
5 ที่เที่ยวน้องใหม่ เจอแล้วจะหนาว
ความหนาวเป็นเหมือนของขวัญปีใหม่ที่คนไทยตั้งตารอ แต่น่าผิดหวังที่บางปีลมหนาวโชยมาถึงกรุงเทพฯ ไม่กี่วัน
โดย...กาญจน์ อายุ
ความหนาวเป็นเหมือนของขวัญปีใหม่ที่คนไทยตั้งตารอ แต่น่าผิดหวังที่บางปีลมหนาวโชยมาถึงกรุงเทพฯ ไม่กี่วัน เราจึงต้องออกไปหามันก่อนที่ความหนาวจะจากไปจริงๆ สถานที่ที่คนส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปคงหนีไม่พ้นภาคเหนือ โดยเฉพาะตามยอดเขา ยอดดอย ที่จะปกคลุมไปด้วยนักท่องเที่ยวปริมาณแน่นหนาพอๆ กับทะเลหมอกที่อยู่ด้านล่าง แต่ในขณะเดียวกันก็มีสถานที่บางแห่งที่กำลังรอนักท่องเที่ยวอยู่
ดังเช่นทั้ง 5 แห่งด้านล่างนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่และแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดตัวไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการโปรโมท ทั้งหมดล้วนเหมาะแก่การไปสัมผัสความหนาว เก็บเกี่ยวของขวัญจากฤดูกาลที่เฝ้ารอมาทั้งปี ขอไล่ลำดับจากช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุดจากใกล้ไปไกล นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป
ทุ่งโนนสน ตามหาดอกไม้ป่าบนเขาสีทอง (ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ต.ค.-พ.ย.) ปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงเวลาโชว์ตัวของดอกไม้ป่า สีสันของมันน่าชวนหลงใหลพอให้เดินขึ้นเขาสูง 700 เมตร เพื่อมาอยู่ปลีกวิเวกกับมวลบุปผาและทุ่งหญ้าสีทอง
ทุ่งโนนสนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ยอดเขาแบนราบเป็นที่อยู่อาศัยของดอกไม้ป่าและสวนสนสองใบ แต่กว่าจะได้เห็นต้องพิสูจน์ด้วยจิตใจและร่างกาย กับระยะทางขึ้นเขา 9 กิโลเมตร หรือประมาณ 5 ชั่วโมง คอเดินป่าอาจเห็นทุ่งโนนสนเป็นชั้นอนุบาล ถ้าเทียบกับภูสอยดาว เขาหลวง หรือโมกูจู แต่เส้นทางนี้ก็หนักหน่วงเอาการสำหรับมือใหม่ แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าร่างกายพร้อมและใจอดทน
ด้านบนเป็นลานหินและทุ่งหญ้า สามารถกางเต็นท์ได้มากกว่า 10 หลัง มีน้ำตกสองจุดให้ใช้น้ำจืด มีห้องน้ำแบบผ้าใบล้อม แต่แนะนำให้หาแนวหญ้าสูงๆ ดีกว่า เพราะเนื่องจากไม่มีระบบประปา ทำให้สิ่งปฏิกูลของหลายคนยังไม่ไปไหน ส่วนเรื่องอาหารการกินต้องเตรียมของสดขึ้นมาเองแล้วมาต้มยำทำแกงกันบนนี้ กิจกรรมหลักบนทุ่งโนนสน คือ ชมดอกไม้ โดยเฉพาะความเหลืองอร่ามของดอกสร้อยสุวรรณาที่ขึ้นเป็นพุ่มๆ ตามเนินหิน ยิ่งช่วงเวลาเช้าตรู่ ยามแสงแรกส่องพ้นเนินเขา แสงจะฉาบให้ทั้งเนินหินกลายเป็นสีทอง
นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จะนำพาไปรู้จักกับดอกไม้หลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นทิพย์เกสร ดุสิตา หงอนนาค เอนอ้า หรือบรรดากล้วยไม้ป่า เช่น เอื้องม้าวิ่ง เอื้องน้ำต้น เอื้องบายศรี รวมถึงพืชหายากอย่างข้าวตอกฤาษี มอสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่เลือกเติบโตในที่สะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น แม้บนทุ่งโนนสนจะไม่มีทะเลหมอก แต่ที่นี่มีริ้วหมอกยามเช้า ภาพริ้วหมอกเคลื่อนตัวช้าๆ ในแนวนอน ผ่านกิ่งไม้ ระเรี่ยต้นหญ้า ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นอีกสิ่งสวยงามที่ไม่น้อยหน้าบรรดาดอกไม้ป่าที่ถูกอวดอ้างให้ติด 1 ใน 10 ทุ่งดอกไม้ที่สวยที่สุดของไทย
การเดินทาง เริ่มต้นจากหน่วยพิทักษ์ฯ สล.12 บ้านรักษ์ไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก นั่งรถกระบะของทางหน่วยไป 8 กม. ถึงบ้านฐานแตก จากนั้นเริ่มเดินเท้าขึ้นเขาระยะทาง 9 กม. ค่าจ้างลูกหาบราคา 1,300 บาทต่อเที่ยวต่อคนต่อน้ำหนัก 20 กก. ติดต่อ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โทร. 055-268-019
ภูป่าเปราะ คิดถึงฟูจิซัง (ช่วงเวลาที่ดีที่สุด พ.ย.-ธ.ค.) ภูป่าเปราะ จ.เลย จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับภูเขาไฟฟูจิยามา ประเทศญี่ปุ่น ถ้าวิวไม่ไปเหมือนยอดเขาอันโด่งดังนี้ จนถูกเรียกขานว่า ฟูจิเมืองเลย ตัวยอดเขาที่ดูเหมือนฟูจิซัง ไม่ใช่ภูป่าเปราะ แต่คือ ภูหอ ภูเขายอดตัดที่สามารถมองเห็นได้จากจุดชมวิว ซึ่งถ้าไปถามชาวบ้านว่าภูหอดูเหมือนอะไร จะได้อีกหนึ่งคำตอบเป็น เขาจุกหัวนม (นมของสาวแรกรุ่นเสียด้วย) จากจุดชมวิวมองไปจะเห็น 4 จังหวัด ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ วนอุทยานแห่งชาตินายูงน้ำโสม จ.อุดรธานี และถ้ำเอราวัณ จ.หนองบัวลำภู
ยามเช้าและยามเย็นคือไฮไลต์สำคัญของที่นี่ เพราะจุดเดียวเห็นได้ถึงพระอาทิตย์ขึ้นและตก แต่ยามเช้าจะพิเศษกว่าด้วยภาพทะเลหมอกสีขาวโพลนลอยปกคลุมเหนือผืนป่าด้านล่าง และช่วงสิ้นปีนี้เป็นช่วงนาตั้งท้องแก่ บางแปลงก็คลอดเป็นรวงแล้ว ทำให้ภาพทุ่งนาสีเขียวสดสลับสีเหลืองทองเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่จะพบเฉพาะช่วงหน้าหนาวเท่านั้น
การเดินทาง ภูป่าเปราะ อยู่ใน ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย ห่างจากสวนหินผางาม 7 กม. โดยจะต้องนั่งรถอีแต๊กของชาวบ้านขึ้นไปสู่จุดชมวิวภูป่าเปราะ ค่าบริการคนละ 60 บาท ติดต่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย โทร. 042-812-812
เขาพะเนินทุ่ง ทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ (ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ธ.ค.-ม.ค.) ทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งถูกยกให้เป็นดินแดนในฝันของ จ.เพชรบุรี ด้วยความพิเศษของสภาพอากาศและภูมิประเทศทำให้มีทะเลหมอกตลอดปี แต่ช่วงเดือนที่ไอน้ำจะจับตัวกันมากที่สุดก็ต้องช่วงหนาวชื้นสุดๆ ประมาณเดือน ธ.ค.
เขาพะเนินทุ่งเข้าถึงง่ายด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ด้านบนเป็นเนินกว้างสามารถตั้งเต็นท์ได้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด โดยเฉพาะวันต้อนรับปีใหม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาตั้งเต็นท์รอแสงแรกแห่งปี 2557 ส่วนวันอื่นๆ ที่ไม่ต้องต้อนรับใคร สามารถมานอนนับดาวดูฝูงลูกไก่ทั้งเจ็ดสะบัดขนบนฟากฟ้า อ้าแขนรับแอร์เย็นๆ จากธรรมชาติที่ไม่ว่าหน้าหนาวหรือหน้าไหนก็เย็นสบายตลอดปี
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะไม่ได้พบแค่ทะเลหมอกเดียว แต่ชมได้ถึง 3 ทะเลหมอกตามทางไปยังบนยอดเขา ได้แก่ กม. 30 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและคลื่นหมอก กม. 33 จุดชมทะเลหมอกท่ามกลางเทือกเขาตะนาวศรี และกม. 36 จุดชมทะเลหมอกที่ใกล้ชิดกับมันมากที่สุด ทั้งสามจุดให้ทัศนียภาพของทะเลหมอกต่างกัน ซึ่งหากให้เลือก 1 จุด ขอเลือกอยู่ต่ออีก 2 วัน ดูให้ครบทุกจุดจะดีที่สุด
การเดินทาง เขาพะเนินทุ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ใช้เส้นทางสายวังวนน้ำตกทอทิพย์ รถที่ใช้ควรเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อและคนขับมีความชำนาญในการขับ ไม่เช่นนั้นสามารถเหมารถจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเนื่องด้วยทางขึ้นเขาเป็นทางแคบ ทางอุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาขึ้นลง ดังนี้ เวลาขึ้น (จากบ้านกร่าง) เวลา 05.30-07.30 น. และ 13.00-15.00 น. เวลาลง (จากพะเนินทุ่ง) เวลา 09.00-10.00 น. และ 16.00-17.00 น. ติดต่อ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 032-459-293
Candle Light Museum พิพิธภัณฑ์ใต้แสงเทียน (เปิดเฉพาะวันที่ 1 ธ.ค. 2556-31 ม.ค. 2557) ปีแรก ครั้งแรก ของพิพิธภัณฑ์ใต้แสงเทียน จัดแสดงในหอคำ อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือไร่แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตามปกติอุทยานฯ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา ภายในมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ล้ำค่า ได้แก่ หอแก้ว แสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สัก
ศาลาแก้ว ศาลาริมน้ำทรงล้านนา หอคำน้อย อาคารศิลาแลงหลังคาแป้นเกล็ดไม้สัก เก็บรักษาภาพจิตรกรรมฝาผนังบนกระดานไม้สักจากวัดเวียงต้า จ.แพร่ และหอคำที่ประดิษฐานพระพร้าโต้ ชาวเชียงรายมักมาขอพรเรื่องสุขภาพ และยังเป็นที่รวบรวมศิลปวัตถุและงานพุทธศิลป์ โดยเฉพาะ “สัตภัณฑ์” หรือเชิงเทียนไม้ประดับลวดลายจากจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของพิพิธภัณฑ์ใต้แสงเทียน
ปกติอุทยานฯ เปิดทำการเวลา 08.30-17.30 น. นักท่องเที่ยวจะเห็นบรรยากาศความร่มรื่นของสวนและสระน้ำ โดยที่ไม่มีใครทราบเลยว่าอุทยานฯ ยามค่ำคืนนั้นสวยงามและมีมนต์ขลังเพียงใด โดยเฉพาะภายในหอคำยามที่เทียนบนเชิงเทียนถูกจุด ความสว่างส่องสลัวเต้นไสวภายในเรือนไม้ทรงล้านนา ตกกระทบไปบนศิลปวัตถุดูสวยงามกว่าไฟนีออนหลายร้อยเท่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องศิลปะเมืองเหนือ และความเชื่อทางศาสนาผ่านเชิงเทียนไม้และงานพุทธศิลป์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้
พิพิธภัณฑ์ใต้แสงเทียน เปิดให้เข้าชมเพียง 2 เดือน ธ.ค. และ ม.ค.เท่านั้น หวังให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำงานศิลป์ในบรรยากาศที่สร้างโดยแสงเทียน ท่ามกลางความหนาวเย็นที่จะอบอุ่นขึ้นจากเปลวเทียนเช่นกัน
การเดินทาง หอคำอยู่ในอุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง บ้านป่างิ้ว ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เวลาทำการ วันที่ 1 ธ.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2557 เวลา 10.00-22.00 น. (จุดเทียนเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด) แต่ละวันจะมีการแสดงรำล้านนา เวลา 19.30 น. และ 20.30 น. ค่าธรรมเนียม คนไทย 100 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท คนเชียงราย 50 บาท นักเรียน 20 บาท เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าชมฟรี
ภูลมโล ดินแดนพญาเสือโคร่ง (ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ม.ค.-ก.พ.) อดีตพื้นที่สีแดงสมรภูมิรบระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ลืมเลือนแต่จางหายไปแล้วตามกาลเวลา ปัจจุบันภูลมโลมีประวัติศาสตร์หน้าใหม่เปลี่ยนจากพื้นที่สีแดงเป็นสีชมพูจากดอกนางพญาเสือโคร่งนับหมื่นต้นครอบคลุมอาณาบริเวณกว่า 1,200 ไร่ เปลี่ยนภูลมโลให้เป็นภูเขาสีชมพูทุกปี แต่บอกวันที่แน่ชัดไม่ได้ เพราะแต่ละปีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝน ทำได้เพียงประมาณช่วงเดือนซึ่งส่วนใหญ่ดอกจะบานระหว่างเดือน ม.ค. ไปจนถึง ก.พ. ก็จะร่วงโรย
ความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ ทำให้ภูลมโลมีเสน่ห์ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ และอาจมีเสน่ห์มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะมีของดีประจำอำเภออย่างรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 70-74 ล้านปี ที่พบบริเวณน้ำตกหมันแดง ไม่ไกลจากภูลมโลนัก อีกทั้งตัวน้ำตกเองก็มีดี เป็นน้ำตก 9 ชั้น น้ำไหลตลอดปี ซึ่งหากมาในเดือนที่ไม่มีดอกนางพญาเสือโคร่งก็สามารถมาเที่ยวน้ำตกและชมรอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์แทนได้
ส่วนเรื่องความเย็นไม่เป็นที่กังขา เพราะด้วยความสูง 1,680 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศย่อมเย็นตลอดปี และจะหนาวเหน็บในช่วงหน้าหนาว การันตีอีกอย่างด้วยเกียรติของนางพญาที่ถ้าไม่หนาวจริง ไม่ผลิดอกให้เสียชื่อแน่นอน







