
In My Bag
แหล่งซื้ออาหารมีหลายแห่งมาก ทั้งแบบเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัดชาวไร่ ฟาร์มต่างๆ
โดย...เรือนแก้ว บำรุง – สัมภาษณ์ / เรียบเรียง
ชลวรรณ หวังวัฒนานุกุล / อายุ 34 ปี
อาชีพ : พนักงานบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม
ที่อยู่ : แมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา / ตั้งแต่ปี 2006 (7 ปี)
แหล่งซื้ออาหาร
“แหล่งซื้ออาหารมีหลายแห่งมาก ทั้งแบบเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัดชาวไร่ ฟาร์มต่างๆ ส่วนมากจะเลือกความสะดวกเดินทาง จึงจ่ายกับข้าวสัปดาห์ละครั้ง วันธรรมดาถ้าเป็นไปได้จะไม่ไปตลาดเลย เพราะหลุดเส้นทางประจำ ทำให้เสียเวลามาก
Costco : ห้างขายของยกโหล คล้ายแม็คโครบ้านเรา ตั้งอยู่ที่ห่างจากตัวเมือง ไม่ใช่แหล่งที่จะขอแวะซื้อต้นหอมหนึ่งกำ ของที่ขายมีทุกอย่าง แต่มีตัวเลือกจำกัด แผนกจัดซื้อทำการ “หั่น” ราคากับคนขายมาอย่างที่สุดแล้ว เป็นธุรกิจที่ขายเน้นปริมาณ ของที่ซื้อจากที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นของที่เก็บได้ ไม่เน่า ไม่เสีย เช่น กระดาษชำระ กระดาษในห้องครัว (Paper Towel) น้ำยาล้างจานโกอีโค น้ำยาซักผ้าชนิดที่ไม่มีสีและกลิ่น ซีเรียล ปลาทูน่ากระป๋อง พาสตา น้ำมันมะกอก อาหารออร์แกนิก อย่าง ไข่ไก่ แครอต ผักสลัด มะเขือเทศ ปลาแซลมอนรมควัน
ร้านต่อมา Wholefoods เป็นร้านที่ไปบ่อยๆ สัปดาห์ละ 13 ครั้ง เพราะมีสามร้านใกล้บ้าน แต่ไปบ่อยร้านเดียวที่เส้นทางเดินรถสะดวกที่สุด Wholefoods เป็นร้านขายของประเภทออร์แกนิกและไม่ออร์แกนิก ซึ่งราคาค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เป็นร้านที่ได้รับความนิยมมากในรัฐนี้ มีของให้เลือกมากมาย สินค้าจากไร่ท้องถิ่นจะมีป้ายบอกรายละเอียดเป็นพิเศษว่า สตรอเบอร์รีจากไร่นี้ มีรูปชาวไร่หน้าตา ปลูกอยู่ห่างจากร้านนี้แค่ไม่กี่สิบไมล์ หากสินค้ามาจากรัฐใกล้เคียง ที่เรียกว่า New England ก็ยังนับว่าเป็นสินค้าท้องถิ่น (รัฐแมสซาชูเซตส์ถือเป็นรัฐเล็กถ้าเทียบกับขนาดของประเทศนี้) สินค้าที่ซื้อจากที่นี่ส่วนใหญ่เป็นของสด และขนมเล็กน้อย ของสดที่ซื้อก็จะมีผัก ผลไม้ ไข่ เนย นม โดยซื้อของออร์แกนิกประมาณ 90%
ร้านที่คนไทยขาดไม่ได้ คือ ร้านขายของเอเชีย เดินอยู่สองร้าน CMart (จีน) กับ HMart (เกาหลี) แต่เดิน CMart บ่อยกว่าเพราะเดินทางสะดวกกว่า จะไปซื้อผักคะน้า ไช้เท้า ผักชีแบบมีราก น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำพริก หมูสับ มาม่า ขนม ของไทยๆ มีบ้าง แต่จะไม่มีพวกเฉพาะ เช่น ใบตอง ถั่วเน่า ใบกะเพรา (มีแต่ใบโหระพา) ซึ่งของพวกนี้จริงๆ ในแมสซาชูเซตส์พอมีขายที่เมือง Lowell เป็นเมืองที่มีคนลาวและคนเขมรอาศัยอยู่มาก แต่ไม่เคยถ่อไปซื้อ
นอกจากนี้ ทุกวันศุกร์เสาร์ ช่วงกลางวันจะมีตลาดนัดชาวไร่ชาวสวนที่กลางใจเมืองบอสตัน ชื่อ Hay Market ขายผักผลไม้ ในราคาถูกมาก ถูกกว่าห้างประมาณครึ่งหนึ่ง บรรยากาศสนุกสนานเหมือนตลาดสดเมืองไทย สามารถต่อราคาได้เล็กน้อยไม่ให้น่าเกลียด แต่ถ้าไปตอนเย็นๆ พระอาทิตย์ใกล้จะตกพ่อค้าแทบจะแจกให้เลย ตลาดนัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง North End (Little Italy ของบอสตัน) หรือ Quincy Market, Faneuil Hall ตลาดเก่า
ไร่ Wilson Farm ตั้งอยู่ที่เมือง Lexington, MA สินค้าที่ขายในร้านนี้มีทั้งที่ปลูกเองและรับคนอื่นมาขาย วิลสันฟาร์ม ไม่ใช่ฟาร์มออร์แกนิก แต่ใช้ Integrated Pest Management (IPM) คือ ยังมีสารเคมีอยู่บ้าง เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ชอบไปเดินวิลสันฟาร์ม บรรยากาศเหมือนอยู่ในไร่ในสวนจริงๆ การจัดวางสินค้า ทำเลที่ตั้ง วิวของไร่ ไปเมื่อไหร่ก็รู้สึกดี แต่กระเป๋าแฟบเมื่อเดินออกมา มีความคิดว่าอยากจะเอาวิลสันฟาร์มไปตั้งไว้ที่กรุงเทพฯ ชาวไร่มาตั้งเพิงขายสินค้าของเขากันเอง http://www.wilsonfarm.com/howwegrow.html”
การเลือกซื้ออาหาร หีบห่อ ยี่ห้อผลิตภัณฑ์
“ไม่ค่อยติดยี่ห้อว่าต้องซื้อนมยี่ห้อนี้ เนยยี่ห้อนั้น ส่วนมากจะดูว่าออร์แกนิกไหม กินหมดไหม ด้วยความที่อยู่กันแค่สองคน ซื้อมากเกินไปก็กินไม่หมด ของสดเน่าเสียต้องทิ้ง ของสดที่นี่เน่าค่อนข้างเร็ว ถ้าเทียบกับเมืองไทย เคยคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเพราะอาหารไม่ได้ปลูกในเขตท้องถิ่น ของนำเข้าน่าจะเกินครึ่ง หรือต่อให้เป็นของในประเทศแต่ก็เดินทางไกล เช่น แคลิฟอร์เนียนั่งเครื่องบินก็ 56 ชั่วโมง กว่าจะถึงชั้นวางขาย กว่าจะถึงมือเรา กว่าจะทำกิน ถ้าซื้อของออร์แกนิกจะอยู่ได้นานหน่อย เคยคิดว่าของออร์แกนิกอยู่นาน เพราะเขาใส่สารเคมีหรือเปล่า แต่พอลองกินไปสักพักแล้วกลับไปลองกินของธรรมดา จะรู้เลยว่าของธรรมดาต่างหากที่มีกลิ่นสารเคมี
ลองปั่นน้ำแครอตกินดูจะได้กลิ่นชัดมาก ส่วนเรื่องราคาไม่ค่อยได้เปรียบเทียบ เพราะถ้าเปรียบเทียบร้านนี้ร้านนั้นแล้วต้องขับรถไปเพื่อไปซื้อไข่ที่ถูกกว่ากัน 50 เซนต์ ก็ไม่คุ้มค่าน้ำมัน ค่าเวลา หลักการซื้อของส่วนตัว คือไปให้น้อยร้านและทำกินให้หมด อย่าซื้อเยอะเกินไปแล้วต้องทิ้งเพราะมันเน่า ชีวิตแม่บ้านเมืองไทยที่สามารถเดินออกไปซื้อของหน้าปากซอยได้ทุกวันเป็นเรื่องที่น่าอิจฉามากๆ สำหรับชีวิตอเมริกันชน
สำหรับเรื่องหีบห่อไม่ค่อยสนใจ เพราะส่วนมากจะเอาไปรีไซเคิลหมด อาจจะมีสะดุดตากับงานออกแบบสวยๆ ใช้วัสดุธรรมชาติบ้าง แต่ก็ค้นพบว่ายิ่งพิถีพิถันกับหีบห่อมากเท่าไหร่ ราคาก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นของราคาไม่แพง
อีกทางเลือกหนึ่งตอนนี้ที่ทดลองทำอยู่ คือ ปลูกผักกินเอง ปีแรกผ่านไป ได้ผลผลิตถือว่าพอใช้ได้ คือ มีทั้งได้กินและไม่ได้กิน (ฮา) แต่อะไรที่ได้กินก็ภูมิใจว่าปลูกเองกับมือ ไม่ใช้สารเคมี มีกระต่าย กระรอก นก ช่วยกินบ้าง ทำลายบ้าง แบ่งๆ กันไป ผักที่ภูมิใจมากปลูกได้กินในปีนี้ ได้แก่ มะเขือเทศสามประเภท คะน้า เคล ใบบรอกโคลี (เพราะไม่ยอมออกดอกใส่ปุ๋ยผิด) สลัดร็อกเก็ต (Arugula) แครอต มะเขือเปราะ ผักกาด พริกหยวก ปีหน้าไม่แน่ใจว่าจะได้ปลูกเองอีกไหม แต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงลงกระเทียมไว้ ถ้าธรรมชาติใจดีคงจะได้มีกระเทียมกินฤดูร้อนปีหน้า”
ในถุงกับข้าววันนี้
“สัปดาห์นี้ไปมาสองร้าน คือ Wholefoods กับร้านจีน พอดีหมดเทศกาล Thanksgiving มีไก่งวงเหลือ ซื้อแครอต ต้นลีก ใบกระวาน มาทำน้ำสต๊อกไก่งวง (มีหัวหอมกับ Thyme อยู่แล้ว) ผักออร์แกนิก มะเขือเทศ ผักสลัด ผักกาด Romaine ปาปริก้าเหลือง (ซึ่งนำเข้าจาก Holland ราคาแพงมาก T_T) เอาไว้ทำสลัดมื้อกลางวันให้คุณผู้ชาย
ตั้งแต่ผลเลือดเขาบอกว่าคอเลสเตอรอลสูง แม้จะกินอาหารเหมือนกัน ด้วยพันธุกรรมแล้วครอบครัวเขามีประวัติ เลยทำสลัดให้เขากินเป็นมื้อกลางวันทุกวันแทน มีผลไม้กินเล่นเรื่อยเปื่อย ไข่ไก่ออร์แกนิก เนยทำจากถั่วเหลือง ขนมปัง นมอัลมอนด์กับกล้วยต้องมีติดบ้าน คุณผู้ชายแพ้แลคโตส กินนมวัวไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากกินนมถั่วเหลืองเพราะเอสโตรเจนสูง (กลัวมีหน้าอกอีก) เลยกินนมอัลมอนด์แทน ส่วนที่ร้านจีนซื้อยอดผักคะน้ากับส้ม ยังไงก็ชอบกินผักคะน้ามากกว่าเคลหรือบรอกโคลี รสชาติคุ้นลิ้นกว่า ตั้งแต่เด็กๆ ถ้าต้องกินผักใบเขียวขอเลือกกินคะน้าก่อนผักอื่น”
อาหารที่น่ากล่าวถึงใน Massachusetts
แมสซาชูเซตส์ เป็นรัฐที่คนอังกฤษ เรียกว่า Pilgirms ย้ายถิ่นฐานมาบุกเบิกเป็นถิ่นแรกๆ ชื่อเมือง ชื่อถนน หลายๆ ชื่อก็นำเอาชื่อจากบ้านเก่าเมืองเดิมมาใช้ เช่น Brighton, Plymouth, Gloucester บางชื่อจะมีการเติมคำนำหน้าลงไปเช่น New England, New Hamshire, New York อาหารก็จะดูธรรมดา ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ต้องมาลองกิน แต่ก็มีอาหารขึ้นชื่อหลายอย่าง เช่น New England Clam Chowder, Boston Baked Beans, Maine lobster แล้วก็เบียร์ Sam Adams
New England Clam Chowder เป็นซุปหอยครีมข้น มีส่วนผสมของมันฝรั่งเป็นหลัก ใส่หัวหอมและเซเลอรี่บ้าง เวลากินบางคนชอบใส่ Oyster Cracker เป็นอาหารที่หากินได้ทั่วไป โดยเฉพาะตาม Food Court สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ จริงๆ แล้วไม่ได้อร่อยมาก คนท้องถิ่นไม่ได้กินกันบ่อยๆ แต่ชื่ออาหารมีสถานที่กำกับ คนเลยอยากลองกินเวลามาถึงบอสตัน
Boston Baked Beans เป็นอาหารที่หากินไม่ได้แล้ว คุณผู้ชายบอกว่าตั้งแต่เกิดและโตในบอสตัน ยังไม่เคยกิน Boston Baked Beans เลย แต่มันเคยเป็นอาหารที่ฮิตปาก จนเป็นที่มาของชื่อเล่นของบอสตันว่า “Beantown” เคยเป็นที่นิยมฮิตเมื่อประมาณสองร้อยปีก่อน จากข้อมูลพบว่าชาวอเมริกันดั้งเดิม (อินเดียนแดง) กิน Baked Beans กัน พวกนักแสวงบุญที่ย้ายเข้ามาใหม่จึงลองทำกินมั่ง แต่ส่วนผสมที่ทำให้ Boston Baked Beans ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปคือ โมลาสสิส (Molasses) หรือน้ำเชื่อมประเภทหนึ่ง เจ้าน้ำเชื่อมนี้ได้จากกระบวนการผลิตเหล้ารัมในบอสตัน และเจ้าน้ำเชื่อมนี้เองที่ทำให้ Baked Beans ของบอสตัน ไม่ใช่ Baked Beans ธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็น Boston Baked Beans!!
เวลาแขกไปใครมา ถ้ามีเวลาอยากจะพาไปกินกุ้งมังกร (Lobster) ยิ่งช่วงอากาศอุ่นๆ ยิ่งเยอะ หากจะกินต้องขับรถขึ้นไปทางเหนือ ตามเมืองท่าหรือเมืองใกล้ๆ ถ้าคนไทยรู้ก่อนหน้าว่าจะไปกินกุ้งมังกร มักทำน้ำจิ้มซีฟู้ดไปด้วย กินแบบฝรั่งจะมีแค่เนยละลายให้จิ้มกิน (ลิ้นคนไทย ใครจะกินลง?) ถ้าไม่อยากออกนอกเมือง ช่วงหน้ากุ้งมังกรไปซื้อเอาตามซูเปอร์มาร์เก็ตได้ จะขายตามน้ำหนัก ซื้อกลับไปทำเองที่บ้านหรือให้ทางซูเปอร์มาร์เก็ตต้มให้ก็ได้ ช่วงปีที่ผ่านมา (2013) เป็นปีที่ราคากุ้งมังกรถูกมาก มีเหตุมาจากน้ำทะเลอุณหภูมิอุ่นขึ้น ปลาตัวใหญ่ที่เป็นผู้ล่าลดน้อยลง ทำให้ประชากรกุ้งมังกรมีเยอะเกินไป ต้องรอดูปีหน้าว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือแย่ลง
มาบอสตันต้องกินบอสตันเบียร์ ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ครบรสชาติ เบียร์ที่มีถิ่นกำเนิดในรัฐแมสซาชูเซตส์และท้องถิ่นใกล้เคียงมีเป็นสิบชนิด แต่ที่ได้รับความนิยมติดชาร์ตในตู้เย็น คือ Sam Adams และ Harpoon IPA







