
กาดหลวงเชียงตุง
สองมือที่กำโลหะหนักไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม ภายใต้ลำแขนอันทรงพลังที่ฟาดลงบนกองเนื้อที่กองอยู่บนเขียงอย่างแรงเป็นจังหวะ
โดย...จำลอง บุญสอง
สองมือที่กำโลหะหนักไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม ภายใต้ลำแขนอันทรงพลังที่ฟาดลงบนกองเนื้อที่กองอยู่บนเขียงอย่างแรงเป็นจังหวะ ทำให้เขียงมะขามยักษ์แผ่นใหญ่สะท้อนขึ้นสะท้อนลงตามจังหวะของการตี
เสียงบึกที่ดังก้องทั้งตลาด ทำให้คนไทยต่างถิ่นที่ไปร่วมงาน Sister City เชียงใหม่เชียงตุง ต้องหันมามองการผลิต “ลูกชิ้นเด้ง” ของคนเชียงตุงอย่างตื่นตาอยู่ในท่ามกลางความประหลาดใจของคนเชียงตุงว่า คนไทยอยู่โลกไหนกันหรือ จึงไม่เคยเห็นการทำลูกชิ้นเด้งธรรมดาๆ ที่พวกเขาทำกันมานานนมแล้ว
หลังจากตีจนเนื้อเหลวเหมือนถูกเครื่องปั่นแล้ว ก็ส่งต่อไปหม้อกวน เพื่อกวนให้เนื้อที่ถูกตีให้หมาด หมาดพอที่จะบีบลงไปในน้ำเดือดและกลายเป็นลูกชิ้นที่หนึบอร่อย เพื่อโยนลงบนหม้อลวกก่อนใส่ลงบนชามก๋วยเตี๋ยวอันแสนอร่อย
ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นหมูทุบ ที่กาดหลวงเชียงตุง โปรดรู้เถิดว่าคุณไปไม่ถึงเชียงตุง!
ปะหล่องหรือดาระอั้งที่คาดเอวด้วยน่องกุ พากันเดินผ่านร้านค้าขายหนอนไม้ไผ่ที่กลางตลาด เพื่อหาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคไปใช้ไปกินเช่นเดียวกับชนเผ่าอื่นๆ ของเชียงตุง โดยไม่สนใจไยดีกับบางชนเผ่าที่เทหนอนไม้ไผ่ตัวสดออกมาจากกระบอก พวกเราหลายคนหันไปถ่ายรูปปะหล่องที่แต่งกายสดใสที่คาดน่องกุที่ทำด้วยไม้ไผ่และเงิน บางคนหันไปถ่ายหนอนไม้ไผ่ที่ถูกเทออกมาจากปากกระบอก กระบอกไม้ไผ่ที่คนเอาพวกมันเทใส่เพื่อยังชีวิตไว้ก่อนที่จะถูกนำไปนึ่งและโยนลงกระทะ ที่เขาเอาใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่สดก็เพื่อไม่ให้มันตายจากการถูกลมและแดดโกรก ถ้าถูกแดดถูกลมโกรกในขณะที่ยังไม่มีอะไรหุ้มตัว มันก็จะตายแบบเดียวกับปลาซิวปลาสร้อยที่ถูกจับขึ้นมาถูกอากาศทำลาย
หนอนไม้ไผ่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระบอกไม้ไผ่ กินเยื่อไม้ไผ่โดยไม่แปดเปื้อนราคีใดๆ นี่แหละที่...เป็นอาหารราคาแพงสำหรับคนเมือง
เชียงตุงหรือในลาวก็กิโลกรัมละ 500-600 บาทเข้าไปแล้ว เชียงใหม่เท่าไหร่จึงไม่ต้องพูดถึง!
แต่จะบอกให้ว่าหนอนไม้ไผ่ที่เชียงตุงอร่อยกว่าที่เชียงใหม่ ที่อร่อยกว่าเชียงใหม่ก็เพราะเขาใช้หนอนสดมาทำ กุ้ง หอย ปู ปลาสดทำอาหารได้อร่อยฉันใด หนอนไม้ไผ่สดก็อร่อยฉันนั้น!
กาดหลวงเชียงตุงเป็นกาดที่มีชีวิต เพราะทุกเผ่าพันธุ์ต้องเดินเข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้าที่ผลิตได้ในท้องถิ่นมาวางขายกันด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าไตลื้อ ไตเขิน ละว้า ปะหล่อง ว้า อาข่าหรือจีนฮ่อ ทั้งใช้เงินจ๊าดและเงินไทยเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ตลาดแห่งนี้ซื้อขายกันตั้งแต่เช้ายันบ่าย เดือนหนึ่งจะหยุด 1 ครั้งในวันพระใหญ่ ในตลาดมีทั้งของกินแบบไทยใหญ่ ทั้งเป็นข้าวและเป็นเส้น ผักที่ปลูกตามธรรมชาติก็เอามาขาย หมู (ทั้งหมูดำและหมูพันธุ์) เนื้อ ปลาก็มาก เครื่องอุปโภคก็ชิงตลาดกันระหว่างไทยและจีน บางทีก็มีมาจากอินเดีย
แม่ค้าในยุคทุนนิยมที่ขายของใกล้กันโดยมากจะไม่ถูกกัน เพราะคอยแย่งลูกค้ากันเพื่อการสะสมทุน แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ากาดหลวงเชียงตุงกลับยิ้มแย้มเข้าหากัน ยินดีและไม่อิจฉาแม้ลูกค้าจะไปซื้อของร้านข้างเคียง (เป็นเมืองไทยค้อนประหลับประเหลือกจนตากลับ) นี่คือ “วัฒนธรรมหลงยุค” วัฒนธรรมที่หลงมาจากยุค Sufficiency Economy (ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง) ที่เกิดขึ้นในยุคกลางที่ Expired ไปแล้วหลังเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมและเกิดระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ที่เรียกว่า “ทุนนิยม” ที่ครอบงำโลกทั้งใบเอาไว้ในเวลานี้
มรดกทางวัฒนธรรมที่ยังพอหลงเหลืออยู่ที่เชียงตุงกำลังจะหายไปแบบเดียวกับมรดกทางวัฒนธรรมของหลวงพระบางที่ถูกทำลายไปเพราะการท่องเที่ยวเข้ามาเยือน!
ข้าวโพดข้าวเหนียวสีสวยเคี้ยวหนึบออกรสชาติหวานมันอร่อยไม่ต่างกับข้าวโพดแถวชัยภูมิในอดีต สนนราคาที่ซื้อเอามากินก็แค่พวงละ 20 บาท หรือ 1,000 จ๊าด (สามสิบบาท) ซื้อได้ 2 พวง ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้กินข้าวโพดเชียงตุงก็ยังไปไม่ถึงเชียงตุง!
และไม่แต่ข้าวโพดเท่านั้น ข้าวเหนียวขาว เหลือง ดำ กินเปล่าๆ ก็หอมอร่อยเพราะข้าวดอยไม่ใส่ปุ๋ย ข้าวที่ไม่ใส่ปุ๋ยจะหอมธรรมชาติ บ้านเราใส่ปุ๋ยกันจนกลิ่นและรสที่เป็นธรรมชาติหายไป หายไปแบบปลากระชัง ไก่ฟาร์ม หมูฟาร์มตามร้านสะดวกซื้อ
เคยกินข้าวหอมมะลิที่ปลูกบนเขาที่อีสานสมัยคอมมิวนิสต์เพิ่งออกจากป่ามาหมาดๆ มันหอมอร่อยจนเพื่อนสาวต่างชาติปฏิเสธกับข้าวอร่อยๆ ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้กินข้าวเหนียวเชียงตุงแสดงว่าไปไม่ถึงเชียงตุง!
ผมเอาภาพสุดสวยที่มองจากวัด “กะป่าเอ” ซึ่งเป็นปฐมแห่งวัดไทยใหญ่ที่มีพระธาตุ (คู่กับวัดมหาเมี้ยดมุนีกลางเมือง) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเชียงตุงมาให้ท่านผู้อ่านได้ดู วัดกะป่าเอหรือแปลว่าวัดแห่งความสงบร่มเย็นหรือวัดนิพพานตั้งอยู่บนเขาสูงขนาดความสูงเท่ากับวัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน ข้าวรวงเหลืองทองบนแอ่งกระทะที่คดเคี้ยวตามร่องเขาลิบๆ โดยมีบ้านไตที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเรียงอยู่ข้างวัด ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทุ่งเกษตรของสรวงสวรรค์ไปโดยปริยาย นึกถึงแม่ฮ่องสอนที่เคยเห็นเมื่อ 30 กว่าปีที่มองลงจากวัดพระธาตุดอยกองมูมันสวยเหมือนกับที่เห็นที่เชียงตุงในวันนี้จริงๆ
คนไตเลือกทำเลที่ตั้งบ้านตั้งเมืองสวยงามไปทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ในหุบตามเทือกเขาหรือตามลุ่มน้ำสาละวิน ไตลื้อที่ยึดครองลุ่มน้ำโขงได้สร้างบ้านสร้างเมืองได้ถูกโฉลกเช่นเดียวกัน ใครไปเชียงตุงแล้วไม่ได้ขึ้นไปดูวัดกะป่าเอก็ไปไม่ถึงเชียงตุง!
ขอบคุณท่านประธานสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทยเมียนมาร์ประจำจังหวัดเชียงราย ผกายมาศ เวียรา
ขอบคุณแม่โขง เดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ สอบถามท่องเที่ยว พม่า ลาวด้วยเรือล่องน้ำโขงได้ที่โทร. 086-420-9133 หรือที่ [email protected]







