posttoday
จำแม่น ในช่วงสอบ

จำแม่น ในช่วงสอบ

25 กันยายน 2556

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

การจำเป็นเรื่องหนามยอกอกของนักเรียนแทบทุกคน

เราอ่านแล้วจำไม่ได้บ้าง อ่านเยอะแล้วเบลอไม่รู้วิชาไหนเป็นวิชาไหน หรืออ่านแล้วจำได้ดี๊ดี แต่พอเข้าห้องสอบ ไหงลืมหมดเลย!!!

เรื่องนี้ รับรองเป็นกันทุกคนค่ะ ไม่ว่าเราจะฉลาดเก่งเฉียบมาจากไหน แต่พอต้องอ่านหนังสือหลายๆ วิชาเข้า เราก็มึนเป็นเหมือนกัน อ่านเสร็จต้องเข้าใจ เข้าใจแล้วต้องประยุกต์ใช้เป็น ต้องตอบในข้อสอบได้เป็นขั้นเป็นตอนอีกต่างหาก

ช่วงนี้เป็นช่วงสอบ และช่วงจะปิดเทอม หลายๆ โรงเรียนก็ปิดไปแล้วบ้าง ยังสอบอยู่บ้าง หรือใกล้สอบบ้าง ดังนั้น เด็กๆ ก็ต้องจำกันเยอะหน่อย เด็กเครียด พ่อแม่ก็เครียดตาม พอสอบเสร็จแล้วจึงค่อยสบายๆ ได้

ตอนนี้ เด็กนักเรียนอาจมองว่า การท่องจำหนังสือเพื่อสอบมันช่างเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ แต่เชื่อเถอะค่ะ พอเราเรียนจบออกมาแล้ว เราจะรู้เลยว่า การรับผิดชอบแค่จำหนังสือให้ได้เทอมละ 56 เล่มนั้น มันช่างเป็นความรับผิดชอบที่น้อยจริงๆ เพราะเมื่อออกมาสู่โลกความเป็นจริง นอกจากต้องจำเนื้อหางานเยอะแยะแล้ว เรายังต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน จัดการภาษีของตัวเอง ดูแลชีวิตประจำวัน ทำอาหาร รับผิดชอบบ้าน ซ่อมน้ำรั่ว ฯลฯ พูดมาแค่นี้ยังเหนื่อย ดังนั้น ถ้าเรายังเป็นนักเรียนอยู่ตอนนี้ ให้เราดีใจไว้เถอะค่ะว่า เรามีหน้าที่รับผิดชอบแค่หนังสือไม่กี่เล่มต่อปี ถ้ายังทำไม่ได้ แล้วเราจะเติบโตออกมาสู่โลกของผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบมหาศาลได้อย่างไร

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ทำอย่างไร อ่านแล้วจำได้ไม่ลืม

สมัยเป็นนักเรียนและต้องเอาตัวรอดทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้สอบตก นอกจากไม่ตกแล้ว ยังอยากได้ A+ อีกด้วย หนูดีทำแบบนี้ค่ะ คือ แบ่งเฟสการจำออกเป็น 3 เฟสให้จำง่ายๆ

เฟส 1 “ตอนปะทะกับข้อมูลเป็นครั้งแรก”

ตอนนี้ เราควรจะให้สมาธิกับเขาเต็ม 100 ค่ะ ห้ามเล่นเน็ตออนไลน์ พยายามจะแชตไปด้วย หรือฟังเพลงดังๆ ที่มีเนื้อร้อง เพราะมันจะรบกวนสมอง ทำให้เนื้อหาเข้าไปไม่สมบูรณ์

ในขั้นตอนนี้เราควรทำตัวให้พร้อม ไม่หิวหรืออิ่มเกินไป ถ้าได้ช่วงเช้าๆ ยิ่งดี งดท่องหนังสือช่วงบ่ายที่เพิ่งอิ่ม หรือหลังเที่ยงคืนเป็นอันขาดเพราะผลไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเริ่มอ่าน ให้เราถือปากกาไว้ในมือตลอดและมีสมุดจดอยู่ใกล้ๆ ท่องไป ก็จดไป อย่าปล่อยให้มือว่าง เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ เราจะง่วงเร็วมาก หรือไม่เช่นนั้น ก็อ่านไปๆ แบบหลงประเด็น อ่านไป 1 ชั่วโมง...เอ๊ะ ฉันอ่านเรื่องอะไรอยู่นี่ และที่สำคัญ ห้ามท่องจำนานเกิน 50 นาทีต่อเนื่อง เพราะนาทีที่ 51 นั้นสมองเราบันทึกได้ไม่ค่อยดีแล้วเพราะเพ่งสมาธินานไป ให้เราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ทุก 50 นาทีค่ะ พอถึง ให้ลุกเปลี่ยนอิริยาบถแล้วค่อยกลับมาท่องใหม่ สมองจะจำข้อมูลให้เราได้มากกว่า

เฟส 2 ช่วง “ท่องและจำ จำและท่อง”

ตรงนี้สำคัญมาก อย่ามองข้ามการท่องจำ และอย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องเชย โบราณ ไร้สาระ และทำลายสมอง การท่องจำที่ถูกต้องไม่เคยทำร้ายสมองของใครค่ะ มีแต่จะทำให้จำได้ดีขึ้นและทำข้อสอบได้คะแนนมากขึ้นอีกด้วย

ช่วงนี้ เป็นช่วงที่เราต้องสรุปข้อมูลออกมาจากหนังสือเรียนแล้ว และท่องเอาจากโน้ตย่อที่เราทำไว้ โดยใครอยากทำแบบไหนก็ได้ ที่เราอ่านแล้วเข้าใจดีที่สุด หนูดีเอง เลือกเพียง 2 แบบเท่านั้นค่ะ คือ ทำเป็น Mindmaps แบบของ Tony Buzan หรือ ทำเป็น “โน้ตการ์ด” แบบที่ถูกฝึกมาสมัยเรียนที่อเมริกา (สนใจวิธีทำโน้ตการ์ดอย่างละเอียด ให้ดูใน “DVDเก่งเรียนเก่งสอบ” ที่แถมพร้อมหนังสืออัจฉริยะเรียนสนุกค่ะ) ตรงนี้ ท่องซ้ำๆ หลายครั้งจนจำได้ติดใจให้ฝันถึงกันเลยทีเดียว

เหตุผลที่ต้องให้ทำโน้ตย่อในแบบของเราด้วยภาษาของเรานั้น เพราะมันจำง่ายกว่าภาษาของอาจารย์และภาษาของหนังสือเรียน อย่าคิดว่าแค่เป็นภาษาไทยด้วยกันแล้วจะพอนะคะ เพราะภาษาเป็นตัวบอกกระบวนการคิด และกระบวนการคิดของเรากับของครู และของคนเขียนหนังสือเรียนก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การเอาวิธีคิดของเขาติดตัวเข้าห้องสอบจะทำให้เราจำได้น้อยกว่า หนูดีจึงแนะนำให้เราทำความเข้าใจให้ดี แล้วค่อยๆ ย่อยออกมาเป็นประโยคสรุปของเราเอง อาจทำให้เป็นภาษาง่ายๆ ตลกๆ ผูกโยงกันให้เป็นกลอนสั้นๆ ก็ได้ ส่วนเหตุผลที่หนูดีชอบ Notecards ก็เพราะเราพกไปไหนมาไหนสะดวกนั่นเอง เลยทำให้ได้ท่องบ่อยๆ ระหว่างรอหมอฟันบ้าง รอเพื่อนๆ นัดมาทานอาหารบ้าง ไม่ต้องพกหนังสือทั้งเล่มไปไหนๆ ด้วยให้ลำบาก

เฟส 3 “จำได้หมด แม้ในห้องสอบ”

เฟสนี้จำเป็นมากถึงมากที่สุด เพราะเราทำไปทั้งหมดก็เพื่อเฟสนี้ละค่ะ การจำได้ในห้องสอบนี้ จริงๆ แล้วเราต้องทำมาก่อนอย่างดีใน 2 เฟสแรก แต่ที่คนส่วนใหญ่พลาดในห้องสอบเพราะเน้นจำแบบ “ไม่ตลกและไม่แปลก” และที่สำคัญก็คือ ข้อมูลต้องเชื่อมโยงกัน พยายามออกแบบการท่องจำของเราให้ข้อมูลร้อยเรียงกันให้ได้ ด้วยการผูกโยงแบบตลกๆ เพราะสมองจะจำได้ดีในสิ่งที่ตลกและแปลก ยิ่งถ้าเราวาดภาพประกอบการจำเราจะยิ่งจำได้แม่น และที่สำคัญสุดคือ เราต้องทำใจให้สบาย อย่าตกใจ เครียด เกร็ง เพราะอาการเหล่านี้จะทำให้สมองลืมทุกอย่างที่จำมาค่ะ

การสอบเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต เพราะคะแนนสอบตรงนี้ จะกำหนดว่าเรามีสิทธิจะเดินไปทางไหนต่อบ้าง หลายๆ คนบอกว่าการสอบไม่สำคัญ? คะแนนสอบไม่สามารถกำหนดชีวิตคนได้ และโรงเรียนดังๆ ที่แย่งกันสอบเข้าไปก็อาจไม่ดีกว่าโรงเรียนทั่วไป ตรงนี้หนูดีก็เห็นด้วยค่ะ แต่คะแนนสอบบอกได้อย่างหนึ่งแน่ๆ ว่า เราเป็นคนสู้ชีวิตไหม เราขยันไหม และเรายอมแพ้ง่ายหรือเปล่า ทั้งสามสิ่งนี้สำคัญมากสำหรับความสำเร็จในอนาคต และเราฝึกได้วันนี้โดยการตั้งใจเตรียมสอบให้ดีที่สุดนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่