เป๊บซี่ หมาอินดี้ ของ โอ จิตติรัตน์
เช้าๆ วันหนึ่งผมได้เดินทางไปโชว์รูมเบนซ์ตลิ่งชัน ซึ่งมีบริเวณค่อนข้างกว้าง
โดย...วรธาร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
เช้าๆ วันหนึ่งผมได้เดินทางไปโชว์รูมเบนซ์ตลิ่งชัน ซึ่งมีบริเวณค่อนข้างกว้างตามนัดหมายของ “โอ” จิตติรัตน์ ตันตสิรินทร์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการหลังการขาย และเป็นทายาทของ “อนันต์ ตันตสิรินทร์” เจ้าของเบนซ์ตลิ่งชัน เพื่อพูดคุยเรื่องราวและถ่ายรูปของเจ้า “เป๊บซี่” สุนัขพันธุ์ผสมระหว่างโกลเดน รีทรีฟเวอร์ และไทย สัตว์เลี้ยงของเธอ ด้วยความหวั่นใจนิดๆ ว่าจะได้เจอนายแบบสี่ขาไหมหนอ
ทำไมถึงหวั่นใจเช่นนั้น ก็เพราะผมทราบจากเจ้าของสาวแสนสวยว่า เป๊บซี่มักจะหายตัวบ่อยๆ ไปจากโชว์รูมและตามตัวไม่ค่อยเจอ
ดังนั้น ตลอดการเดินทางผมจึงภาวนาให้เป๊บซี่ยังอยู่ในบริเวณโชว์รูม และเป็นโชคดีที่ได้พบกับเป๊บซี่ในเช้าวันนั้น แต่กว่า “หนุ่มเสก” ช่างภาพของเราผู้มีหน้าตาละม้ายคล้าย “ฉัตรชัย เปล่งพานิช” นิดๆ จะถ่ายภาพเขาได้ต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูง เนื่องจากนายแบบไม่นิ่งพอ และหลายครั้ง “เป๊บซี่” พยายามจะออกไปแสดงตัวเป็น “ขาใหญ่” อยู่แถวฟุตปาทริมถนนใหญ่ด้านหน้าประตูทางเข้าโชว์รูม โดยรถคันไหนวิ่งผ่านด้านหน้าโชว์รูมละก็ มักจะถูกไล่กวดตลอด
เมื่อหันไปฟังคำบอกเล่าเรื่องราวจากเจ้าของ ซึ่งเธอไล่เลียงตั้งแต่ต้นจนครบถ้วน ยิ่งทำให้รู้จักตัวตนของเป๊บซี่มากขึ้น ทั้งนิสัย พฤติกรรมที่มีทั้งความประทับใจและไม่พึงปรารถนา
เธอบอกว่า เป๊บซี่นั้นมีแม่เป็นพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ที่ครอบครัวเลี้ยงไว้ ส่วนพ่อเป็นสุนัขพันธุ์ไทย ดังนั้นเมื่อคลอดออกมาจึงกลายเป็นหมาลูกครึ่ง สีน้ำตาล แต่รูปลักษณ์หน้าตาจะออกไปทางโกลเดนมากกว่า ทว่าก็มีความเป็นไทยปรากฏอยู่ ขณะที่นิสัยจะเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบอิสรเสรี ไม่ชอบให้ใครบังคับ เข้ากับคนง่าย ไม่ค่อยดุ และเป็นหมาที่รู้จักแยกแยะ
“เป๊บซี่เนี่ย โอว่าเขาเป็นหมาอินดี้นะ คือ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครบังคับ เวลาเราสั่งอะไรก็ไม่ค่อยจะทำหรอก เช่น เรียกมาหาก็ใช่ว่าจะมานะ แล้วแต่อารมณ์ บทจะมาก็มาเอง เป็นอย่างนั้น เป็นหมาที่รักอิสระ ซึ่งอาจจะด้วยรูปแบบการเลี้ยงที่เราปล่อยให้ไปไหนมาไหนก็ได้ภายในบริเวณโชว์รูม
เขายังเป็นหมาที่เข้ากับคนง่าย แต่ก็ค่อนข้างเลือกคนเหมือนกัน ใครที่เข้ามาในโชว์รูม เขาจะรู้ว่าคนไหนพนักงาน คนไหนไม่ใช่ ถ้าพนักงานก็แล้วไป หากไม่ใช่ก็อาจจะมองด้วยสายตาสงสัย ถ้าพูดได้ก็คงจะบอกว่าใครอ่ะ และเดินเข้าไปหาแต่จะไม่ทำร้าย แต่ว่าถ้ามาค่ำๆ มืดๆ เขาจะเห่า
อีกอย่าง เท่าที่สังเกตช่วงหนึ่ง ถ้ามีรถเข้ามาในโชว์รูม หากเป็นรถเก๋งทั่วไป หรือรถอื่นๆ เป๊บซี่จะวิ่งตามเห่า แต่ถ้าเป็นเบนซ์วิ่งเข้ามา เขากลับไม่เห่านะ ถาม รปภ.ที่ประจำอยู่ประตูทางเข้าโชว์รูมก็บอกเห็นพฤติกรรมแบบนี้บ่อยๆ ซึ่งก็แปลกเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาคุ้นเคยกับเบนซ์ เพราะโชว์รูมขายเบนซ์มา 30 กว่าปีแล้ว พอเห็นคันอื่นที่ไม่ใช่เบนซ์ก็อาจจะไม่คุ้น”
โอ ทิ้งท้ายว่า เป็นคนชอบสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว โดยเฉพาะหมา ซึ่งเป็นสัตว์แสนรู้ น่ารัก เริ่มเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก และการได้เลี้ยงถือเป็นความสุขส่วนหนึ่งของชีวิต
โดยรวมแล้วเป็นหมาที่มีนิสัยค่อนข้างดีและไม่ดุร้าย แต่ก็มีพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่เจ้าของก็ไม่อยากให้ทำ แม้จะพยายามฝึกก็ไม่ได้ผล ห้ามแล้วก็ไม่ฟัง ก็คือ การไปยืนริมฟุตปาทไล่กวดรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ติดด้านหน้าทางเข้าโชว์รูม ขณะเดียวกันหากมีหมาตัวไหนโผล่มาแถวนั้นเป็นได้ประลองกำลังกันด้วย
“ตอนเช้าๆ พอ รปภ.เปิดประตูเขาก็มักจะหาโอกาสออกไปยืนบนฟุตปาท ไล่กวดรถที่วิ่งผ่าน ขนาดรถตำรวจสายตรวจก็โดนไล่กวดมาแล้วหลายครั้ง หรือถ้ามีหมาที่เป็นตัวผู้ผ่านมาก็จะไม่ปล่อยให้เดินผ่านไปเฉย เป็นต้องแสดงอนารยะขัดขืน หรือทำตัวเป็นยากูซ่าหาเรื่อง ซึ่งไม่รู้เป็นอะไรชอบทำอย่างนี้ บอกว่าอย่าๆ ก็ไม่ค่อยฟัง จึงต้องกำชับให้ รปภ.คอยสอดส่องตลอด”
อีกพฤติกรรมหนึ่ง คือ ชอบหนีเที่ยว กลางวันก็ไป แต่ส่วนใหญ่จะพยายามออกไปตอนกลางคืน และที่ที่ไปก็จะแถวๆ ห้องอาหารที่อยู่ข้างๆ โชว์รูม ซึ่งที่นั้นจะมีสุนัขเพศเมียอยู่ที่นั่น
“ทราบว่าเป๊บซี่เคยมีลูกมาแล้วหลายตัว แต่ลูกของมันมีคนเอาไปเลี้ยงหมด สวยๆ น่ารักทั้งนั้น ซึ่งเข้าใจว่าแฟนของเขาก็คงอยู่แถวๆ ร้านอาหารไม่ไกลจากโชว์รูม ถ้ากลางคืนไม่เห็นเขาแสดงว่าอยู่ที่นั่น เพราะเขาจะออกไปหาคู่ของเขา เป็นที่พอใจแล้วก็จะกลับมาเอง”
เกี่ยวกับ เป๊บซี่
อายุ 7 ปี
น้ำหนักไม่เคยชั่ง คาดว่าอยู่ที่ 10 กก.
ผ่านการมีครอบครัวแล้ว แฟนอยู่ข้างบ้าน แวะเวียนไปหาตลอด ลูกๆ มีคนนำไปเลี้ยง
กลางคืนชอบออกไปเที่ยวข้างบ้าน ส่วนกลางวันอยู่ในโชว์รูม
ขนบางจุดเริ่มหลุดร่วงไปตามวัย แต่ร่างกายยังแข็งแรง ไม่เคยป่วย
พบหมอปีหนึ่ง 2 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพ







