
มวลมหาวัยหลากหลายเสียงอธิปไตย
ท่ามกลางมวลมหาประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับพลังประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ประชาชนจำนวนไม่น้อยในทุกสาขาอาชีพต่างไหลมาบรรจบกัน หล่อหลอมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวบนพื้นที่ประวัติศาสตร์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน โดยมีหนุ่มสาววัยรุ่นยันลุงป้าที่เกษียณงานแล้วต่างมาจับจ้องพื้นที่แสดงออกทางความคิดไม่ต่างกับการลดราคาขายสินค้า
ท่ามกลางมวลมหาประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับพลังประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ประชาชนจำนวนไม่น้อยในทุกสาขาอาชีพต่างไหลมาบรรจบกัน หล่อหลอมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวบนพื้นที่ประวัติศาสตร์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน โดยมีหนุ่มสาววัยรุ่นยันลุงป้าที่เกษียณงานแล้วต่างมาจับจ้องพื้นที่แสดงออกทางความคิดไม่ต่างกับการลดราคาขายสินค้า
เกษียณ
ชีวิตไม่เหงา
สู้เพื่อชาติยามบั้นปลาย
นายนิยม จันทร์นาค วัย 66 ปี ท่าทางทะมัดทะแมง ผมสองสี หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมบนประวัติศาสตร์การเมืองไทย เกษียณจากงานประจำมากว่า 6 ปี เล่าให้ฟังถึงเหตุที่มาชุมนุมครั้งนี้ว่า รับไม่ได้กับที่นักการเมืองโกงกินประเทศมากจนเกินไป ไม่ได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้กับประเทศชาติ และยังเป็นการใช้กิจกรรมยามว่างหลังหมดภาระการทำงานที่ผ่านมาหลายสิบปี
“ออกจากงานมาก็นั่งๆ นอนๆ เดินไปมา กินนอนอยู่แต่ในบ้าน จึงตัดสินใจว่าไหนๆ เราก็ว่างแล้วไม่ได้ทำอะไรในช่วงกลางวันก็ออกมาสัมผัสการชุมนุมว่ารสชาติ ความรู้สึกมันเป็นยังไง แตกต่างกับในทีวีเหลือเกิน มาที่นี่ได้เห็นของจริง ข้อมูลจริงๆ ข้อมูลบางอันเราไม่ทราบก็ได้รู้ได้เห็น เสมือนกับการเรียนหากเรียนแต่พวกทฤษฎีไม่มีการปฏิบัติศึกษางานนอกสถานที่มันก็คงเป็นเพียงโลกทรรศน์แคบๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง” นายนิยม กล่าว
คุณลุงวัย 66 ปี ยังเล่าอีกว่า การได้มาชุมนุมทำให้เราเพลิดเพลินไม่เครียดเหมือนอยู่บ้าน ทั้งยังได้เจอพบปะเพื่อนเก่าๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี ไม่น่าเชื่อว่าเวทีการชุมนุมมันก็มีอะไรแปลกให้ดู ให้ชม ของกินก็มีกินไม่ขาดสายอิ่มท้องทุกมื้อ หากจะเรียกว่าที่นี่ก็เหมาะกับคนแก่อย่างลุงดี มันสบายใจมาก ไม่ปิดตัวเองอยู่กับบ้านให้ผ่านชั่วโมงรอให้ครบวัน
พื้นที่บนความขัดแย้งทางการเมืองทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยต่างลุกขึ้นออกมาแม้สังขารจะร่วงโรยแก่การงาน อย่าง ป้าจิภา มณีโชติ วัย 74 ปี เล่าให้ฟังอย่างสบายใจว่า “รู้ไหมตั้งแต่มีการชุมนุมเกิดขึ้นมันทำให้ชีวิตไม่เหงา ไม่ทุกข์ เหมือนได้กลับมาทำกิจกรรมอะไรสักอย่างกับเพื่อนๆ เพราะทุกครั้งป้าไปไหนจะมีเพื่อนไปด้วย อย่างชุมนุมนี้ก็ชวนเพื่อนมาฟังมาดูว่ามันมีอะไร บางทียังเดินซื้อของพวกนกหวีด พวกของเล็กๆ น้อยๆ ที่ขายในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งเหมือนตลาดนัดย่อยๆ เลย แต่สมัยก่อนป้าก็อยู่บ้านไปเดินห้างซื้อของ เดินเล่นตามประสาคนแก่ แต่ตอนนี้ป้ามาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทุกวัน เพราะป้ารักชาติและไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้”
ป้าจิภา เล่าต่อไปว่า บนพื้นที่การชุมนุมที่กว้างขวางมีคนจำนวนมาก มันมีสิ่งเล็กให้ชื่นใจหลายสิ่ง อย่างป้าจะเห็นคนมาชุมนุมจะมีน้ำจิตน้ำใจ ยิ้มแย้มไมตรีให้กันกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง แท้จริงคนเหล่านั้นไม่ได้เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อนเลย เห็นแล้วมันสร้างรอยยิ้มและความชุ่มชื่นในหัวใจป้าได้เป็นอย่างดี ป้าเลยชอบมาบ่อยๆ สนุกสนานเพลิดเพลินใจตามประสาคนแก่ด้วย
เช่นเดียวกับ นายเจือ ไพฑูรย์ ในวัย 63 ปี อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจเกษียณงานออกได้เพียง 3 ปี เล่าย้อนเวลายามว่างในช่วงตลอดระยะเวลา 3 ปี ว่า รู้สึกเหงาเมื่อต้องออกจากงานมาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เพราะวันๆ แทบไม่ได้ทำอะไรเหมือนสมัยหนุ่มๆ (หัวเราะ) งานให้ทำจนลืมความเหนื่อย แต่พอดีตนชอบเรื่องการเมืองจึงต้องออกมาขับไล่รัฐบาล ต้องสู้เพื่อชาติ เพื่อคนในประเทศทุกคน แม้จะเป็นส่วนเสียงเล็กๆ ใน 65 ล้านคน แต่อย่างน้อยความคิดสิ่งที่ทำช่วยปลุกเพื่อนบนแผ่นดินไทยเราให้เกิดความคลั่งไคล้รักชาติ
“ลุงอายุมากแล้วจะตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วันนี้ต้องออกมาขับไล่รัฐบาล ลุงมาชุมนุมตั้งเวทีสามเสนเรื่อยมาจนมาถึงเวทีราชดำเนิน ยอมรับว่าเหนื่อยแต่มันทำให้รู้สึกไม่เหงา ได้เจอเพื่อนฝูงใหม่ๆ มิตรภาพวัยแก่กับเพื่อนใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มีความคิดเห็นในทางเดียวกันจะออกมาชุมนุมเยอะขนาดนี้ แต่ลุงดีใจสุขใจนะ มันต่างกับนอนพักอยู่บ้านเฉยๆ มันน่าเบื่อเหมือนอยู่ในกรอบที่ถูกจำกัดไว้ บางทีลุงยังชวนเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมาชุมนุมด้วยเลย คนไม่ดีเราต้องออกมาไล่มัน” ลุงเจือ บอกเล่าความรู้สึก
โสด
การเมืองหอม
เหมือนกาแฟสด
เรื่องราวของคนว่างงานหรือเกษียณจากงานนั้นก็เป็นอีกมุมมองถ่ายทอดสะท้อนออกมายามบั้นปลายชีวิต ข้ามมาฝากพวกหนุ่มสาววัยโสดกันบ้าง เขามีความคิดเห็นยังไงกับการออกมาแสดงความคิดแสดงจุดยืนทางการเมืองถึงออกมาชุมนุมกันจนสร้างประวัติศาสตร์ “ไทยตื่น”
น.ส.นิริยภรณ์ บุญวงศารัชต์ สาวโสดวัยรุ่นออกร่วมชุมนุมพร้อมอาวุธคู่กายเป็นมือตบ หนึ่งในสัญลักษณ์ของการชุมนุมและเชียร์ เธอเล่าให้ฟังถึงการออกมาแสดงพลังทางการเมืองบนพื้นที่ถนนราชดำเนินแห่งนี้ว่า มันได้บรรยากาศของการเมืองไทย ว่าการชุมนุมจริงมันเป็นแบบไหน ไม่บริโภคข่าวสารเพียงบนหน้าจอสี่เหลี่ยมหลังแป้นพิมพ์ แต่การได้มาจุดๆ นี้มันสนุกสนาน ตื่นเต้นคึกคักไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเสียงโห่ร้องปรบมือของผู้ชุมนุม เป่านกหวีดเสียงดังสนั่น มันได้อารมณ์มาก และก็เป็นที่เดินเล่นดีอีกจุดหนึ่ง ข้างต้นเป็นเพียงความเพลิดเพลินสนุกสนานตามประสาวัยรุ่น กลับกันมันมีเหตุผลอยู่คือการออกมาแสดงพลังรักชาติ รักประเทศไทย ไล่คนไม่ดีออกไป
บางทีจุดนี้มันเหมือนที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของวัยรุ่น หากสังเกตจะเห็นว่าวัยรุ่นออกมาร่วมชุมนุมเยอะมาก บางทีก็มาเช็กอิน ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก บางครั้งไม่ได้รู้หรอกว่าคนที่มาชุมนุมกันเขามาเพื่อเป้าหมายใด อย่างตนมาก็เพราะมันรักชาติ เลยต้องออกมาขอเป็นส่วนหนึ่งสักครั้ง บนหน้าประวัติศาสตร์ไทย ในม็อบมีหลากหลายให้คนที่มาชุมนุมได้ดู รับรู้ แถมยังมีอาหารอร่อย ตามสโลแกนที่บนเวทีชอบประกาศว่า (คิดอยู่ชั่วครู่) “อาหารอร่อยดนตรีเพราะ” และยิ่งได้มาเห็นบรรยากาศจริงมันชวนสนุกเข้าไปอีก แม้บนเวทีอาจกำลังเครียดกับการวางแผนให้บรรลุเป้าหมาย อีกหนึ่งประสบการณ์ อย่างน้อยครั้งหนึ่งก็ได้มาเห็นการชุมนุมในที่ที่มีคนจากทั่วทุกมุมมุ่งมาที่แห่งนี้
ไม่ต่างอะไรกับหนุ่มโสดคนนี้ ก็ออกมาร่วมชุมนุม นายภราดา รักติประกร หนุ่มร่างวัยสูงโปร่ง เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจมา เพื่อนดันชวนมาเหมือนมาเที่ยวก็มาเดินๆ มองๆ รอบการชุมนุม ซึ่งมันก็เพลินหูเพลินตาดี เห็นมีคนแก่มามากหลาย อีกใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารพร้อมฉุดคิดว่าทำไมพวกเขาเหล่านั้นไม่กลับบ้านกลับช่อง จะกินจะอยู่ยังไงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนแก่มีอายุจะมาใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวาย ความไม่สะดวกสบายหลายสิ่ง แต่สำหรับผมเลือกมาเพราะมาเดินเล่นตามเพื่อน พร้อมเงี่ยหูฟังเป็นครั้งคราวเกี่ยวกับการเมือง เหมือนเราดูการพากย์หนังมีคนพูดบนเวทีเล่าเรื่องประติดประต่อแทนภาพหรือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีต บางคำมันก็ชวนผมคนลุกให้รู้สึกขึ้นมาทันที ผมเชื่อว่าหลายคนมาเพราะความคิดเห็นที่ตรงกันมากกว่า
“ไม่รู้นะผมมามันสนุกสนานคึกคักทุกทีเวลามีเสียงปรบมือ หรือเป่านกหวีดไล่รัฐบาล กระชุ่มกระชวยฮึกเหิม แต่ผมก็ไม่ชอบการเมืองไทยมันน่าเบื่อ เรื่องงี่เง่า ขัดผลประโยชน์ ผมว่าพื้นที่การชุมนุมอย่างจุดก็เหมาะสมกับคนรักการเมืองดีนะ สนุกสนานคอเดียวกันมันคุยกันง่าย” หนุ่มโสด แสดงความเห็นการมาชุมนุม
น.ส.สุธิดา จันทวนิชกุล สาววัยใส หัวใจยังว่าง ยกมือตบขึ้นโชว์ พร้อมละเลียดคำพูดให้ฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า อาจยังไม่ช่ำชองเรื่องประวัติศาสตร์การเมืองไทยเท่าที่ควร แต่การได้มาสัมผัสกับบรรยากาศจริง สถานที่จริง มันได้รสชาติของไอร้อนของการเมืองอันหอมกรุ่นเหมือนกาแฟสด แม้ตนจะติดตามข่าวสารทางทีวีเป็นประจำก็ตามแต่ความรู้สึกเมื่อได้มาสัมผัสมันต่างกันราวฟ้ากับดิน
สำหรับตนมันกลายเป็นแหล่งเรียนรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ของผู้ชุมนุมที่เขามาปักหลักอยู่กันเป็นเดือนเขาอยู่ได้ยังไง เขาอาบน้ำจากไหน กินข้าวอย่างไร หลายอย่างปรากฏขึ้นให้เห็นวิถีชีวิตของกลุ่มคนเล็กๆ ที่เรียกว่า “ม็อบ” ไหนจะแดดฝนที่หลายคนกลัวแล้วจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อย่างไร คำถามหลายอย่างก็มีคำตอบให้กับตน
“หลายคนมาที่นี่อาจมาถ่ายรูปลงเฟส ลงอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ แต่สำหรับหนูมาด้วยความเต็มใจในการออกร่วมชุมนุม เพราะมันสร้างความคิดใหม่ๆ ให้มองโลกให้กว้างขึ้น ไม่เพียงเสพข่าวสารผ่านหน้าจอคอมพ์หรือจอทีวี ที่สำคัญมันกลายเป็นที่เดินเล่นเดินเที่ยวสำหรับพวกเพื่อนเราด้วย อีกอยากมากันเข้าไปอีก ลองออกมาร่วมชุมนุมกันเยอะนะค่ะ มันได้อะไรมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่การไล่รัฐบาล ม็อบมันแฝงสาระไว้มากมายอยู่ที่เราจะจับจุดเจอไหม” น.ส.สุธิดา แชร์ความรู้สึก







