posttoday
แมวน้อยปฏิวัติความกลัว

แมวน้อยปฏิวัติความกลัว

30 กันยายน 2556

“มิลกี้กลัวความมืด” โดย “คัจฉกุล แก้วเกต” ได้รับรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ครั้งที่ 14 ประจำปี 2556 “ประเภทหนังสือภาพสำหรับเด็ก (หมวดฝึกทักษะและเสริมความรู้)”

โดย...นกขุนทอง

“มิลกี้กลัวความมืด” โดย “คัจฉกุล แก้วเกต” ได้รับรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ครั้งที่ 14 ประจำปี 2556 “ประเภทหนังสือภาพสำหรับเด็ก (หมวดฝึกทักษะและเสริมความรู้)” นำเสนอเรื่องราวของแมว 2 ตัว มิลกี้ กับ อาถ่าน ตัวแรกกลัวความมืด ตัวที่สองเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้า ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน และร่วมกันผจญภัย (ภายในจิตใจตัวเอง) จนเอาชนะความกลัวที่มีต่อความมืดได้ ซึ่งความมืดเป็นสิ่งที่เด็กหลายๆ คนต่างก็กลัว และแล้วมันก็จะเลือนหาย...

คัจฉกุล ผู้เขียนทั้งเรื่องและวาดภาพประกอบ ออกตัวก่อนว่าประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องแต่กับการเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ แต่เพราะมีความต้องการจะสร้างหนังสือภาพสำหรับเด็กขึ้นมาสักเรื่องให้มีภาพ มีเนื้อหา มีสีสันอย่างที่เด็กๆ ต้องการจริงๆ โดยอ้างอิงจากความรู้สึกในวัยเด็กของตัวเองที่อยากอ่านหนังสือภาพแบบนี้แหละ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร จนเจอประกาศรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ประจวบกับเจ้ามิลกี้ (แมวของ คัจฉกุล) กำลังป่วย จึงคิดอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับแมวของตัวเอง ต้นเรื่องจึงเริ่มจากน้องแมวเหมียวนี้แหละ

“เมื่อต้นปีมิลกี้ป่วยเป็นโรคไต มีช่วงหนึ่งเขาเริ่มอ่อนแอมาก เราก็ต้องดูแลใกล้ชิด ก็เอามานอนด้วย พอปิดไฟเขาก็ร้องขึ้นมา พอเปิดไฟก็หาย เรารู้สึกว่าเขากลัวความมืด ก็เลยได้ไอเดียมาว่าจะทำอย่างไรให้หายกลัวความมืด เพราะนึกถึงตัวเองตอนเด็กเราก็กลัวและเข้าใจความรู้สึกว่าตอนกลัวมันแย่ขนาดไหน พอได้ธีมตรงนี้ก็มาผูกเรื่อง ผมคิดถึงตัวเองว่า ตอนที่เรากลัวความมืดตอนเด็กมันหายไปได้อย่างไร มันเหมือนกับเราพาตัวเองไปอยู่ในความมืด เราทนอยู่กับมันสักพักหนึ่งเราก็จะชินแล้วสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ในความมืดว่ามันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย แต่เราต้องกล้าที่จะไปอยู่ในความมืดนั้นให้ได้ก่อน ผมใช้แมว 2 ตัว มิลกี้ กับ อาถ่าน ให้มิลกี้เป็นตัวนำเรื่อง แล้วให้ อาถ่าน มาช่วยคิดค้นวิธีให้หายกลัวความมืด”

สัดส่วนของภาพประกอบและเนื้อเรื่องผู้เขียนจัดวางไว้ 50:50 “ผมไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ แต่ผมศึกษาเอาจากหนังสือภาพที่ดี เขาใช้สัดส่วนประมาณนี้ และอ่านแล้วได้ข้อสรุปว่า เขาจะไม่ให้ภาพเล่าเรื่องราวทั้งหมด ในส่วนของผมถ้าตัดตัวหนังสือออก ภาพก็สามารถเล่าเรื่องได้ประมาณ 70% แต่ไม่สมบูรณ์ ส่วนเวลาเขียนบางทีผมก็เห็นภาพขึ้นมาก่อนแล้วมาใส่เนื้อเรื่องทีหลัง แต่ต้องเว้นที่ว่างให้ทั้งสองมันกลมกลืนกัน เพราะถ้าเรื่องเด่นหรือภาพเด่นเกินไปจะไม่กลมกลืนกัน”

มิลกี้กลัวความมืด เป็นผลงานเขียนครั้งแรกของ คัจฉกุล แต่โชคดีที่ครั้งนี้กฎกติกาของการประกวดเปลี่ยนไป คือมีรอบที่ 2 ซึ่งให้ผู้ผ่านการเข้ารอบอบรมปฏิบัติการร่วมกัน โดยการนำเสนอผลงานด้วยตนเอง พร้อมรับฟังคำวิจารณ์แก้ไขจากคณะกรรมการรอบตัดสิน หลังจากนั้นจึงให้เวลากลับไปปรับแก้ผลงาน

“ถ้าไม่มีเวิร์กช็อป ผมคงมาไม่ถึงวันนี้ เพราะผมถูกแนะนำจากกรรมการเยอะมาก เราเริ่มต้นแบบหลงทางเลย เอาจริงๆ เราไม่ได้มีแนวทางเลย แต่ผมคิดว่าเขาคงชอบเนื้อเรื่อง และให้คำแนะนำว่า หนังสือเด็กไม่ควรซับซ้อนมาก ไม่ต้องมีรายละเอียดมาก เพราะเด็กจะมองทุกจุด ตอนแรกผมมาเต็มเลย ใส่สีสัน ผลไม้ก็มีหลายสี สัตว์ก็มีหลายประเภท ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลย พอได้ฟังจากคณะกรรมการ ถ้าเราทำแบบนี้จะออกนอกประเด็น เด็กจะไปดูจุดเล็กๆ น้อยๆ จนลืมเนื้อหาที่เราจะสื่อ”

รางวัลในครั้งนี้นับเป็นแรงผลักให้ คัจฉกุล มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์งานหนังสือต่อไป แถมยังเกริ่นอีกด้วยว่าจะลองเขียนงานประเภทเรื่องสั้นดูด้วย

คัจฉกุล แก้วเกต เกิดปี 2523 จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีวิกรม์ Diploma in Computer Graphic Design (Level 6) จาก Southern Institute of Technology (SIT), Invercargill ประเทศนิวซีแลนด์ และ Bachelor of Applied Arts (Visual Arts) จาก Northtec, Whangarei ประเทศนิวซีแลนด์ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบและส่งเสริมการขาย บริษัท Thai – Japan Industry & Mechanical Products Ltd.

3 รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2556

บางส่วนจากคำประกาศของคณะกรรมการตัดสิน

“ประเภทกวีนิพนธ์” ได้แก่ “บ้านไม่มีใครอยู่” ของ “อังคาร จันทาทิพย์” นำเสนอด้วยลีลากลอนไพเราะสละสลวย ให้บรรยากาศสมัยใหม่ปนกลิ่นอายเก่าแก่ กวีนำเสนอแง่มุมชีวิตเล็กๆ เหมือนบันทึกส่วนตัว ส่วนครอบครัว ส่วนท้องถิ่นอีสาน แต่แผ่อารมณ์รู้สึกนึกคิดสะทกสะเทือนใจกว้างขวาง สะท้อนความจริงของครอบครัว ที่วันหนึ่งพ่อแม่แก่เฒ่าตายจากไป เรียกลูกหลานที่แยกบ้านไปแล้วได้กลับบ้านพร้อมหน้ามาทำบุญ แต่หลังจากนั้นบ้านจะมีใครอยู่

“ประเภทเรื่องสั้น” ได้แก่ “จุนอิจิกับคอร์ปัส แคลโลซัม ในตอนที่การกระจัดเท่ากับศูนย์” โดย “ณฐกร กิจมโนมัย”...เรื่องสั้นเรื่องนี้พยายามบอกเล่าความแตกต่างระหว่างหญิงกับชายอันเกิดจากส่วนเชื่อมสมองซีกซ้ายและซีกขวาที่เรียกว่า คอร์ปัส แคลโลซัม (corpus callosum) ซึ่งโดยมากมักสรุปกันอย่างตื้นๆ ว่า ผู้ชายเป็นคนมีเหตุผล ส่วนผู้หญิงเป็นคนเจ้าอารมณ์ เรื่องสั้นเรื่องนี้เล่าผ่านเสียงเล่าของผู้ชายซึ่งแสดงพฤติกรรม ความคิด และอารมณ์ที่ผกผันกับข้อสรุปดังกล่าว เพราะนำเสนอภาพของผู้ชายที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ชวนทะเลาะและวางแผนขจัดต้นสนบอนไซอย่างซับซ้อน อันแสดงการเสียดสีความอ่อนแอ หยุมหยิม ขี้อิจฉาของผู้ชายอย่างน่าขบขัน

“ประเภทหนังสือภาพสำหรับเด็ก (หมวดฝึกทักษะและเสริมความรู้)” ได้แก่ “มิลกี้กลัวความมืด” โดย “คัจฉกุล แก้วเกต”... จุดเด่นอีกส่วนของ มิลกี้กลัวความมืด อยู่ที่ภาพประกอบที่งดงาม แปลก ตื่นตา มีเอกลักษณ์ของตนเอง และที่สำคัญคือ ผู้วาดสามารถใช้ภาษาของทัศนศิลป์ หรือ Visual Language ได้เป็นอย่างดี ผู้อ่านน่าจะตื่นเต้นกับภาษาของภาพที่ขัดแย้งกันด้วยสัญลักษณ์ของความมืดและความสว่างเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69