posttoday
เยาวชนไทยคุณภาพคับแก้ว ทิพยา ปึงเจริญกุล

เยาวชนไทยคุณภาพคับแก้ว ทิพยา ปึงเจริญกุล

22 กันยายน 2556

เด็กไทยไม่ได้น้อยหน้าใครในอาเซียน ดังเช่น น้องพิมทิพยา ปึงเจริญกุล วัย 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย...วราภรณ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เด็กไทยไม่ได้น้อยหน้าใครในอาเซียน ดังเช่น น้องพิมทิพยา ปึงเจริญกุล วัย 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะคุณภาพคับแก้วและจัดเป็นนักกิจกรรมตัวยง โดยเฉพาะทางด้าน “โต้สาระวาที” ภาคภาษาอังกฤษที่มีรางวัลการันตียาวเป็นหางว่าว อาทิ เป็นตัวแทนเยาวชนไทยร่วมการประชุมเยาวชนนานาชาติในโครงการ Youth in Action – Beijing Youth Forum and Debate Academy ภายใต้การสนับสนุนของ European Union ณ กรุงปักกิ่ง ราวเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นตัวแทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมการแข่งขันโต้วาที Indonesia Debate Open 2013 ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อเดือน ส.ค. หรือการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมเยาวชนนานาชาติ The 14th ASEAN+3 Educational Forum and Young Speaker Contest ที่ประเทศอินโดนีเซีย ราวเดือน มิ.ย. ไม่นับรวมรางวัลระดับนานาชาติ อาทิ ได้รางวัล Top 10 Best Speaker ในการแข่งขันโต้สาระวาทีภาษาอังกฤษ ในโครงการ Youth in Action – Beijing Youth Forum and Debate Academy การเป็นนักพูดยอดเยี่ยมอันดับ 4 ในการแข่งขัน The 14th ASEAN+3 Young Speaker Contest ที่ประเทศอินโดนีเซีย ฯลฯ

เกียรติประวัติทั้งหมดที่ได้มาจากการปูพื้นฐานด้านภาษามาจากคุณตาที่สามารถพูดได้มากกว่า 5 ภาษา ได้แก่ ไทย จีนแต้จิ๋ว จีนกลาง จีนกวางตุ้ง และอังกฤษ เมื่อเรียนในระดับอุดมศึกษาทิพยาเลือกเรียนวิชาโท คือภาษาจีน เวลามีปัญหาก็สามารถปรึกษาคุณตาได้ ทำให้เธอรักและผูกพันกับคุณตามาก และเป็นแรงบันดาลใจให้ทิพยาอยากเก่งทางด้านภาษาและมีนักโต้สาระวาที เช่น ผศ.ปิยนารถ ฟักทองพรรณ เป็นต้นแบบ น้องพิมอธิบายถึงการโต้สาระวาที คือ การพูดอย่างมีหลักการ เหตุการณ์ และข้อมูล ใช้สาระบวกวาทศิลป์ การพูดต้องมีเนื้อหา เหตุผล ข้อมูล และมีการลำดับความคิดที่ดี 

เยาวชนไทยคุณภาพคับแก้ว ทิพยา ปึงเจริญกุล

“การเก่งภาษาทำให้เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น เช่น โต้สาระวาทีเป็นภาษาอังกฤษของจุฬาฯ ทำให้หนูนอกจากได้ความรู้ในข้อมูลเป็นภาษาไทยแล้ว ยังรู้ภาษาอังกฤษด้วย ทำให้หนูได้รับทุนต่างๆ มากมาย ได้เจอคนเก่งๆ จากหลายประเทศทั่วโลก งานที่ไปแล้วให้อะไรกับหนูมาก คือ การแข่งขันสุนทรพจน์อาเซียนบวก 3 คือ บวกจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งหมด 14 ประเทศ 21 ทีม ประเทศไทยส่งตัวแทนไป 6 คน งานนี้เป็นงานที่จัดเพื่อให้เยาวชนในอาเซียนทำงานร่วมกัน หาจุดเชื่อมโยง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน มีการแข่งพูดเรื่อง พูดถึงหน้าที่ของเยาวชน ในการแก้ไขปัญหาการเชื่อมโยงกันของอาเซียน รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ ความคิดเห็นของหนูคือ หน้าที่ของเยาวชนตอนนี้ คือคิดใหม่และมองโลกในแง่มุมใหม่ เราต้องพัฒนาตัวเอง เพราะเรากำลังจะก้าวเข้าสู่อาเซียน เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เราต้องเรียนรู้ให้กว้างมากขึ้น สองคือ to be these ทำให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเยาวชนอย่างเรามีตัวตน เราต้องทำให้คนอื่นได้ยินเสียงเรา ดังนั้น เราควรมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่ในการพัฒนาประเทศด้วย” ทิพยา บอก และเล่าอีกว่าการไปสัมมนาที่อินโดนีเซียเธอยังทำผลงานพูดได้ดี คือ ติดอันดับ 1 ใน 6 คนสุดท้ายในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ นักพูดยอดเยี่ยม ซึ่งผู้ได้รางวัลชนะเลิศคือ สิงคโปร์ แต่ทิพยาได้เรียนรู้เพิ่มก็คือ รู้ว่าเยาวชนในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว เขมร เวียดนาม พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปไกลกว่าไทยมากแล้ว ถ้าไทยหันมาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากกว่าการสร้างวัตถุนิยม เช่น อาคาร ตึกรามบ้านช่อง และหันมาพัฒนาทางด้านการศึกษาและพัฒนาคนจะดีกว่า

ทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ นักโต้สาระวาทีทำให้น้องพิมต้องเดินทางบ่อย แต่เธอก็สามารถคว้าเกรดเฉลี่ยได้ 3 กว่าๆ แม้เรียนเป็นภาษาอังกฤษก็ตาม

“หนูชอบทำกิจกรรมเพราะเป็นการพัฒนาตัวเอง ทำให้เห็นโลกกว้างขึ้น ถ้าอยู่ในห้องเรียนอย่างเดียวไม่รู้ว่านำความรู้ไปใช้อะไรได้บ้าง แต่พอไปทำกิจกรรมสามารถใช้ความรู้ในห้องไปใช้ทำงานได้จริง อย่างน้อยใช้วิชาเลขมาจัดสรรในการแข่งขันต้องใช้งบประมาณว่าต้องใช้เท่าไร รู้การทำบัญชีเริ่มต้น ถ้าเราไม่เก่งภาษา เราไม่รู้ว่าหลักการเรียนจดหมายที่ถูกต้องคืออะไรค่ะ”

สำหรับความฝันของเยาวชนคนเก่งคนนี้ คือ อยากทำงานในองค์กรนานาชาติ เช่น ยูเนสโก ยูเอ็น เพื่อนำความรู้รับฟังปัญหา และช่วยแก้ไขประเทศต่างๆ ให้น่าอยู่มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“สรรเพชญ” หารือภาคเอกชนลุ่มน้ำโขง ดันเชื่อมโลจิสติกส์เหนือ–ใต้

“สรรเพชญ” หารือภาคเอกชนลุ่มน้ำโขง ดันเชื่อมโลจิสติกส์เหนือ–ใต้