจะแขวนดาวไว้ตามประตูหน้าต่าง ประดับรั้วบ้านด้วยไฟคริสต์มาส และติดภาพพระเยซู และตื่นตามากขึ้นเมื่อบ้านเรือนในท่าแร่เป็นอาคารทรงฝรั่งเศสผสมเวียดนาม ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมตารางหมากรุกตามแบบตะวันตก บรรยากาศจึงเสริมส่งกันราวกับว่าท่าแร่ไม่ได้อยู่ในสกลนคร ยามพระอาทิตย์ลับดินไปแล้ว ขบวนรถแห่ดาวจากชุมชนต่างๆ มากกว่า 20 คันจะพาเหรดบนถนนรอบตัวตำบล ชาวท่าแร่จะออกมายืนหน้าบ้านเพื่อชมความอลังการ และเพื่อรับ “ลูกอม”
ความน่ารักอย่างหนึ่งของเทศกาลนี้คือ คนบนขบวนแห่จะตะโกน “เมอร์รี่ คริสต์มาส” (ลากเสียง ส.เสือ ยาวๆ) พร้อมกับโปรยลูกอมลงมา คนที่ชมขบวนอยู่จะกรูกันเข้าไปเก็บอย่างกับสิ่งนั้นคือเงินทอง ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่จะไม่ออมมือกัน แต่เมื่อขบวนผ่านไปแล้ว ภาพน่ารักอีกอย่างก็เกิดขึ้นคือ ผู้ใหญ่ที่เก็บลูกอมได้จะส่งต่อให้เด็กที่ตัวเองเพิ่งแย่งชิงมา กว่าจะผ่านไปหมด 20 คัน เด็กอาจฟันผุได้เลย ส่วนวันที่ 24 จะเป็นพิธีแห่ดาวมือถือรอบโบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ชาวท่าแร่จะถือดาวที่ข้างในจุดเทียนหรือติดไฟดวงเล็กๆ ถือเวียนรอบโบสถ์สามรอบ แล้วเข้าไปทำพิธีมิสซาด้านใน วันนี้เราจะเห็นความศรัทธาอันเข้มแข็งของชาวท่าแร่ เสียงเพลงที่ดังแว่วออกมาจากโบสถ์จับสำเนียงได้ถึงความตั้งมั่น แหลมทุ้มผสานกันไปเป็นเนื้อเพลงเดียว และในวันที่ 25 อัศเจรีย์จะยาวไม่รู้จบเมื่อชุมชนคริสต์จากสกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ มารวมตัวกันกว่า 200 คัน ถนนที่มุ่งหน้าไปยังวัดพระหฤทัยในตัวเมืองสกลนครทอดยาวด้วยขบวนแห่ดาวจากสี่จังหวัด กลายเป็นถนนสายดวงดาวที่สว่างไสวและอึกทึกไปด้วยเพลงสรรเสริญพระเจ้า แนะนำว่าถ้าใครต้องการชมครบทุกคันให้ “นั่ง” เพราะอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมงถึงจะเห็นคันสุดท้าย
พิธีแห่ดาวนี้มีมานานก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องท่องเที่ยว ชาวท่าแร่จะประดิษฐ์ดาวตามปกติและแห่รอบตำบลกันเป็นธรรมดา จนกระทั่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมายกให้เป็นกิจกรรมประจำจังหวัดสกลนคร และลงปฏิทินให้เป็นเทศกาลท่องเที่ยวประจำปี เพื่อวัตถุประสงค์ให้คนหันมาท่องเที่ยวเชิง “วัฒนธรรม” กันมากขึ้น และ “เรียนรู้” ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทย หลังจากนี้ต่อไปคริสต์มาสของชาวท่าแร่จะเปลี่ยนไปหรือไม่ ตัวแปร “นักท่องเที่ยว” จะมีผล การท่องเที่ยวทำให้ชุมชนเกิดรายได้จริง แต่ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางลบเช่นกัน ตัวอย่างของชุมชนที่ลดความเป็นตัวตนแล้วหันมาเอาใจนักท่องเที่ยวมีให้เห็นอยู่ ถ้าหวังให้ไม่เปลี่ยนเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนมากหรือน้อยมันขึ้นอยู่กับทั้งผู้เหย้าและผู้เยือน
กล่าวคือชุมชนต้องเข้มแข็ง และนักท่องเที่ยวต้องเข้าใจวิถีชุมชน ถ้าทั้งสองฝ่ายทำได้จริง ไม่เพียงบรรลุวัตถุประสงค์เท่านั้น พิธีแห่ดาวจะมีเพียง “หนึ่งเดียว” ที่สกลนครตลอดไป
ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคอีสาน สอบถามเรื่องท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว จ.สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ได้ที่ ททท. สำนักงานนครพนม โทร. 042-513-490-1 อีเมล [email protected] และ www.facebook.com/tatnakhonphanom







