
ความจริงและจินตนาการในโลกของภุชง
แวบแรกที่เห็นภาพต้นไม้เล็กๆ หลายต้นเรียงกันอยู่ในกรอบ ไม่สามารถที่จะละสายตาจากไปได้
โดย...เสน่ห์จันทน์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
แวบแรกที่เห็นภาพต้นไม้เล็กๆ หลายต้นเรียงกันอยู่ในกรอบ ไม่สามารถที่จะละสายตาจากไปได้ ไล่เรียงทีละต้นที่สีสันแต้มต่างกันออกไป จากต้นแรกจนถึงต้นสุดท้าย ทั้งๆ ที่เป็นภาพเดียวกัน ทว่ารายละเอียดที่ทำให้หัวใจรู้สึกพองโตนั้นไม่อาจมองได้เพียงภาพรวมจริงๆ กำลังลุ่มหลงไปกับความงามของต้นไม้น้อย มารู้ตัวอีกทีก็นำพาตัวเองเข้ามาสู่ “โลกของภุชง” ซะแล้ว
โลกที่มองไปดูมุมไหนก็พาให้หัวใจชุ่มชื่นไปเสียหมด โทนสีพาสเทลอ่อนหวานละมุนที่เด่นชัดเกือบทุกรูปที่แขวนบนผนัง ไม่ทำความรู้จักโลกใบนี้ไม่ได้แล้ว... “ณรงค์ นาคา” คือเจ้าของและผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ “โลกของภุชง” ที่เจ้าตัวนำบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยในชีวิตจริงมาผนึกกับโลกแห่งจินตนาการ ทำให้โลกที่น่าอยู่อยู่แล้วยิ่งน่าอยู่มากขึ้น
“ภุชง คือชื่อเล่นผม โลกนี้ก็เป็นโลกของภุชง นำเสนอเรื่องราวที่อยู่รอบๆ ตัว ที่บ้านผมมีต้นไม้ มีนกมากินผลไม้ เป็นผลพลอยได้จากพ่อแม่ปลูกกันมา คอนเซปต์ของนิทรรศการสร้างเรื่องจากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว และผมได้ไปอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เป็นป่าจริงๆ เห็นความอุดมสมบูรณ์ ชีวิตที่ใช้ปกติธรรมดา ไม่มีการปรุงแต่ง มีสัตว์ มีต้นไม้ เราได้เห็นพวกนั้นมันมีอยู่ก่อนแล้ว และใหญ่โตมโหฬารมาก เราตัวเล็กนิดเดียวเอง ยิ่งเปรียบเทียบเหมือนเรากับสังคม เราก็มนุษย์เล็กจิบจ้อย แต่เรามีโอกาสได้ชื่นชมได้เห็นความรู้สึกของโลกใบนี้ ในป่าก็เหมือนผมได้ย้อนกลับไปในที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำประปา ก็ได้ความสด ได้เรื่องไอเดียนั้นมา ผมกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ก็มีต้นไม้ มองออกมาจากห้องก็เขาเด่นเป็นสง่า เราไม่ต้องไปไหนก็ได้ ตรงที่เราอยู่ก็มีต้นไม้อยู่กับเราตลอด อย่างภาพ เชอรี่กับโมก บ้านผมก็มีแบบนั้นจริงๆ”
นิทรรศการ “โลกของภุชง” นำเสนอผลงานจิตรกรรมผสมผสานกับเทคนิคงานวาดเส้นและกระบวนการขูดขีดเพื่อสร้างร่องรอยบนผิวภาพ โดยใช้รูปทรงของต้นไม้ ดอกไม้ พระอาทิตย์ ดวงจันทร์ และรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ เป็นตัวแทนของแนวความคิดเกี่ยวกับความงดงามของสิ่งแวดล้อมรอบตัวในชีวิตและธรรมชาติที่มีบทบาทต่อความรู้สึกของศิลปิน
“ผมใช้เทคนิคสีอะครีลิกสีทองเดินเส้น เพราะสีทองถือว่าเป็นสีที่มีคุณค่า และแทนถึงความอุดมสมบูรณ์มั่งคั่ง สุขสดใส ส่วนสีออยพาสเทล ก็คือสีเทียน ผมใช้สีนี้เพราะเรารู้สึกว่าเราได้กลับไปช่วงเวลาหนึ่ง สมัยเด็กที่มักใช้สีนี้ ด้วยเทคนิคแบบนี้ทำให้รูปทรงไม่เหมือนจริงซะทีเดียว คลี่คลายเบาๆ ดูสบาย อารมณ์สนุก หลังจากนั้นเดินเส้นด้วยสีทองเหมือนการตัดเส้น เป็นการเน้นเข้าไปว่า ตรงนี้มันมีคุณค่า และงานมองดูก็มีมิติในแต่ละมุม ส่วนในงานที่มีรายละเอียดเล็กๆ เพราะจริงๆ แล้วในต้นไม้ต้นหนึ่งมีใบเยอะ ในต้นไม้ต้นหนึ่งจะมีแมลงกี่พันตัว ที่เราคิดว่าเรายืนมองเขาอยู่ เรากลับกลายเป็นเป้าที่ถูกมองโดยไม่รู้ตัว ผมคิดว่าการแต้มจุดเล็กๆ มันบอกว่ามีอะไรอีกเยอะแยะในสิ่งที่เรามองข้ามไป
นอกจากต้นไม้แล้ว ในงานของผมมีพระอาทิตย์และพระจันทร์อยู่ในทุกผลงาน พระอาทิตย์ พระจันทร์ ก็เป็นเรื่องไทม์มิ่ง อย่างบางภาพพระอาทิตย์อยู่ด้านล่างมุมซ้าย เป็นตัวแทนว่าพระอาทิตย์กำลังขึ้น พระอาทิตย์ตรงกลางก็เที่ยงวัน เป็นวงเวียนของเวลา และก็สื่อลึกๆ อีกอย่างว่าพระอาทิตย์ถือเป็นต้นกำเนิดของโลกเรา พลังงานก็ได้มาจากพระอาทิตย์ ก็ได้แนวความคิดนี้มาผสมผสานเป็นตัวละครอีกตัวในงานของผม พระจันทร์ก็เป็นตัวแทนมาจากโลกของเรา สื่อถึงช่วงเวลาที่เป็นกลางคืน และพระจันทร์มีเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีไหว้พระจันทร์ มีเรื่องเล่าเป็นตำนาน อย่างเรื่องความเสียสละของกระต่าย กระต่ายอยู่ในดวงจันทร์ ผมก็เหมือนคนเฝ้ามองดูกระต่าย เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของกระต่ายในพระจันทร์”
ศิลปินต้องการให้ธรรมชาติสื่อสารกับผู้ชมง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูแล้วชอบ ดูแล้วมีความสุข ดูแล้วเกิดจินตนาการ “ผมบอกถึงเรื่องในสิ่งปกติที่เป็นอยู่ มีฝนตก มีอากาศที่เย็นสบาย ความเป็นธรรมชาติ ณ ปัจจุบันที่โลกเราเห็นตอนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก ณ พื้นที่ที่ผมอยู่ก็ไม่ได้สวยหรอก แต่ผมก็พยายามทำให้พื้นที่เล็กๆ ใบเดิมใบเก่า พยายามรักษาความเป็นปกติของโลกใบนี้ ใช้ทุกอย่างที่ผมมองเห็นอยู่เป็นตัวเล่าเรื่อง ซึ่งผมมองยังไง ดูยังไงก็แฮปปี้”
โลกของภุชง ไม่ใช่ของภุชงคนเดียวอีกต่อไป เพราะศิลปินตั้งใจนำโลกของเขามาให้ผู้ชมได้ชื่นชมและเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนสามารถมีโลกของตัวเองที่สวยงามได้ สิ่งที่อยู่รอบตัวเราสรรค์สร้างให้มันดี มีความสุขอยู่กับมัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีความสวยงามในตัวของมันเอง
นิทรรศการ “โลกของภุชง” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้-20 ธ.ค. 2556 ณ ดีโอบี หัวลำโพงแกลเลอรี เปิดให้ชมในวันอังคารเสาร์ เวลา 10.30-19.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 10.30-17.30 น.







