posttoday
ศิลปะแห่งความสุข (1) หัวใจแห่งความสุข

ศิลปะแห่งความสุข (1) หัวใจแห่งความสุข

24 กันยายน 2556

เราทุกคนล้วนต้องการความสุข ดังนั้นเราจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเกือบทั้งหมดเพียรลงแรงทำสิ่งต่างๆ

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

เราทุกคนล้วนต้องการความสุข ดังนั้นเราจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเกือบทั้งหมดเพียรลงแรงทำสิ่งต่างๆ ก็เพื่อหวังว่าตัวเองจะมีความสุข แต่ทั้งๆ ที่ต้องการใช่ว่าทุกคนจะพบความสุข บางคนทั้งๆ ที่กำลังแสวงหาความสุข แต่กลับได้พบแต่ความทุกข์ เป็นความทุกข์ที่เกิดจากการอยากมีความสุข

เจ้ากระเป๋าแห่งความสุขนั้นอยู่ที่ไหน คำตอบคือ กระเป๋าแห่งความสุขอยู่ที่ใจของเราทุกคน แล้วใจอย่างไรหรือจึงจะเป็นใจที่มีความสุข อาตมภาพจะขอแนะเคล็ดลับให้เราฝึกใจเพื่อจะได้ค้นพบความสุขได้ที่ใจเรา เรียกว่า สุขสมุทัย แปลว่า หัวใจของความสุขหรือการอุบัติขึ้นมาของความสุข

พระพุทธองค์ทรงแนะเอาไว้ว่า ถ้าอยากจะมีความสุขต้องแสวงหาให้ถูกวิธี ถ้าแสวงหาไม่ถูกวิธีก็จะไม่มีความสุข พระพุทธองค์ทรงให้ลายแทงไว้ 4 ประการด้วยกัน คือ

1.อย่าเอาทุกข์มาทับถมตนที่ไม่มีทุกข์

2.แสวงหาความสุขอันชอบธรรม

3.แม้ในความสุขอันชอบธรรมก็ไม่หลงผิด

4.เพียรพัฒนาจิตให้ประณีตยิ่งๆ ขึ้นไป

ทั้ง 4 ประการนี้คือสุขสมุทัยหัวใจแห่งความสุข ใครทำได้คนคนนั้นจะเป็นคนที่มีความสุขในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ อยู่ที่ไหน นั่งที่ไหน นอนที่ไหน ทำงานที่ไหน ก็มีความสุข

เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า เวลาที่ฉันนั่งอยู่บนก้อนหิน ฉันก็รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนพรมเพราะมีความสุข เวลานั่งอยู่บนหญ้าแห้งๆ ก็รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนพรมเพราะบนหญ้านุ่มๆ ก็ทำให้ฉันมีความสุข นั่งอยู่ตรงไหนฉันสามารถมีความสุขได้ทุกเมื่อ สภาพแวดล้อมไม่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ อยู่ที่ไหนก็มีความสุข

1.อย่าเอาทุกข์มาทับถมตนที่ไม่มีทุกข์

ร่างกายและจิตใจของเรานี้ตามธรรมชาติอันเป็นธรรมดา เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก สังเกตไหม ตื่นเช้าขึ้นมาร่างกายต้องการอะไร อยากจะเข้าห้องน้ำชำระสะสางร่างกายให้สะอาด ถ้าหิวก็ต้องการกินบำบัดความหิว ถ้าง่วงก็ต้องการนอนบำบัดความง่วง ถ้าเหนื่อยก็ต้องการการพักผ่อนบำบัดความเหนื่อย เจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องการการเยียวยารักษา ร่างกายแท้ๆ ต้องการไม่มากเลย

แต่แล้วทำไมชีวิตของเราทุกวันนี้จึงกลายเป็นเรื่องยาก นั่นก็เพราะเราเติมสิ่งซึ่งไม่จำเป็นเข้าไปมากเหลือเกิน ถ้าฟังเสียงของธรรมชาติอย่างแท้จริง จะเห็นว่าร่างกายจิตใจไม่ต้องการอะไรมากมาย จิตใจต้องการแค่ความปลอดโปร่งโล่งเบาสดชื่นรื่นเย็นแค่นี้ ร่างกายต้องการแค่ปัจจัยพื้นฐานเช่นปัจจัยสี่เพื่อยังชีพเท่านั้นก็มีความสุข แต่แล้วทำไมชีวิตเราจึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากเย็นเหลือกว่าจะดำรงชีวิตรอดแต่ละวัน เพราะเราได้เติมบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในชีวิตจนสิ่งนั้นกลายเป็นส่วนเกินของชีวิต

1.ปัจจัยสี่ : มุ่งที่คุณค่าแท้ไม่ใช่คุณค่าเทียม

อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าเป็นส่วนเกิน เช่น เวลาเราจะบริโภคปัจจัยสี่ ถ้าเราบริโภคที่คุณค่าแท้ เราจะใช้ปัจจัยสี่ได้มาก แต่ถ้าเราเลือกบริโภคคุณค่าเทียมของปัจจัยสี่ เราจะพบความยุ่งยากเพราะการแสวงหาปัจจัยสี่ทันที

(1) ที่อยู่อาศัย

ที่อยู่อาศัยถ้าเราบริโภคโดยเน้นไปที่คุณค่าโดยตรงของที่อยู่อาศัย บ้านของเราก็คงจะราคาไม่แพงนัก ไม่ใหญ่โตเกินไป ไม่ต้องทำงานแทบล้มประดาตายถึงจะมีบ้านสักหลังหนึ่ง เพราะที่จริงนั้นบ้านเป็นเพียงที่พำนักพักอาศัยเท่านั้น

ถ้าเราต้องการแค่นี้ทุกคนมีสิทธิจะมีบ้าน แต่ถ้าเราต้องการบ้านที่คุณค่าเทียม บ้านเราต้องห้าล้านขึ้นไป ความเหนื่อยเพิ่มขึ้นทันที บ้านเราต้องแสดงถึงฐานะทางการเงินของเรา เหนื่อยเพิ่มขึ้นไหม บ้านเราต้องเอาชนะเพื่อนของเราทุกคน เหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกไหม และบ้านเราต้องให้สมตำแหน่งแห่งที่ของเรา เราเป็นเจ้านายเป็นซีอีโอ ฉะนั้นบ้านเราต้องสมเกียรติ เหนื่อยขึ้นอีก หรือว่าบ้านเราต้องใช้เป็นที่เลี้ยงรับรองสังสรรค์ปาร์ตี้ เหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก ถ้าเราขยายขนาดความต้องการมากขึ้นๆ ชีวิตจะกลายเป็นเรื่องยากขึ้นๆ

มีนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง เขาเพิ่งให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Secret เขาเล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจทำมาหากินมาทั้งชีวิต เขาตระเวนซื้อบ้านตั้งแต่เชียงรายถึงสุไหงโกลก มีบ้านเกินสิบหลังแล้วแต่ในหนึ่งปีเขากลับได้นอนไม่ครบทุกหลัง ส่วนคนที่ได้นอนครบเกือบทุกหลังคือ คนใช้ได้นอนตลอดเวลา คนใช้ได้นอนคฤหาสน์หรูที่เชียงราย ที่เชียงใหม่ ที่เลย ที่ขอนแก่น ที่ภูเก็ต ที่หัวหิน คนใช้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข ส่วนเจ้านายทำงานหนักงกๆ อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ละวันเจอรถติดไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่ชั่วโมง

นี่คือชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ซึ่งเจ้านายของคนใช้ของบ้านสิบหลังเจออยู่ทุกเมื่อชั่ววัน เขาบอกว่า จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยได้ไปนอนบ้านเหล่านั้นหรอก นอนคอนโดรังหนูหลังเล็กๆ เท่านั้นเอง

ขณะที่ชีวิตกำลังไปได้ดี เขาก็เริ่มป่วยด้วยโรคสำหรับคนรวย นั่นคือ โรคมะเร็ง ในที่สุดเขาก็ต้องได้รับการบำบัดด้วยการฉายคีโมแล้วผมร่วง เขามองเห็นสภาพของตัวเองนอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวว่าใกล้จะเป็นซอมบี้เข้าไปทุกที

วันหนึ่งก็เกิดอาการบรรลุธรรมน้อยๆ ขึ้นมาบนเตียงว่า แท้ที่จริงแล้วชีวิตนั้นต้องการที่นอนเพียงแค่รองรับแผ่นหลังได้เท่านั้น เงินก็อยู่ในธนาคาร ชื่อเสียงก็อยู่สายลม ในช่วงแรกๆ ที่เขาป่วยก็มีคนทยอยมาเยี่ยม แต่ครั้นเริ่มป่วยหนักก็ไม่มีใครมาเยี่ยม ไม่มีคนอยากเห็นสภาพแล้ว และเขาก็ไม่อยากให้ใครมาเยี่ยมเพื่อเห็นเขาด้วย เขาตัดใจว่าขอตายไปกับสภาพที่ไม่อยากให้ใครเห็น

วันหนึ่งตื่นขึ้นมา ก็เกิดอาการสังเวชตัวเองว่า แท้จริงเราไม่ต้องการอะไรมากเลย เราต้องการสิ่งที่พื้นฐานที่สุด นั่นก็คือขอให้ผมกลับมาดำเหมือนเดิม ขอให้เคี้ยวข้าวแล้วกลืนลงคอได้โดยไม่เจ็บ ขอแค่อยากเข้าห้องน้ำก็เดินเข้าโดยไม่มีคนประคอง และขอให้นอนลงไปบนเตียงเต็มแผ่นหลังโดยไม่ต้องร้องโอดโอยเจ็บปวดแทบล้มประดาตาย เขาเริ่มตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้ว ชีวิตไม่ต้องการอะไรมาก

เขาตัดสินใจสละทุกสิ่งทุกอย่าง พอปล่อยลงปลงได้ ต่อมาก็หายป่วย หนึ่งในล้านคนจะเป็นอย่างนี้คนหนึ่ง เมื่อออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว เขาขายบ้านทุกหลังที่มีตั้งแต่เหนือจรดใต้ เขาบอกว่าป่วยใหญ่คราวนี้ผมรู้เลยว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดของชีวิตคืออะไร และหันหลังให้ชีวิตความเป็นนักธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ตัดสินใจไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในต่างจังหวัด ทำเกษตรอินทรีย์ บอกลาความหรูหราเกียรติยศ บอกลาชื่อเสียง ยศทรัพย์อำนาจที่คนประเคนให้ทั้งหมด เมื่อความตายมาถึง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอะไร ทุกวันนี้เขาอยู่กับสิ่งที่จำเป็นที่สุดกับชีวิตเท่านั้น เขาได้ค้นพบว่าแท้ที่จริงชีวิตที่มีความสุขเป็นชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายไม่ต้องการอะไรมากมายเลย

นี่คือตัวอย่างของคนที่ค้นพบคุณค่าของชีวิตที่แท้จริง เมื่อค้นพบอย่างนี้ เรื่องที่อยู่อาศัยเขาไม่สะสมอีกต่อไป สิ่งที่สะสมตอนนี้คือ สุขภาพ เขาบอกว่าตอนที่ผมป่วยลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นแต่พยาบาล ญาติคนหนึ่งก็ไม่เห็น ญาติเขามาเยี่ยมแล้วก็หายไป บอกว่าติดงาน เขาลุกขึ้นมาบนเตียงแล้วเขียนไดอารีว่า แม้ตอนที่ผมจะตายญาติของผมก็ยังมีแก่ใจว่าติดงาน สงสัยจะว่างตอนผมตายแล้ว นี่คือสิ่งที่เขาสะเทือนใจมากเลย คนเราจะยุ่งมากขนาดนั้นเลยหรือ

เขาบอกว่า อย่างมากเราก็ตายกันได้แค่ครั้งเดียว ขนาดเราตายได้ครั้งเดียว ญาติยังไม่มาเยี่ยมเลย ทำยังกับตายได้หลายครั้ง พอตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ญาติค่อยมาเยี่ยมแก้ตัว เขามารู้สัจธรรมบนเตียงนอนในขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนี่เอง และได้รู้ว่าชีวิตนี้ต้องใช้ให้ง่ายที่สุด ไม่อย่างนั้นจะไม่เหลือวันเวลาแห่งความสุขสำหรับตัวเองเลย

นับแต่นั้นมาเขาขายบ้านเกือบทุกหลังแล้วเหลือเฉพาะหลังที่เขาได้อยู่กินใช้ หลับนอนจริงๆ หนึ่งหลัง เขาบอกว่าแค่นั้นก็พอสำหรับชีวิต และทุกวันนี้ปลอดโปร่งโล่งเบามาก นี่คือเรื่องที่อยู่อาศัย

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69