
วิถีจิตวิถีธรรมในสติปัฏฐาน...ตามแนวอานาปานสติ(ตอน ๔)
การเจริญก็คือการปฏิบัติ... การปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็คือ จะต้องทำให้สตินั้นมีคุณภาพเพียบพร้อมที่สามารถควบคุมจิตให้รวมแน่วแน่สู่ความเป็นหนึ่งได้...
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
การเจริญก็คือการปฏิบัติ... การปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็คือ จะต้องทำให้สตินั้นมีคุณภาพเพียบพร้อมที่สามารถควบคุมจิตให้รวมแน่วแน่สู่ความเป็นหนึ่งได้... ตรงนี้คือขบวนการการปฏิบัติในขั้นตอนของการทำคุณภาพของสติให้เข้มแข็ง มั่นคง เพื่อสามารถใช้งานในการที่จะเรียนรู้เข้าถึงความจริงตามที่กล่าว โดยการกำหนดสติควบคุมจิต ให้จิตนั้นรวมตัวแน่วแน่ด้วยอำนาจของสติ สู่ความมั่นคงเป็นหนึ่ง จนเกิดเอกภาพแห่งจิตขึ้น อันมีคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดดูรู้เห็นในสังขารทั้งปวง ตามหลักความเป็นเช่นนี้อย่างเป็นธรรมดา
ในเบื้องต้นแห่งการพิจารณาจิตด้วยการเจริญสติ จึงต้องมีกรรมฐานที่นำไปสู่การปฏิบัติธรรม กรรมก็คือ การกระทำ... ฐานะ คือ ฐานที่ตั้ง... กรรมฐาน คือ ฐานที่ตั้งการทำงานของจิต ให้จิตมีที่ตั้งของการทำงานที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น กรรมฐานนี้เป็นสมถะ สมถะ คือ จิตที่ตั้งสงบ... กรรมฐานนี้เป็นวิปัสสนา วิปัสสนา คือ เมื่อจิตสงบ ก็สามารถกำหนดพิจารณาให้รู้แจ้งในสิ่งที่กำหนดรู้นั้นได้ การรู้แจ้งจริงในสิ่งที่กำหนดรู้นั้น เรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน... เพื่อเจริญสติปัฏฐาน...
สมถะและวิปัสสนาจึงเป็นคนละส่วนที่เกี่ยวข้องสืบเนื่องกัน หากต้องการอบรมจิตให้เกิดปัญญาญาณ... มีความเกื้อกูลสืบเนื่องต่อกันและกัน เหมือนกับเหรียญ ๒ หน้า ที่แยกกันไม่ออก คือ มันจะครบถ้วนหนึ่งเหรียญก็ต้องมีทั้งสองหน้า... ฉันใดก็ฉันนั้น เรื่องการเจริญจิตตภาวนาหรือการปฏิบัติกรรมฐาน จึงเป็นการพิจารณาคุณภาพจิตด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ก็ต้องมีทั้งสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันอย่างเป็นธรรมดา ดุจเหรียญสองหน้าตามที่กล่าว
โดยในเบื้องต้นต้องมีคำว่า “ความสงบ” เกิดขึ้น เรียก สมถะ
และอีกด้านหนึ่ง เป็นการพัฒนาจิตสู่ความรู้แจ้งในสิ่งที่กำหนดรู้นั้น สืบเนื่องจากจิตที่มีความสงบแล้ว เรียกว่า วิปัสสนา
กระบวนการดังกล่าวนี้จึงมีความสืบเนื่องอยู่บนเรื่องเดียวกัน คือ เรื่องของการเจริญจิตตภาวนา ซึ่งจะต้องทำให้จิตสงบ... ในความสงบก็ต้องมีความรู้... ในความรู้ที่เกิดขึ้นก็ต้องมีความสงบ จนสามารถรู้ในความสงบจนค้นพบความจริงอย่างเป็นธรรมดาได้ เรียกกระบวนการดังกล่าวนี้ว่า สมถะวิปัสสนา
ฉะนั้น ในเบื้องต้น ถ้าเรายังไม่สงบ ไม่เป็นสมถะ ก็ต้องทำให้มีสมถะ แต่ถ้าสมถะก็คือจิตนั้นสงบสมบูรณ์ดีแล้ว ก็ไม่ควรเสียเวลาติดอยู่ที่ความสงบนั้น พึงควรอาศัยความสงบนั้นทำให้เกิดประโยชน์ ประโยชน์ในการที่จะมองเห็นความจริง จนรู้แจ้งในความจริงนั้น ที่เรียกว่า วิปัสสนาญาณ นั่นเอง...
(อ่านต่อฉบับหน้า)







