
ปั่นสุขสม รับลมหนาว
ปลายฝนต้นหนาว อากาศเริ่มเย็น บวกกับช่วงใกล้สิ้นปีไฮซีซั่น ใครหลายคนคงวางแผนเที่ยวต่างจังหวัด
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์ / ดร.ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม (ไซคลิงพลัส ไทยแลนด์)
ปลายฝนต้นหนาว อากาศเริ่มเย็น บวกกับช่วงใกล้สิ้นปีไฮซีซั่น ใครหลายคนคงวางแผนเที่ยวต่างจังหวัด หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงมุ่งสู่ธรรมชาติอันบริสุทธิ์สดชื่น แวดวงคนปั่นจักรยานก็คึกคักไม่แพ้กัน ต่างจัดกิจกรรมทัวร์สองล้อ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ จุดหมายปลายทางของแต่ละคนล้วนน่าสนใจแทบทั้งสิ้น
ล่าสุด กิจกรรม “Singha Park Touring Bike Fest 2013” ณ สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ด้วยการเปิดเส้นทางจักรยานที่สวยที่สุดในเมืองเชียงราย ท่ามกลางภูมิประเทศสวยสดงดงาม สงบเงียบ และป่าเขาลำเนาไพรอันอุดมสมบูรณ์
เส้นทางแรก (City Tour) สตาร์ตจากสิงห์ปาร์คอนุเสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายวัดร่องขุ่น รวมระยะทาง 40 กิโลเมตร ถือว่าเป็นทริปไม่หนักหนาสาหัสสำหรับมือสมัครเล่น ทุกคนจะได้สัมผัสกับความรุ่มรวยของศิลปวัฒนธรรมอันวิจิตร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอย่างอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงราย รวมถึงหอนาฬิกากลางเมือง
ที่พลาดไม่ได้ คือ วัดร่องขุ่น อันโดดเด่นตระการตา ฝีมือการออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ แวะถ่ายรูป กราบไหว้ เที่ยวชมวัดสีขาวบริสุทธิ์ เปล่งประกายเจิดจ้าของความงามและขรึมขลังมลังเมลือง
เส้นทางที่สอง สิงห์ปาร์คน้ำตกขุนกรณ์ 36 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักปั่นสายชิลชิลที่ต้องการชื่นชมธรรมชาติของน้ำตกบนเทือกเขาดอยช้าง ในหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติลำน้ำกกที่ 1 หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำตกตาดหมาก” สูงและสวยสุดๆ สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่เรียงรายทอดยาว
เส้นทางสุดท้าย นั่นคือ เส้นทางธรรมชาติลำน้ำกก เริ่มจากสิงห์ปาร์คลำน้ำกกปางช้างหมู่บ้านกะเหรี่ยง รวมทั้งสิ้น 72 กิโลเมตร นับว่าโหดไม่ใช่เล่น มีทั้งทางเรียบ ทางดินแดงขรุขระ และทางขึ้นเขาลาดชัน นักปั่นจะเลาะเลียบแม่น้ำสายหลักของเมืองเชียงรายที่ทอดยาวคดเคี้ยวไปตามเนินเขา สลับหมู่บ้านชนบท ขึ้นสุดลงสุด สนุกสุดมัน ท่ามกลางอากาศเย็นเยือกจากไพรลึกดงเถื่อนเขียวขจี
จุดชมวิวที่ร่ำลือกันว่ามาถึงแล้วหายเหนื่อย หนีไม่พ้นบ่อน้ำพุร้อนผาประเสริฐ มีบ่อน้ำแร่ให้นอนแช่ผ่อนคลาย ต้มไข่กินก็ย่อมได้ สะพานแขวนอาแหล่จะ สะพานไม้โบราณที่ชาวกะเหรี่ยงใช้สัญจรเชื่อมไปสู่หมู่บ้านกลางดง มีปางช้าง มีร้านรวงขายผักปลาอาหาร และสินค้าพื้นเมืองโดยพี่น้องชาวม้ง เย้า อาข่า ลีซอ
มีเสียงจากนักปั่นหนุ่มคนดัง ดร.ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม แนะนำว่าเส้นทางปั่นสวยๆ ที่น่าลิ้มลองในฤดูหนาวมาเยือน ต้องดอยม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่
“เริ่มจากเมืองเชียงใหม่จนถึงยอดดอยม่อนแจ่ม ระยะทางไม่เกิน 50 กิโลเมตร หน้าหนาวควรออกแต่เช้าตรู่ เราจะได้เห็นไอหมอก ได้สูดอากาศเย็นสดชื่นอย่างเต็มปอด ถนนลาดยางเรียบครับ รถวิ่งน้อย สองข้างทางเป็นป่าดิบๆ อาจมีทางขึ้นเขาสูงชันสลับกันบ้าง แต่ไม่ยากมาก
ความพิเศษอยู่ตรงทันทีที่ถึงยอด ถ้าเป็นเวลาโรงเรียนเลิก จะมีเด็กๆ ชาวเขาเข้ามาต้อนรับ ถ่ายรูปเล่นเป็นที่ระลึก มีเพิงขายอาหารพื้นบ้านที่หาทานที่ไหนไม่ได้ อร่อยมาก วิวก็สวยระดับเวิลด์คลาส เพราะสามารถมองเห็นได้ 360 องศาเลย”
ขณะที่ เชาวลิต อินทร์จันทร์ นักปั่นอีกราย ก็ชักชวนให้ลองมาปั่นเส้นลำปางเชียงใหม่ ระยะทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร
“ผมกับเพื่อนใช้เวลาสองวัน เริ่มปั่นจากตัวเมืองลำปาง วิ่งทางพื้นเรียบสลับขึ้นเขา แวะไปนอนโฮมสเตย์ที่หมู่บ้านป่าเมี่ยง อากาศหนาวจัด แล้วไปเที่ยวต่อที่น้ำตกแจ้ซ้อน หมู่บ้านแม่กำปอง ชิมกาแฟสดๆ บนดอย มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากครับ ปั่นเรื่อยๆ ชิลชิล ไม่แข่งกับเวลา เหนื่อยก็พัก เห็นวิวสวยๆ ก็ลงไปชื่นชม แล้วก่อนจะเข้า อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ก็จอดลงไปแช่น้ำพุร้อนเสียหน่อย ก็จะจบทริปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ”
ภาคเหนือยังมีเส้นทางน่าสนใจอีก เช่น ปัวดอยภูคาบ่อเกลือเฉลิมพระเกียรติทุ่งช้าง จ.น่าน ระยะทางในการปั่น 231 กิโลเมตร ผู้รู้บอกว่าต้องใช้เวลาถึง 4 วัน เพราะเป็นทางขึ้นเขาลงเขา ค่อนข้างยากลำบาก แต่คลาสสิกที่สุด สวยที่สุด มีบ่อเกลือสินเธาว์บนภูเขา มีนาขั้นบันได อีกหนึ่งเส้นทาง คือ ภูทับเบิกภูหินร่องกล้านครไทย จ.เพชรบูรณ์ ไม่ยากสำหรับนักปั่นทั่วไป แหล่งท่องเที่ยวรายทางก็ลานหินปุ่ม ลานหินแตก จุดชมวิวบนยอดภูทับเบิก ตลาดชาวม้ง และสวนสตรอเบอร์รี
แถบถิ่นแดนดินอีสาน ละแวกริมฝั่งโขง อย่างเช่น อ.เชียงคาน จ.เลย ก็ดูเหมือนจะเป็นหมุดหมายในใจของนักปั่นหนุ่มสาว ด้วยโดดเด่นในความเป็นเมืองเล็กๆ บ้านช่องห้องหับงามเก่าแก่ มีถนนริมน้ำโขงให้รับลมเย็นรื่น
เช่นเดียวกับเส้นโขงเจียม จ.อุบลราชธานีอ.สังคม จ.หนองคาย เลียบริมแม่น้ำโขง ระยะทางยาวไกล 732 กิโลเมตร ใช้เวลาปั่นนานถึงหนึ่งสัปดาห์ ถือว่ายอดนิยม เพราะทิวทัศน์สวย ปั่นง่าย มีจุดพักถ่ายรูปสวยๆ อย่างผาแต้ม ผาชะนะได สามพันโบก ตลาดอินโดจีน วัดพระธาตุพนม หาที่พักไม่ยาก เพราะผ่านหลายเมือง
สำหรับชาวจักรยานเมืองกรุงที่ไม่อยากไปไกลๆ พัสกร ปลอดโปร่ง นักเขียนประจำกองบรรณาธิการนิตยสารไซคลิงพลัส ไทยแลนด์ บอกว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
“เดินทางสะดวก ไปได้สองทาง หนึ่ง จากปราจีนบุรีแล้วขึ้นไปถึงหลักกิโลเมตรที่ 0 บนเขาใหญ่ ไม่เกิน 2 ชั่วโมง อีกเส้นทางที่ผมชอบ คือ แบกจักรยานขึ้นรถไฟลงสถานีนครนายก แล้วปั่นจากตัวเมืองวิ่งทางเรียบไปประมาณ 20 กิโลเมตร พอขึ้นด่านเขาใหญ่ก็จะพบความท้าทาย นั่นคือทางขึ้นเขาสูงชัน คนต้องพร้อม รถต้องพร้อม ระหว่างทางก็แวดล้อมด้วยป่าเขา ธรรมชาติบริสุทธิ์ แวะพักน้ำตกเหวสุวัต ปลายทางอาจจะไปกางเต็นท์ที่ลำตะคอง ยิ่งหน้าหนาว ปั่นสบายครับ เหนื่อยแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย”
ฝั่งตะวันออกมีแหล่งท่องเที่ยวปั่นจักรยานที่มีชื่อเสียง เขาอีโต้ จ.ปราจีนบุรี เหมาะกับขาลุยอย่างกลุ่มเมาท์เทนไบค์ หรือดาวน์ฮิลล์ ได้อารมณ์โหดๆ มันๆ สะใจ
หรืออยากล่องใต้ก็ตามใจฉัน ขอแนะนำเส้นทางบางตะบูนแหลมผักเบี้ยหัวหินปราณบุรีชุมพร เส้นนี้เอาใจคนรักทะเล เพราะปั่นเลียบขอบชายฝั่งทะเลไปตลอด สลับป่าชายเลน หาดทราย ทุ่งหญ้า ป่ามะพร้าว ทีเด็ดคืออาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ ริมทาง
“เส้นทางแถวปักษ์ใต้ในความทรงจำของผม คือ ระนองกระบี่พังงาภูเก็ต ทางเรียบๆ สลับเนินเขาเตี้ยๆ คดเคี้ยว สองข้างทางมีแต่ต้นยาง อากาศจะเย็นๆ ชื้นๆ จุดแวะเที่ยวมีเยอะ เช่น หมู่บ้านน้ำเค็ม คลองท่อม หาดเขาหลัก น้ำตก ภูเขา ทะเลครบครัน” พัสกร เล่าด้วยน้ำเสียงแช่มชื่น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยวคร่าวๆ จากคำแนะนำของเหล่าคนรักจักรยาน หวังว่าฤดูหนาวนี้ ทุกคนจะขับขี่อย่างสนุกสนาน และถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ







