อาจินต์ ปัญจพรรค์ 86 ปี ... สบายดี
ในวัย 86 อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนชั้นครู บรรณาธิการระดับตำนาน และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล / ภาพ อินทรชัย พาณิชกุล
ในวัย 86 อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนชั้นครู บรรณาธิการระดับตำนาน และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงไปใช้ชีวิตอย่างสงบ ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ อากาศสดชื่น ณ บ้านพักตีนเขา ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากภรรยา แน่งน้อย ปัญจพรรค์
แม้จะเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้ ทว่าวันนี้เห็นได้ชัดว่าสุขภาพดีขึ้น ใบหน้าผ่องใส ยิ้มแย้ม เสียงดังกังวาน ความจำเยี่ยมยอด ยังคงพบปะพูดคุยกับน้องนุ่ง ลูกศิษย์ลูกหาที่มาเยี่ยมเยียนได้อย่างครื้นเครง เป็นที่ชื่นอกชื่นใจแฟนนักอ่านยิ่งนัก
“ตื่นเช้าก็ออกไปเดินออกกำลัง กินข้าวกินปลาเสร็จก็มานั่งอ่านหนังสือ ไม่เหงาเพราะมีหนังสือเป็นเพื่อน เบื่อก็เปิดทีวีดูการบ้านการเมือง นี่ก็เพิ่งซื้อไอแพดมาว่าจะเอามาฟังเพลง ดูวิดีโอในยูทูบ กำลังฝึกเล่นกีตาร์อยู่” ลุงอาจินต์ หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี
ปีก่อน เขาและภรรยาเพิ่งบริจาคหนังสือส่วนตัวที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตกว่า 1.5 หมื่นเล่ม ให้แก่ห้องสมุดประชาชน ซอยพระนาง เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ของนักอ่านทุกคน
“หนังสือดีๆ มีเยอะ อ่านจบแล้วเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ เลยอยากจะบริจาคให้คนอื่นที่ไม่มีเงินซื้อหนังสือ” แน่งน้อย บอก
เป็นที่รู้กันว่าเส้นทางชีวิตของอาจินต์ ช่างเต็มไปด้วยสีสัน เกิดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2470 ที่บางเลน จ.นครปฐม ลูกชายคนสุดท้องของนายอำเภอมือสะอาดนาม ขุนปัญจพรรคพิบูล ได้ความซื่อตรงมาจากพ่อ ผสมผสานเลือดนักเลงสุพรรณมาจากลุงป้าน้าอาฝั่งแม่
โดนรีไทร์จากวิศวะ จุฬาฯ เพราะความเสเพล จึงถูกดัดสันดานด้วยการส่งไปทำงานในเหมืองแร่ทางภาคใต้นาน 4 ปี งานหนัก เหล้าป่า และความดิบเถื่อนของแดนกันดาร หล่อหลอมให้เป็นลูกผู้ชายเต็มขั้น
เริ่มทำงานที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม ยุคบุกเบิก ควบคู่กับการเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ทันทีที่ผลงานชุดเหมืองแร่ตีพิมพ์สู่สายตาคนอ่านก็ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น ตอกย้ำความสำเร็จด้วยนิยายเรื่องเจ้าพ่อเจ้าเมือง ตลอดจนเรื่องสั้น สารคดี ข้อเขียนอื่นๆ ตามนิตยสาร จนกระทั่งผงาดง้ำในฐานะบรรณาธิการมือทองแห่งสำนักพิมพ์โอเลี้ยงห้าแก้ว ผู้ก่อตั้งนิตยสารฟ้าเมืองไทย ฟ้าเมืองทอง อันลือลั่นในอดีต
“เรื่องสั้นชื่อ เศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก ใช้นามปากกาว่า จินตเทพ เป็นเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์ลงในสยามรัฐ ผมดีใจมาก เพราะก่อนหน้านี้เคยเขียนส่งไปสารพัดเรื่องก็ลงตะกร้าหมด
คำว่าตะกร้านักเขียน ผมเป็นคิดขึ้นเอง เพราะเขียนอะไรก็ลงตะกร้าหมด เมื่อใดปีนขึ้นจากตะกร้าได้ เมื่อนั้นเราก็เป็นนักเขียน ผมใช้เวลานานกว่า 14 ปี กว่าจะได้เป็นนักเขียนสมใจฝัน
ผมเคยให้สัมภาษณ์ว่า นิยายของตัวเองที่ชอบมากที่สุด คือ เจ้าพ่อเจ้าเมือง แรงบันดาลใจมาจากชีวิตของพ่อ แกเป็นเจ้าเมือง เป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ซื่อสัตย์ไม่คดโกง ส่วนความเป็นเจ้าพ่อ ถอดแบบมาจากญาติพี่น้องฝั่งแม่ แกชื่อลุงเพลิน เป็นนักเลงใหญ่ คนนี้แหละก๊อดฟาเธอร์ตัวจริง ช่วยคนถูกรังแก ใครเดือดร้อนก็เข้ามาพึ่ง ส่วนเรื่องเหมืองแร่ ผมถือว่ามันเป็นชีวิตของผม รักมันที่สุด ชีวิต 4 ปีช่วงนั้นมันเข้มข้น ลำบากลำบนมาก เริ่มจากตำแหน่งกุลีตีเหล็กค่าแรงวันละ 6 บาท จนเงินเดือน 2,800 ในตำแหน่งสุดท้าย General Assistant วัตถุดิบที่ได้จากเหมืองแร่ ผมขุดมันมาสร้างอนาคตการเป็นนักเขียนให้ตัวเองในวันนี้” น้ำเสียงสั่นเครือเมื่อรำลึกถึงความหลัง
อาจินต์ถือเป็นคนแรกๆ ที่เขียนเอง พิมพ์เอง ขายเอง มือเล็กๆ ทั้งสองนี้ปั้นดินให้เป็นดาว สร้างนักเขียนมาประดับวงการมากมายหลายคน อาทิ คำพูน บุญทวี นิมิตร ภูมิถาวร มาลา คำจันทร์ เป็นต้น
“หลักการเลือกเรื่อง หนึ่ง ต้องไม่ลอกใครมา สอง อ่านแล้วต้องสนุก ติดตาติดใจ อ่านแล้วจดจำได้ไปอีกนาน ผมเป็นบอกอที่ดุนะ สะกดผิดแก้ให้ แต่ไปลอกเขามา ผมด่าเลย มึงเอาคืนไป ไม่ลงให้ ใครเขียนดีก็ต้องชม ให้กำลังใจกัน
อาชีพนักเขียน ถ้าเราเก่งจริง คนอ่านเดินตามเลย นักเขียนก็รวยได้ ทมยันตี กฤษณา อโศกสิน ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกได้ ไอ้คนที่ล้มเหลวก็เพราะว่ามันเขียนไม่เก่ง”
แม้วันนี้จะไม่มีคอลัมน์ประจำตามหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสารแล้ว แต่นักเขียนก็ยังต้องเขียน อาจินต์เขียนบันทึกทุกวัน แม้กระทั่งการจดคำคม ข้อความประทับใจลงในกระดาษโน้ตเล็กๆ ซองจดหมาย ปกหนังสือ กระดาษอะไรก็ตามที่ฉวยได้ใกล้มือ
“ถามว่ามีอะไรอยากกลับไปแก้ไข ตอบเลยว่าไม่มี เพราะเอาประสบการณ์ เอาความรู้ที่ประสบมาทั้งดีทั้งเลวนำมาเขียนได้”
ลมบ่ายพัดตึง แม่บ้านตะโกนถามไถ่มาจากในครัวว่า เย็นนี้อยากกินอะไร แน่งน้อยลุกขึ้นไปสมทบ ส่วน อาจินต์ ปัญจพรรค์ พระเอกของเราก็หันกลับไปคว้าหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ศิลปะคืออะไร ของ ลีโอ ตอลสตอย แปลโดย สิทธิชัย แสงกระจ่าง มาเปิดอ่าน
“ถึงจะแก่ แต่หนังสือนี่แหละที่ทำให้เรายังหนุ่มกระชุ่มกระชวยได้เสมอ”
แกยิ้มหวาน นัยน์ตากระจ่างสดใส ความกระฉับกระเฉง อัธยาศัยน่ารัก และอารมณ์ขันนี้เองที่ทำให้ใครๆ ต่างก็มีความสุข เมื่อได้รู้ว่านักเขียนขวัญใจของพวกเขายังสบายดี







