
@ life
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
คอลัมน์ – ดัดตน 101
ดัดตนลมในอกในเอว
กลับมาอีกครั้งกับเคล็ดลับแก้สารพัดอาการปวด ตามศาสตร์ฤาษีดัดตนอันโด่งดังของโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ท่าที่จะแนะนำวันนี้ คือ ท่าฤาษีอายันญาณ
วิธีปฏิบัติ
1.ก้าวขาซ้ายไปด้านหน้า ขวางเท้าขวาหันปลายเท้าออกไปด้านข้าง ยกแขนซ้ายตั้งศอกขึ้น ชี้ปลายนิ้วไปด้านข้าง มือขวาเท้าสะเอว
2.หายใจเข้า ย่อขาซ้ายโน้มตัวไปข้างหน้า ยืดแขนซ้ายผายฝ่ามือออกข้างลำตัว พร้อมกับหันหน้าไปด้านตรงข้าม นับไป 321
3.หายใจออก คลายกลับท่าเริ่มต้น
4.ทำซ้ำ 35 รอบ
5.สลับก้าวขาขวาไปทางด้านหน้า ปฏิบัติเช่นเดียวกัน
ประโยชน์ : ช่วยยืดกล้ามเนื้อช่วงคอ บ่า อก และช่วยขยายช่วงอก ปอดขยายตัวเต็มที่
ข้อควรระวัง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดคอไปเลี้ยงสมอง มีภาวะการหดสั้นของกล้ามเนื้อขาด้านหลัง และมีอาการร่างแหประสาทใต้รักแร้บาดเจ็บ
‘ยาอาบ’ ภูมิปัญญาไทย ใช้ดูแลสุขภาพรับหน้าฝน...
เข้าสู่หน้าฝน ฝนตก อากาศเปลี่ยน อาการเจ็บป่วยเป็นไข้ ไม่สบายตัวก็จะตามมา และนอกจากอาการไข้หวัดแล้ว หลายท่านคงมีอาการปวดเมื่อย ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว และรู้สึกไม่สดชื่น ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้นำความรู้ดีๆ ในการดูแลสุขภาพเมื่อเข้าสู่หน้าฝนมาเล่าสู่กันฟัง
เมื่อฝนมา นอกจากเราจะต้องดูแลสุขภาพตนเอง โดยการรับประทานยาเมื่อป่วยไข้ และพักผ่อนให้มากๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ได้มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “การอาบสมุนไพร” หรือ “ยาอาบ” นั่นเอง
“ยาอาบ” หรือการอาบสมุนไพร เป็นวิธีการบำบัดรักษาและส่งเสริมสุขภาพตามหลักของการแพทย์แผนไทย โดยใช้หลักการต้มสมุนไพรหลายๆ ชนิดรวมกัน ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพรรักษาตามอาการ นำมาต้มจนเดือด โดยน้ำมันหอมระเหยและตัวยาของสมุนไพรชนิดต่างๆ จะออกมาสัมผัสถูกผิวหนังทำให้มีผลเฉพาะที่ รวมถึงมีผลต่อระบบทางเดินหายใจและเลือดลมไหลเวียนทั่วร่างกาย
วิธีการทำยาอาบสมุนไพรไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนแต่อย่างใด ซึ่งวันนี้เรามีตัวอย่างตำรับยาอาบสมุนไพรที่ช่วยฟื้นไข้ ให้ร่างกายสดชื่นผ่อนคลาย โดยยาอาบในตำรับนี้จะประกอบไปด้วย ใบคนทีสอ ใบเสนียด ใบเปล้าใหญ่ ใบหนาด เหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อย ไพล ใบมะกรูด เปลือกมังคุด และใบว่านสาวหลง
นำสมุนไพรทั้งหมดในปริมาณที่เท่าๆ กันมาต้ม เติมน้ำให้ท่วมยา ต้มจนเดือด จากนั้นนำยาที่ได้มาผสมกับน้ำสะอาดประมาณ 10 ขัน ใช้อาบให้ทั่วตัว ซึ่งน้ำยาอาบอุ่นๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวดเมื่อย และรูขุมขนบริเวณผิวหนังเปิด ทำให้ช่วยระบายความร้อนจากร่างกายได้ทางหนึ่ง และยังทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยให้สามารถหายใจได้สะดวก โล่ง กลิ่นหอมสมุนไพรช่วยให้สดชื่น ผ่อนคลายความตึงเครียดได้
การอาบสมุนไพร นอกจากจะช่วยทำให้รู้สึกถึงความสบายเนื้อสบายตัวเมื่อยามป่วยไข้แล้ว ประโยชน์ของยาอาบยังมีอีกมากมายหลายประการ ผู้ที่สนใจสามารถพบกับเรื่องราวของยาอาบและสารพันความรู้เรื่องสมุนไพรจากอภัยภูเบศรได้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 9 “นวดไทย มรดกไทย สู่มรดกโลก”
‘นมแม่สู้โรค’ ประโยชน์รอบด้านจากน้ำนมแม่...
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บ้านเราก็มีโครงการ “รวมพลังช่วยเด็กไทยให้ได้กินนมแม่” แต่ยังมีข้อมูลพบว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีเด็กทารกแรกเกิดที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนมาก ทั้งทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกที่ป่วยต้องอยู่ในหออภิบาลทารก ทารกที่ได้รับการผ่าตัดหรือเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสถูกแยกแม่ลูก หรือถูกสั่งให้งดนมแม่ด้วยเหตุผลต่างๆ ทำให้ขาดโอกาสได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าและมีความสำคัญที่สุดในชีวิต
พญ.วิลาวัลย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มีผลงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นถึงพลังของนมแม่ และบ่งชี้ว่าน้ำนมแม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าต่อสุขภาพของทารกที่กำลังเจ็บป่วย ดังนั้น นมแม่จึงเปรียบเสมือนการรักษา ...ให้สู้กับโรคได้ กรมการแพทย์มีนโยบายการสนับสนุนให้ทารก เด็กเล็กที่เจ็บป่วย ได้รับนมแม่ โดยการพัฒนาองค์ความรู้ในการให้นมแม่ในทารกที่มีปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคทางสมอง โรคทางพันธุกรรม ฯลฯ และในแม่ที่มีปัญหาสุขภาพ อาทิ แม่ป่วย หรือแม่ต้องได้รับการผ่าตัด ฯลฯ การดูแลส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับเด็กป่วยและเด็กคลอดก่อนกำหนด จะทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อแม่จะต้องพาลูกกลับบ้านจะช่วยให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ต่อเนื่องตามเป้าหมาย
“หลายคนเข้าใจว่าทารกป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล อย่างเช่นทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกที่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ทารกที่ต้องผ่าตัดรักษา เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ไม่สามารถกินนมแม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถให้ทารกได้กินนมแม่ได้ โดยใช้วิธีให้ความรู้ แนะนำให้คุณแม่รู้จักการบีบเก็บน้ำนมแม่มาให้ลูก พยาบาลจะเป็นผู้ให้นมทางสายยางสำหรับให้อาหาร หรือป้อนด้วยช้อนหรือแก้วแล้วแต่ความพร้อมของทารก เมื่อทารกพร้อมจึงค่อยให้ดูดจากเต้ามารดา ทารกป่วยยิ่งต้องการนมแม่ หัวน้ำนมแม่ใน 23 วันแรกหลังคลอดมีความสำคัญและมีคุณค่ามากกับทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่ป่วย ช่วยให้เกิดภูมิต้านทานโรค มีผลต่อการพัฒนาของสมอง จอประสาทตาในทารกเกิดก่อนกำหนด การย่อย ดูดซึมง่าย ลดการอักเสบของลำไส้”
นมแม่สามารถลดการติดเชื้อในเด็กป่วย นมแม่เป็นทั้งยาและภูมิคุ้มกัน และยังมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการด้านสมอง รวมถึงระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเด็กที่ป่วยหรือคลอดก่อนกำหนด และทำให้เด็กที่ป่วยออกจากโรงพยาบาลเร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมแม่
ทารกที่กิน “น้ำนมแม่” ยังได้รับภูมิต้านทานให้ห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ มากกว่าทารกที่กินนมผสมอีกด้วย อาทิ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร มีโอกาสป่วยเป็นโรคท้องเสียในระยะขวบปีแรก เพราะในน้ำนมแม่มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเยื่อบุทางเดินอาหาร สามารถช่วยลดโอกาสการเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ และลดโอกาสเป็นโรคหืดหอบ รวมทั้งลดปัญหาการเกิดโรคแพ้โปรตีนจากนมวัว นอกจากนี้ ในน้ำนมแม่ยังมีสารอาหารที่จำเป็น อาทิ ดีเอชเอ เอเอ (AA) นิวคลีโอไทด์ ซีรีโบรไซด์ ฟอสโฟไลปิดส์ และคอเลสเตอรอล ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง เส้นใยประสาท และจอประสาทตา พร้อมทั้งยังส่งผลดีต่อแม่ที่ให้ทารกกินน้ำนม โดยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และลดการสึกกร่อนของกระดูก หรือโรคกระดูกพรุน







