posttoday
โอวทวันลาสิกขา ในสมเด็จพระญาณสังวร

โอวทวันลาสิกขา ในสมเด็จพระญาณสังวร

22 กันยายน 2556

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระโอวาทแก่นวกภิกษุที่จะลาสิกขา

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระโอวาทแก่นวกภิกษุที่จะลาสิกขา คอลัมน์สว่าง ณ กลางใจ เห็นว่าเป็นคำสอนที่ประทับใจจึงขออนุญาตนำมาตีพิมพ์เพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน

เมื่อพระองค์ดำรัสนำแล้วจึงประทานโอวาทแก่ผู้ที่มาขอขมาเพื่อลาสิกขา โดยพระองค์ทรงเตือนให้คำนึงถึงว่า 3 เดือนที่อยู่ในพระศาสนานั้น ได้ธรรมอะไรไปเป็นเครื่องชี้นำชีวิตบ้าง

การได้รับประกาศนียบัตรไปไม่มีความหมาย เพราะเป็นเพียงกระดาษถ้าผู้นั้นไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามธรรมที่พระอาจารย์ได้อบรมสั่งสอน

ธรรมเนียมไทย

พระองค์ตรัสว่าธรรมเนียมการบวชชั่วคราว 1 พรรษา มีแต่ในเมืองไทย ประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในสายเถรวาทเช่นกันไม่มี ที่ไทยเรามี แสดงถึงอัชฌาสัยของคนไทยว่า เมื่อได้รับพระพุทธศาสนาแล้วก็ได้มาใช้ปฏิบัติให้เป็นประโยชน์ที่กว้างขวาง ตลอดจนได้รับธรรมเนียมให้คฤหัสถ์มาบวชชั่วคราวนั้น เพื่อที่จะได้มารับการอบรมปฏิบัติในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าให้ติดเป็นนิสัย อุปนิสัยออกไป และเมื่อออกไปแล้วก็จะได้เป็นเครื่องประกันว่าจะเป็นคนดีเป็นที่เชื่อถือ เป็นที่นับถือของคนทุกคนในตระกูล ตลอดจนถึงคนทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง

การมาบวชเรียนแบบนี้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการครองเรือน เพราะว่าการครองเรือนจะต้องมีคุณธรรมสำหรับปฏิบัติ ไม่ใช่ว่ามีความรู้ความสามารถในศิลปวิทยาการทางอาชีพทางโลกดีอย่างเดียว ทางโลกนั้นเรียนมาน้อยหรือมากตามสมควรแก่ภาวะของตน แต่ว่าคุณธรรมต่างๆ สำหรับเป็นเครื่องประดับจิตใจประดับความรู้นั้น เป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลายพึงศึกษาจากพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะจากการเข้ามาบวชเรียน 3 เดือนกับชีวิต 100 ปี

เมื่อเทียบเวลากันแล้ว เวลาแห่งชีวิตของคนเราอย่างมากก็ 100 ปีไม่มากกว่านี้ เวลาที่เข้ามาบวชเรียนเพียง 3 เดือนเศษๆ นี้เมื่อเทียบกับเวลาของชีวิตทั้งสิ้น แม้จะน้อยกว่า 100 ปีมากก็นับว่าเป็นเวลาที่สั้นนิดเดียว เวลาที่ท่านที่ต้องไปประกอบอาชีพครองบ้านครองเรือน เป็นฆราวาสนั้นเป็นเวลาที่ยาวไกลและนาน

ฉะนั้น เวลาที่บวชเรียนเพียง 3 เดือนกว่าๆ ที่นับว่าสั้นนิดเดียวนี้ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายไม่ทอดทิ้งเสีย แต่เมื่อสึกออกไปแล้วก็หมั่นระลึกถึงและฟังเทศน์บ้าง อ่านหนังสือธรรมะบ้างเป็นครั้งเป็นคราว และตั้งใจปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมอันควรแก่ภาวะของตนซึ่งมีอยู่พร้อมแล้ว ตามที่ท่านทั้งหลายได้เล่าเรียนมา เวลาที่บวชจำกัดนิดเดียวนี้ก็จะกลายเป็นประโยชน์หนักหนา ทำให้ท่านทั้งหลายได้ประสบความสวัสดีในการครองเรือนและประสบความสวัสดีในการงาน และจะได้รับความสำเร็จแม้ว่าจะต้องพบอุปสรรค หรือจะต้องพบความขัดข้องในบางครั้งบางคราว หรือจะต้องเสียสละเพราะเหตุประพฤติธรรม

แต่ว่าธรรมที่ได้ศึกษาเล่าเรียนนี้ ย่อมจะช่วยได้ในเมื่อท่านทั้งหลายได้ระลึกถึงและนำไปพิจารณากับการที่ท่านทั้งหลายจะต้องเสียสละไปบ้าง เพราะเหตุที่ประพฤติธรรมนั้น ความดีที่ท่านทั้งหลายได้รับก็จะคุ้มค่า หรือยิ่งกว่าความเห็นคุณค่าของความดีอันควรแก่ภาวะของตน ยิ่งกว่าคุณค่าของวัตถุอันจะพึงได้มาในทางที่ไม่ชอบ

ข้อนี้เป็นวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งของการบวชเรียน พระองค์ท่านเตือนให้กตัญญู รู้จักรับผิดชอบ เช่นว่าความกตัญญูในมารดาบิดา ในผู้มีพระคุณ ความรักความรู้จักรับผิดชอบในครอบครัวและความรู้จักที่จะทำตนให้เป็นมิตรที่ดีของมิตรทั้งหลาย เป็นต้น

ตามหลักของทิศ 6 ซึ่งนับว่าเป็นหลักธรรมสังคมอันสำคัญอย่างหนึ่งของพุทธศาสนาเหล่านี้ย่อมเป็นข้อสำคัญ เป็นวัตถุประสงค์และให้ถือเป็นประกาศนียบัตรสำคัญที่สุด

ประพฤติดีเป็นประกาศนียบัตร

ก่อนบวชมีความประพฤติอันใดบกพร่อง เช่น ไม่เอาใจใส่ในการงานชอบหลบเลี่ยง หรือว่ามีครอบครัวก็ไม่ค่อยรับผิดชอบ ไม่ค่อยเอื้อเฟื้อในมารดาบิดา ไม่ค่อยคำนึงถึงลูกเต้าที่มีอยู่ ชอบเที่ยวเตร่บ้างอะไรพรรค์นี้เป็นต้น

เมื่อสึกออกไปแล้วก็ขอให้กลับความประพฤติเช่นนั้นเสีย ให้กลับเป็นผู้ที่แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา มีความรับผิดชอบในการงานอันเป็นหน้าที่ไม่ทอดทิ้ง มีความรักความรับผิดชอบในครอบครัว ภรรยาและบุตรธิดา และกลับความประพฤติที่บกพร่องต่างๆ ให้ดีขึ้นตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ตามที่สอนไว้ในหมวดคิหิปฏิบัติความ ประพฤติที่แสดงออกนี้แหละเป็นตัวประกาศนียบัตร เมื่อเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้น บิดามารดาและผู้เกี่ยวข้องย่อมสรรเสริญ ว่าการเข้ามาบวชนี้ไม่เปล่าประโยชน์แม้จะเป็นเวลา 3 เดือนกว่าก็ได้ประโยชน์คุ้มค่าและเขาทั้งหลายก็จะพากันดีใจ พากันอนุโมทนาถึงครูบาอาจารย์ ถึงพระพุทธศาสนาว่า สามารถที่จะสั่งสอนที่จะอบรมลูกเขา ผัวเขา เพื่อน เขาเป็นต้นให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าไม่ประพฤติอย่างนั้นแล้ว ก็จะพากันเสียหาย ถึงอุปัชฌาย์ อาจารย์ และพระศาสนา

ต้องรักษาศีล 5

อนึ่ง ในวัดนี้ (วัดบวรนิเวศวิหาร) ท่านสั่งกันมาให้อุปัชฌาย์อาจารย์สอนแก่สัทธิวิหาริกอันเตวาสิก ผู้ที่จะลาสิกขาออกไปว่า ให้ตั้งใจรักษาศีล 5 ซึ่งเป็นศีลของคฤหัสถ์ไว้โดยปกติ ฆราวาสจะต้องล่วงละเมิดศีล 5 เหล่านี้ในข้อใดข้อหนึ่งในบางครั้งบางคราวก็ให้พิจารณาว่าเป็นความจำเป็นที่เกิดขึ้นและเมื่อความจำเป็นที่เกิดขึ้นนี้นั้นผ่านไปแล้ว ก็ขอให้กลับมาถือศีลใหม่ให้เห็นว่าศีล 5 นี้เป็นศีลจำเป็นที่พึงรักษาโดยปกติ แต่เมื่อมีความจำเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดเข้ามาขัดขวางก็อาจล่วงไปบ้างเป็นบางครั้งบางคราว เช่น ผู้ที่จะต้องไปปฏิบัติหน้าที่สงครามดั่งนี้ เป็นต้น

ถ้าได้ตั้งใจพิจารณาอยู่ดั่งนี้แล้ว ก็อาจรู้สึกด้วยตัวเองว่า เราทุกคนจะสามารถรักษาศีล 5 ไว้ได้มาก เพราะว่าโดยปกติแล้วทุกๆ คนก็ไม่ได้มีจิตเจตนาที่จะล่วงศีลข้อใดข้อหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะรักษาปกติอันนี้ไว้ คือ ตั้งใจสมาทานรักษาศีลไว้ประจำอยู่เสมอ และเมื่อมีเหตุผลอะไรเข้ามาเป็นความจำเป็นก็ให้พิจารณาก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปละเมิด อย่าไปทำ เช่นว่าการฆ่าสัตว์ เมื่อมีการฆ่าชนิดที่ไปล่าสัตว์เล่น ไม่เป็นความจำเป็นก็ไม่ควรไปกระทำดั่งนี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาและปฏิบัติตามที่ท่านได้สั่งกันมาดั่งนี้ ลงท้ายพระองค์ท่านประทานพรให้ทุกคนมีความสุขสวัสดี

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69