
ลายผ้าน่าออนซอน
คนอีสานถ้าพูดว่า “ออนซอน” (จะออนซอนหลาย หรือออนซอนอีหลี) ก็ล้วนแต่บ่งชี้ว่ามันย่อมไม่ธรรมดา ต้องมีความพิเศษจริงๆ จึงถือเป็นวาระการใช้คำนี้
โดย...อาร์ตมาเนีย / ภาพ โจ เกียรติอาจิณจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม
คนอีสานถ้าพูดว่า “ออนซอน” (จะออนซอนหลาย หรือออนซอนอีหลี) ก็ล้วนแต่บ่งชี้ว่ามันย่อมไม่ธรรมดา ต้องมีความพิเศษจริงๆ จึงถือเป็นวาระการใช้คำนี้
ซาบซึ้ง ปลื้มปริ่ม ตรึงตรา นั่นละคือความหมายของออนซอน แล้วเราก็ขอเอ่ยว่าออนซอนกับนิทรรศการลายผ้าอีสาน หนึ่งโปรเจกต์ที่จะร่วมจัดแสดง ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
งานนี้จับรุ่นใหญ่ ศิลปินชาวบ้าน ช่างทอผ้าผู้ช่ำชอง โคจรมาเจอกับรุ่นใหม่ น้องๆ นักศึกษา จาก 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งฉายแววศิลปินและนักออกแบบน่าจับตา แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างรุ่นคลุกคลีตีโมงกับวิถีแห่งผ้า ตั้งแต่ฉากแรกจนถึงฉากสุดท้าย จนกลายเป็นผืนผ้าที่เด่นด้วยลวดลายอันมีเอกลักษณ์
แรงบันดาลใจของน้องๆ แต่ละทีม มีที่มาที่ไปต่างกัน บางทีมนำความประทับใจ เขาใหญ่ ที่ตัวเองเคยสัมผัสมาต่อยอดออกแบบ ใส่ลงไปบนผืนผ้าด้วยเทคนิคที่ซับซ้อน เพื่อให้เกิดมิติความงาม แตกต่างและแปลกใหม่ ยิ่งเฉพาะสีสันที่ปรากฏนั้น เรียกว่าสะดุดใจอย่างมาก บางรายก็อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนประเพณี วัฒนธรรมอีสาน แฝงเร้นเข้ามาในงานออกแบบลาย เช่นว่า ไข่มดแดง กระดองเต่า แม่น้ำโขง
“อลีนา อิทธิไพศาล” กับ “เจนจิรา เหลืองวัฒนะ” เจ้าของผลงาน “ผูกสายน้ำ” ชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่นำมาซึ่งลวดลายนั้นว่ามาจากน้ำครามในอ่างสำหรับใช้ย้อมผ้าฝ้ายที่ผสมกันระหว่างผงครามกับน้ำปูนขาว
เจนจิรา : “มัดลายจะยากมากค่ะ ปกติมัดหมี่จะมัดหัวเดียว แต่การทำผ้าผืนนี้ ต้องมัดทุกหัว แล้วมัดต่างกันทุกหัว เพื่อให้เกิดลายที่ไม่ซ้ำกัน กว่าจะได้ก็ใช้เวลานานค่ะ ความพิเศษของมันคือจะเป็นผ้าย้อมครามที่ผสมผสานทั้งความเป็นคนเมืองและความเป็นท้องถิ่นอีสาน รวมไว้ในผ้าผืนเดียวกัน”
อลีนา : “ลายผ้าค่อนข้างจะกระจัดกระจายค่ะ จะเห็นว่ามีความไม่เป็นระเบียบอยู่เยอะทีเดียว ความไม่ลงตัวที่เกิดจากความตั้งใจ มันเลยเหมือนเป็นการสะท้อนภาพความเป็นคนเมืองแบบพวกเรา ที่มีความไม่เป็นระเบียบ ส่วนความเป็นท้องถิ่น คือการใช้สีคราม ย้อมแบบดั้งเดิม ได้สีธรรมชาติ เป็นความงามแบบธรรมชาติ”
ตามความหมายเชิงสัญญะ ผลงาน “ผูกสายน้ำ” ของอลีนากับเจนจิรา จึงเป็นภาพสะท้อนถึงจุดเชื่อมแห่งความสัมพันธ์ต่างรุ่นต่างวัย ฝั่งหนึ่งเด็กมหาวิทยาลัยที่ชีวิตในกรุงเทพฯ อีกฟากช่างทอผ้าแห่งศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม ที่แม้จะไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน แต่ทั้งหมดก็ร่วมแรงแข็งขันในการสร้างสรรค์ผลงานผ่านการออกแบบลายผ้าอันน่าออนซอนหลายๆ ได้อย่างน่าชื่นชม
นอกเหนือจากลายผ้าจากฝีมือการออกแบบของอลีนากับเจนจิราแล้ว ยังมีอีกหลายผลงานที่ชวนให้ออนซอนหลายอีกมาก อาทิ ผ้าไหมลายหางกระรอก ผลงานโดยสองนักออกแบบ “ศุภฤกษ์ ม่วงทับ” กับ “กมลชนก แสนโสภา” สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่นำลัทธิ Op Art มาประยุกต์รวมเข้ากับการทอผ้าโบราณ เกิดเป็นผืนผ้าที่มีมิติลวงตาซ่อนอยู่
หนึ่งผลงานที่สื่อถึงความสุภาพ สงบนิ่ง ทว่ามีความสง่างดงาม สมกับเป็นผ้าไหมลูกแก้วล้ำค่า ในชื่อ Drop in the Ocean จากการสร้างสรรค์ของนักออกแบบ ภาควิชาศิลปะอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง “ณัฐนันท์ บุญสิทธิ์” กับ “จินตวัฒน์ นาคพันธ์”
ตัวแทนจากแดนอีสานก็ไม่น้อยหน้า ผลงานที่สร้างออนซอน ได้แก่ “ลายบารายน้ำใจแวง” โดยนักออกแบบภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม “ศศิพงษ์ บันรัมย์” กับ “มยุรภรณ์ โตยิ่ง” นำชื่อหนองน้ำ หรือบาราย “แวง” มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ผสานกับลวดลายผ้าซิ่นตีนแดง อันเป็นศิลปะเอกอุของชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ จนกลายเป็นลายผ้าประยุกต์ที่แลดูทันสมัย
นิทรรศการ “ออนซอนหลาย ลายผ้าอีสาน” จัดแสดงระหว่างวันที่ 14 ธ.ค. 2556 จนถึงวันที่ 12 ม.ค. 2557 สอบถามการเข้าชม โทร. 02-762-2566, 085-660-7336, 04-437-3116 www.jimthompsonfarm.com<http://www.jimthompsonfarm.com/>
&<2288;







