
บาร์บีคิวสู้ชีวิต
ฝรั่งชาวอังกฤษสู้ชีวิต ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเร่ขายบาร์บีคิวเป็นรายได้เสริมจากการเป็นครูสอนภาษาที่ไม่พอใช้จ่าย เลี้ยงครอบครัว 5 ชีวิต
โดย...วิชยันต์ บุญโชติ / ภาพ วิชยันต์ บุญโชติ
ฝรั่งชาวอังกฤษสู้ชีวิต ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเร่ขายบาร์บีคิวเป็นรายได้เสริมจากการเป็นครูสอนภาษาที่ไม่พอใช้จ่าย เลี้ยงครอบครัว 5 ชีวิต และต้องการหาเงินกลับไปเยี่ยมบ้านที่ประเทศอังกฤษ
อาลิสเตย์ เอียน มิเออร์ อายุ 46 ปี ชาวอังกฤษ หรือครูอารี ครูสอนภาษาอังกฤษโรงเรียนพาณิชยการ หาดใหญ่ ฝรั่งหัวใจไทยสู้ชีวิต ใช้เวลาว่างจากการสอนหนังสือ ขับรถซาเล้ง ออกเร่ขายบาร์บีคิวใน อ.หาดใหญ่ เพื่อหารายได้เสริมมาเลี้ยงดูคนในครอบครัว เนื่องจากเงินเดือนจากการเป็นครูไม่พอกับค่าใช้จ่าย
บ่ายสองโมงของทุกวัน หลังจากที่ครูอารีเสร็จจากการสอนหนังสือ และในช่วงปิดเทอม จะขับรถซาเล้งที่มีป้ายสโลแกนข้างรถว่า “ครูอารี ฝรั่งบาร์บีคิว หมูไก่ไม้ละ 20 ซอสอร่อยจากอังกฤษ ฝรั่งหัวใจไทย เรารักเมืองไทย” ออกจากบ้านเช่าในซอย 4 ถนนปุณกัณฑ์ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ไปเร่ขายบาร์บีคิวตามจุดต่างๆ ในตัวเมืองหาดใหญ่ โดยจุดแรกขายที่หน้าหาดใหญ่เบเกอรี่เซ็นเตอร์ ย่านถนนรัถการ จุดที่สองตรงข้ามโรงพยาบาลหาดใหญ่ และจุดที่สามที่ตลาดศรีตรังข้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งแต่ละวันจะขายจนหมดและกลับเข้าบ้านในเวลาสองสามทุ่ม
บาร์บีคิวของครูอารี ได้รับความนิยมจากลูกค้าค่อนข้างดี ทันทีที่นำรถไปจอดก็มีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง และต่างชอบในรสชาติบาร์บีคิวของครูอารี โดยเฉพาะซอสที่เป็นต้นตำรับของประเทศอังกฤษ ที่สำคัญครูอารียิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายหยอกล้อกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง โดยประโยคเด็ดที่ติดปากและอ้อนลูกค้า ก็คือ... “ขายให้หมดไม่งั้นเมียจะไม่ให้เข้าบ้าน” ซึ่งเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากลูกค้า
อาลีสเตย์ หรือครูอารี บอกว่า เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 4 ปี และแต่งงานกับสาวไทย คือ วรัตรา พุ่มมาลา อายุ 34 ปี ชาว อ.ปากช่อง และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน จากเดิมสอนภาษาอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กว่า 3 ปี และเริ่มขายบาร์บีคิวโดยนำรถเข็นออกเร่ขายเป็นรายได้เสริมที่ อ.ปากช่อง ก่อนที่จะย้ายมาสอนภาษาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงยึดอาชีพเร่ขายบาร์บีคิวเพื่อหารายได้เสริม แต่เปลี่ยนจากรถเข็นเป็นรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างหรือซาเล้งแทน เนื่องจากต้องเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวถึง 5 คน ทั้งตัวเอง ภรรยา ลูกสองคน ซึ่งเป็นลูกของตัวเองกับภรรยาคนไทย และลูกติดจากภรรยา รวมทั้งหลานสาวของภรรยา ซึ่งเงินเดือนจากการสอนภาษาไม่พอเป็นค่าใช้จ่ายและเลี้ยงคนในบ้าน จึงต้องหารายได้เสริม โดยแต่ละวันจะทำบาร์บีคิวไปขายวันละประมาณ 200 ไม้ มีรายได้จากการขายที่ยังไม่หักต้นทุนประมาณวันละ 3,000 บาท นอกจากนี้ต้องการเก็บเงินบางส่วน เป็นตั๋วเครื่องบินพาครอบครัวกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ประเทศอังกฤษ







