posttoday
โดดเดี่ยว (ไม่) เดียวดาย

โดดเดี่ยว (ไม่) เดียวดาย

07 พฤศจิกายน 2556

นี่คือหนังของ “ซานดร้า บูลล็อก”

โดย...นายหนัง

นี่คือหนังของ “ซานดร้า บูลล็อก”

ซานดร้าเป็นนางเอก แต่มากกว่านั้น เธอคือคนที่แบกหนังไว้ทั้งเรื่อง ขณะที่ “จอร์จ คลูนีย์” ก็เป็นแค่ผู้ช่วย (ซานดร้า) ให้หนังมีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อและดูเวิ่นเว้อเกินไป (บางฉากก็น่าเบื่อและเวิ่นเว้ออยู่ไม่น้อย)

ไม่แปลก ถ้าปลายปีนี้ ซานดร้าจะมีชื่อเข้าชิงสถาบันต่างๆ ในสาขานักแสดงนำหญิง แน่นอน ปลายทางของเธอคือออสการ์ จะชนะหรือไม่ ต้องรอลุ้น ส่วนจอร์จก็มีสิทธิ ถ้าเกิดว่ากรรมการมองเห็นพลังการแสดงที่แม้ไม่มาก แต่ก็สะดุดใจ

บทบาท ดร.ไรอัน ที่ซานดร้าได้รับ คือแรงดึงดูดให้เรา (ทน) นั่งดูหนังจนจบ คำตอบสุดท้ายของหนังนำมาซึ่งความกระจ่างและความสว่างวาบ เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด ไม่ว่าคุณจะตกอยู่สถานการณ์ใด เล็กหรือใหญ่ คำว่าสตินั้นสำคัญแท้

เช่นเดียวกับความพยายามที่จะพาตัวเองรอดชีวิตของ ดร.ไรอัน กับคู่หู “แมตต์” หลังเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นระหว่างทั้งคู่ปฏิบัติภารกิจซ่อมดาวเทียม จนต้องลอยเคว้งอยู่บนห้วงอวกาศนานสองนาน หนังสะท้อนถึงการเอาตัวรอดภายใต้กรอบความหวังที่กำลังริบหรี่

ไม่เพียงสติที่นำพาให้ความเลวร้ายหลุดพ้นไปได้ คู่หูก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อน คู่หูที่ดีย่อมไม่ทิ้งกัน แม้จะต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย หรือต้องเดิมพันด้วยชีวิต กำลังใจจากคู่หูที่ดี (ขอย้ำว่าต้องเป็นคู่หูที่ดี) คือพลัง

ฉากหนึ่งที่ ดร.ไรอัน กับแมตต์พยายามจะสัมผัสมือกัน มันสื่อถึงอะไรได้มากมาย อาจจะมากกว่าการตะโกนแหกปากก้อง ขณะอาการจิตหลุดหลอนเล่นงานเสียด้วยซ้ำ แต่ทำไมเราถึงรู้สึกได้กับฉากนี้ (จะมองว่าเป็นความโรแมนติกก็ได้นะ)

โดดเดี่ยว (ไม่) เดียวดาย

 

บางทีความโดดเดี่ยวบนห้วงอวกาศ อันเต็มไปด้วยความหวังริบหรี่ แค่มีใครบางคนอยู่ข้างๆ แม้ว่าเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็ยังดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับความเลวร้ายตามลำพัง จากความโดดเดี่ยวก็จะกลายเป็นความอุ่นใจ (ได้เปลาะหนึ่ง) ว่ายังไงก็ไม่เดียวดายเกินไปนักที่จะเอาชีวิตให้รอด

ฉะนั้น บทบาทแมตต์ที่จอร์จนำแสดง มีส่วนผลักดันให้หนังดรามา ไซไฟเรื่องนี้ แฝงไว้ด้วยหลายๆ ประเด็น แรงปะทะของแรงโน้มถ่วง (ตามชื่อหนัง) ที่แมตต์และ ดร.ไรอัน ประสบ จึงเป็นการเชื่อมโยงและเปรียบเปรยถึงชีวิตคนเราได้อย่างคมคาย โดยจำลองสถานการณ์ให้คนที่กำลังตกอับอยู่ในพื้นที่จำกัดต้องดิ้นรนต่อสู้กับสภาพแวดล้อมภายนอกไม่พอ ยังต้องต่อสู้กับหัวใจตัวเอง

คนที่เคยผ่านอะไรมาหนักหน่วง ล้มลุกคลุกคลาน เข้าขั้นเจียนตายก็ (อาจ) มี แต่ทำไมหลายคนสามารถลุกขึ้นมายืนต่อได้ ก็เพราะสติ (มิใช่หรือ) ก็เพราะกำลังใจ (ใช่ไหมหนอ)

แน่นอน Gravity คงไม่ใช่ความบันเทิงจ๋าที่มุ่งขายฉากระเบิดตูมตาม ฉากยานอวกาศแหลกสลายกลางเวหา หรือฉากยิงถล่มด้วยอาวุธไฮเทค (ซึ่งงานวิชวลเอฟเฟกต์ หนังก็ทำได้เยี่ยมมากๆ รวมทั้งงานด้านภาพและการตัดต่อก็ตระการตา) แต่เชื่อเถอะว่า (ดูเหมือน) ในความไม่มีอะไรในหนังเรื่องนี้ ก็อาจทำให้คนดูซาบซึ้งจนน้ำตาซึมได้ พลันเมื่อหนังจบและตัวละครถูกปลดล็อก จินตนาการของคุณก็จะกลับเข้าสู่โหมดอินและชอบทันควัน

ผู้กำกับชาวเม็กซิกัน อัลฟองโซ คัวรอง ทำหนังมาไม่เยอะ แต่ก็มีหลายเรื่องที่น่าดู อาทิ Great Expectations ปี 1998 Y Tu Mam Tambin ปี 2001 (ชิงออสการ์ บทดั้งเดิม) Children of Men ปี 2006 (ชิงออสการ์ บทดัดแปลงและตัดต่อ)

ถ้าซานดร้าได้ออสการ์จากหนังเรื่องนี้ เธอจะคว้าออสการ์ตัวที่ 2 หลังเคยชนะมาแล้วปี 2010 จาก The Blind Side ขณะที่จอร์จก็เคยคว้าออสการ์ นักแสดงสมทบชาย ปี 2006 จาก Syriana และทำสถิติเข้าชิงนักแสดงนำชายถึง 3 ครั้ง The Descendants ปี 2012 Up in the Air ปี 2010 Michael Clayton ปี 2008

เว็บไซต์ imdb.com ยกให้เป็นหนังน่าดูอันดับ 48 จากตาราง 250 เรื่อง ส่วนเว็บไซต์ rottentomatoes.com ให้คะแนนวิจารณ์สูงถึง 9.1 จาก 10 คะแนนเต็ม

โดดเดี่ยว (ไม่) เดียวดาย

Gravity

ประเภท ดรามา/ไซไฟ

ประเทศ สหรัฐอเมริกา

ภาษา อังกฤษ

เรตติ้ง ท (เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป)

ความยาว 91 นาที

กำกับ อัลฟองโซ คัวรอง

แสดงนำ ซานดร้า บูลล็อก/จอร์จ คลูนีย์/เอ็ด แอร์ริส

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่