
หนีเที่ยว (อย่า) เบี้ยวงาน
โดย...คนบ้างาน
โดย...คนบ้างาน
กางตารางวันหยุดพักร้อนออกมาดู โอ้โห!!! เหลือวันหยุดพักร้อนอีกบาน ยังงี้ต้องลาออก อุย!!! ไม่ใช่ ยังไม่ลาออกหรอก เพราะยังไม่ได้โบนัส (อิอิ) ยังงี้มันต้องยืนใบลาพักร้อนให้หนำใจ สิทธิของคุณพึงกระทำได้ จงกระทำ อย่าปล่อยให้มันสลายกลายเป็นธาตุอากาศ ปีที่แล้ว 7 วัน ปีนี้ขอ 10 วัน (เบาๆ) ละกัน ลาพักร้อนไปไหน ใครๆ ก็ถาม แต่ตัวเองมีคำตอบในหัวแล้ว ปลายทางอยู่กรุงเทพฯ นี่แหละ (555) เที่ยวรอบกรุงไง เก๋จะตาย ว่าแต่จะลาพักร้อนยาวเยี่ยงนี้เคลียร์งานหมดหรือยัง ถ้ายัง รีบเคลียร์ซะ จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ใช่หนีเที่ยวแล้ว เบี้ยวงานที่จะส่ง
ควรแบ็กอัพข้อมูลไว้
ถ้ายืนยันว่าเคลียร์งานหมดจดจนหยดสุดท้าย ไม่ค้างเหลืองานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ การพักร้อนหนีไปเที่ยวคงไม่มีใครครหา แต่เรื่องของเรื่อง มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ ปัญหาที่เจอบ่อยๆ คืองานที่เคลียร์ไว้ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ยกตัวอย่างใกล้ๆ ตัว ต้นฉบับบทความ ส่งไว้ในระบบ กลับล่องหนหายไปไหนไม่รู้ ในระบบไม่เจอ ตายละหว่า จะว่ามีมือดีเผลอลบ หรือเพื่อนหมั่นไส้แกล้งเข้าให้ กระทั่งระบบคอมพิวเตอร์เกิดอาการเป๋ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ทางที่ดีควรแบ็กอัพข้อมูลไว้อีกชุด หรือจะมากกว่านั้นก็ย่อมได้ กันหาย หาไม่เจอในระบบ ก็ยังมีในไฟล์แบ็กอัพ ทำแบบนี้ไว้ จะได้ไม่เป็นภาระของเพื่อนๆ และหัวหน้า ที่ยังต้องทำงานขณะที่คุณลาพักร้อน ทำแบบนี้ได้ สบายตัว สบายใจ ทั้งสองฝ่าย
รับโทรศัพท์หน่อยก็ได้
ใช่!!! พักร้อน คือการหยุดทำงาน คือการเป็นอิสระจากออฟฟิศ จะทำอะไร ยังไง เที่ยวที่ไหนก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ ยิ่งถ้ามั่นใจว่าปิดจ๊อบครบ ก็ยิ่งจะสามารถลั่นล้าได้ตามอัธยาศัย บางคราก็อยากปิดโลกการสื่อสารไปเลย ไม่อยากรับรู้ มือถือเครื่องโปรด ขอเว้นระยะพักใจ “โทรหาแหน่เด้อ” เสียงเว้าวอนนี้คงไร้ประโยชน์ เพราะฉันจะไม่โทรหาใคร “โทรมาทำไม” เบอร์ออฟฟิศ ไม่รีบรับสาย ปล่อยให้เสียงดับไปเอง (ดีกว่า) หนักข้อก็ปิดเครื่องหนี เหอะๆๆๆ เว้ากันซื่อๆ คงไม่มีใครจะกล้ารบกวนการลาพักร้อนของคุณแน่ๆ ตราบใดที่ไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย สายเรียกเข้านั้นโชว์เบอร์หราว่ามาจากออฟฟิศ โปรดรับสายสักนิด อาจเป็นเรื่องงาน เพื่อนๆ และหัวหน้า กำลังรอคำตอบอยู่ว่า หางานไม่เจอ เซฟไว้ที่ไหน
ตอบแอพ (สนทนา) หน่อยก็ดี
ในเมื่ออยากอยู่เงียบๆ บนหาดทรายสายลม หรืออยากเดินช็อปปิ้งชิลชิล อยู่ต่างประเทศ โทรศัพท์ไม่รับสาย แล้วฉันก็จะไม่โทรกลับ อย่าว่ากันนะ เพราะกำลังอินกับกิจกรรมพักร้อน เสียงสั่นตี๊ดตื๊ด สั่นได้สั่นไป ใครจะแยแส วันนี้วันอะไร วันลาพักร้อนของฉัน หลายคนเป็นกัน เพราะคิดว่าแอพพลิเคชั่นสนทนานำมาซึ่งความน่ารำคาญ โปรดอภัยถ้าเสียงตี๊ดตื๊ดนั้นก่อเกิดเป็นมลพิษทางใจ เพราะถ้าไม่มีอะไรด่วนอะไรเร่ง คนในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเพื่อนๆ หรือหัวหน้าคงไม่มีเวลาเชิญชวนคุณสนทนาแน่ๆ แต่คุณดันไม่รับโทรศัทพ์ แล้วก็ไม่ยอมโทรกลับ ทางเดียวในการสื่อสารที่ประหยัดที่สุด ก็คือส่งเสียงไปในรูปถ้อยความ และคุณเองก็ควรตอบกลับมา เพื่อคำถามนั้นจะได้กระจ่าง ปัญหางานที่ค้างคาจะได้คลี่คลาย
Ask the Expert
Q.ที่ทำงานดิฉัน 23 ปีหลังมานี้มีพนักงานประเภทผู้ชายดอกไม้และเกย์เข้ามาเยอะ ดิฉันไม่ใช่พวกใจแคบกีดกันทางเพศแต่อย่างใด แต่มีความรำคาญนิดหน่อยที่พวกนี้จะช่างเมาท์ เสียงดัง บ่อยครั้งที่ทำตัวเด่นโชว์มากจนเกือบรับไม่ได้ ตอนหลังชักเบื่อๆ อยากให้ที่ทำงานมีบรรยากาศสงบสุขกว่านี้น่ะค่ะ จะเตือนอย่างไรให้นุ่มนวลต่อกันนะคะ?
A. พญ.ญดา พงษ์กาญจนะ จิตแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจนะคะงานก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราเครียดได้อยู่แล้ว และถ้าบรรยากาศในการทำงานไม่เอื้ออำนวยก็ยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับคนทำงานได้มากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นความจริงในโลกนี้คือเราไม่ค่อยมีโอกาสได้เลือกในสิ่งที่เราต้องการสักเท่าไหร่ แต่เราสามารถเลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่ได้ แค่เพียงเราปรับเปลี่ยนที่ความคิดเรา ลองมองเพื่อนร่วมงานเหล่านี้ให้เป็นสีสันในชีวิตก็อาจทำให้ความทุกข์ของเราน้อยลง แต่หากการกระทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสม เช่น คุยกันเสียงดังในเวลางานคุณก็สามารถบอกเค้าได้ตรงๆ ซึ่งเชื่อว่าหากคุณเตือนเค้าด้วยความหวังดี เพื่อนร่วมงานคุณก็คงจะยอมรับฟัง
He Said / She Said
ปอนพนักงานบริษัท
“ผมชอบผู้หญิงหลายแบบครับ (หัวเราะ) บ้างครั้งชอบแบบแสบซ่าส์ บางเวลาชอบน่ารักๆ บางทีก็ชอบคนสวย แต่บางคราวก็ชอบคนไม่สวย ผมว่าผู้หญิงที่มีหลายบุคลิกน่าสนใจดีนะครับ”
เอินพนักงานบริษัท
“ไม่รู้สิคะ ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่ไม่ค่อยรับผิดชอบ สนใจแต่ตัวเอง ชอบผู้ชายช่างเอาใจ สังเกตสิ่งรอบข้างไม่ใช่อยู่แต่กับตัวเอง แต่คิดว่ายุคนี้คงหายากค่ะ แต่เราก็ยังรอนะคะ ว่าสักวันคงจะเจอ”
Quote
“ผมว่า การที่คนเรารู้จุดแข็งของตัวเองนั้น ทำให้เราเป็นคนทันสมัยตลอดเวลา”
โปล เซซาน จิตรกรระดับโลก ชาวฝรั่งเศส







