
บทธรรมพิเศษน้อมอุทิศถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชฯ (ธรรมบรรยายณ นครมุมไบ ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๖) (จบ)
ท้ายที่สุดแห่งการบรรยายธรรม ณ นครมุมไบ ประเทศอินเดีย ในครั้งนี้ อาตมาใคร่ขอฝากให้ท่านทั้งหลายที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ท้ายที่สุดแห่งการบรรยายธรรม ณ นครมุมไบ ประเทศอินเดีย ในครั้งนี้ อาตมาใคร่ขอฝากให้ท่านทั้งหลายที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นนักศึกษาวิปัสสนา ... อาจารย์วิปัสสนา เป็นนักวิชาการด้านต่างๆ ตลอดจนนักการศาสนาจากทุกศาสนา ที่มาประชุมในห้องประชุมแห่งนี้ พึงได้ใส่ใจจดจำไว้ว่า... พระพุทธศาสนานั้นสรุปความรู้รวมลงที่การเข้าถึงความจริงในกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ที่บาลีเรียกว่า... อิทัปปัจจยตา
ถ้านักการศาสนา... พุทธศาสนิกชน ตลอดจนนักปฏิบัติทั้งหลาย ไม่รู้ไม่เข้าใจ เรื่อง กฎอิทัปปัจจยตา อันเป็นกฎความจริงในธรรมชาติ ถ้าไม่รู้จักไม่เข้าใจในกฎนี้ แสดงว่า... ยังไม่รู้จักคำว่า...พระพุทธศาสนา... ขอกล่าวย้ำอีกครั้งว่า ต้องรู้จักคำว่า “อิทัปปัจจยตา” อันแสดงความจริงในรูปลักษณะของปฏิจจสมุปบาทธรรม ที่ประกาศหลักอริยสัจอย่างแท้จริง ซึ่งตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง ด้วยความหมายสรุปย่อของกฎอิทัปปัจจยตา ที่ว่า เพราะอาศัยสิ่งนี้ สิ่งนี้... สิ่งนี้ สิ่งนี้ จึงเกิดขึ้น.
เรื่อง อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาทธรรม ไม่ใช่เรื่องของสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาที่เป็นสมมติของทางโลก อันเป็นไปตามสมมติสัจจะ แต่เป็นความรู้ที่แทงตลอดปรมัตถสัจจะ จนเข้าถึงแก่นธรรมที่เรียกว่าความจริงขั้นสูงสุด หรือที่สุดแห่งความจริง(อริยสัจ) ที่แสดงสัจธรรมของโลกว่า... สภาวธรรมทั้งหลายนี้ เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย แค่ชั่วขณะ... เมื่อเหตุปัจจัยนั้นสิ้นไป สภาวธรรมนี้ก็สิ้นไป... เช่น เกิดแล้วก็ต้องตายไป ถ้าเข้าใจเข้าถึงความหมายธรรมนี้แล้ว จิตใจก็จะรู้จักการละวางคลายสิ้นจากความยึดมั่นยึดถือในโลกนี้อย่างสิ้นเชิง และก็จะเข้าถึงความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้สรุปหลักพระพุทธศาสนาอยู่ที่ความหมายว่า...ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เพราะมีเกิดขึ้น...ก็ย่อมต้องมีดับไปเป็นธรรมดา การจะยอมรับรู้แจ้งยอมรับในความจริงดังกล่าวที่กล่าวว่า... ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น หรือจะรู้แจ้งในความจริงดังกล่าวได้ถูกต้องเข้าถึงกฎอิทัปปัจจัยนี้ให้ได้ การที่จะเข้าถึงกฎอิทัปปัจจัยได้ก็ต้องรู้จักการเจริญวิปัสสนาญาณหรือการเจริญสติปัฏฐาน ๔ จนครบสมบูรณ์ จนพบความจริงในการเจริญสติเห็นแจ้งจริงว่า...ธรรมทั้งหลายนั้นประชุมอยู่ที่คำว่า...“อิทัปปัจจัย”
วันนี้คงเป็นเวลาที่เหมาะควรกับเวลา การที่จะเรียนรู้เรื่องอิทัปปัจจัยหรือปฏิบัติในเชิงของวิปัสสนาญาณก็ยกไว้ ครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค.ปลายปีนี้ ซึ่งถ้าทาง Chief Information Commissioner แห่งรัฐบาลของรัฐมหาราษฎร์/อินเดีย ได้จัดโครงการศึกษาปฏิบัติขึ้นก็ไว้จะกลับมาสอน และเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันปฏิบัติเพื่อเข้าให้ถึงความจริงของกฎอิทัปปัจจัยเพื่อดับทุกข์ได้ด้วยปัญญา... ต่อไปก็จะให้พรกับท่านทั้งหลายให้มีความสุขความเจริญ พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง (เป็นบาลี) พึงตั้งใจ...
ขอเจริญพร







